โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สีกาตอง’ เล่าเป็นฉาก ๆ จุดเริ่มต้นสัมพันธ์ลับ ‘อดีตพระกาโตะ’ ครั้ง 2 สยิวกันบนรถข้างวัด

The Bangkok Insight

อัพเดต 04 พ.ค. 2565 เวลา 06.31 น. • เผยแพร่ 03 พ.ค. 2565 เวลา 07.32 น. • The Bangkok Insight

สีกาตอง เล่าจุดเริ่มต้นสัมพันธ์ลับ อดีตพระกาโตะ หอบหมอน-ผ้าห่ม ขึ้นรถชวนไปดูดาวที่เขื่อนตอน 4 ทุ่ม เหตุเกิดจากปวดหลังชวนนวดจนมีอะไรกันบนรถ ครั้งที่ 2 สยิวกันบนรถข้างวัด ยันรับ 3 แสนจริง โต้ไม่ได้ยั่วยวนทำไปเพราะรัก-รู้สึกดีแฮปปี้ทั้งคู่ ทั้งที่รู้เป็นบาป ยัน ไม่ได้แบล็คเมลมันเป็นความสัมพันธ์แบบสามีภรรยาแล้ว ต้องดูแลกัน

เพจเฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว รายงานว่า วานนี้ (2 พ.ค.) สีกาตอง ที่มีข่าวกับอดีตพระกาโตะ ให้สัมภาษณ์เปิดใจกับทีมข่าวถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นแบบหมดเปลือก โดยใบตองเล่าตั้งแต่วินาทีแรกที่ติดต่อไปหาพระกาโตะ ผ่านทางอินสตราแกรม ตั้งแต่ช่วงเดือน พฤศจิกายน ปี 2564 เพื่อนัดวันเข้าไปทำบุญ เพราะรู้จักพระกาโตะ ในฐานะพระนักเทศน์ที่มีคำคมให้แง่คิดที่ดี

สีกาตอง เล่าเป็นฉาก ๆ จุดเริ่มต้นสัมพันธ์ลับ อดีตพระกาโตะ ครั้ง 2 สยิวกันบนรถข้างวัด

กระทั่งวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา ตอง และแม่เข้าไปถวายเพลที่วัดและได้เจอกับอดีตพระพี่กาโตะ ซึ่งเธอได้บอกไปว่าตัวเองป่วยเป็นโรคไบโพลาร์และมีภาวะซึมเศร้าเครียดปัญหาต่าง ๆ พระกาโตะ ก็พาสนทนาธรรมเดินชมรอบวัด จนทำให้ใบตองรู้สึกดีขึ้น ตอนนั้นไม่มีอะไร ก็แยกย้ายกัน คุยกันมาเรื่อย ๆ ถามว่าติดต่อยังไง ก็แอดเบอร์เลยได้ไอดีไลน์ อดีตพระกาโตะ จะถามทำอะไร เป็นการทักมาถามตลอด แนวชวนคุยให้ตนรู้สึกสบายใจ รู้สึกดีที่มีคนเป็นห่วง

ตอง ยังเผยอีกว่า “คุยกันประมาณ 2 อาทิตย์ ก็เริ่มมีความสัมพันธ์ สานต่อกันมาเรื่อย ๆ ความจริงรู้กันอยู่ 2 คน ตบมือข้างเดียวไม่ดัง ถ้าต่างฝ่ายไม่มีใจให้กันมันทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก ตนเชื่อว่าอดีตพระกาโตะ ก็มีใจให้ตน ตอนนั้นทั้ง 2 ฝ่าย แฮปปี้ดีมีความสุข คุยกันลักษณะคบหากัน เขามาในช่วงที่ตนอ่อนแอทางใจ รักษาโรคไบโพลาร์ ตนไม่มีใคร การที่มีคนมาใส่ใจทุก ๆ 15 นาที คอยถามว่าทำอะไรครับอยู่ตลอดเวลา มันรู้สึกหวั่นไหว”

ตอง เผยต่อว่า เขาใส่ใจตนเป็นอย่างดี ไม่รู้ว่าเขาเป็นคนดีหรือเป็นเพราะอะไรกันแน่ ตนก็ดูเขาไปเรื่อย ๆ เขาจะคอยพูดหยอดคุยกันในไลน์ว่า ตนสวยดี ดาราเลยล่ะ ตนถามอดีตพระกาโตะ ว่าเคยคุยแบบนี้กับใครมั้ย เขาบอก “เคยครับกับแฟนเก่า” ทั้งนี้ ตนพยายามหักห้ามใจรู้เสมอว่าผิด

“ครั้งแรกที่ชวนกันไปดูดาวมีอะไรกันบนรถที่เขื่อนตอน 4 ทุ่ม ตนก็ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น เราตั้งใจไปด้วยเจตนาดี เขาอาจต้องการให้ตนหายจาคโรค ไปพักผ่อนสมอง โดยครั้งนี้ตนขับรถไปรับอดีตพระกาโตะ ที่วัด เขามายืนรอข้างถังน้ำแข็ง หอบหมอนกับผ้าห่มนวมมาด้วยแล้วขึ้นรถ ตนถามว่าเอามาทำไมเยอะ เขาบอกกลัวหนาวเอามาไว้รองนอนเพราะเบาะพับได้ จากนั้นมีการพูดคุยกัน อดีตพระมักบอกว่าปวดเมื่อย ตนจึงบอกว่าจะนวดให้และข้ามเบาะไปนวด ทายาและนวดหลังให้อดีตพระกาโตะ บนรถบริเวณเขื่อนซึ่งมืดมาก เปิดสบงออกนิดหนึ่ง”

ก่อนนวดตนถามว่านวดให้ได้มั้ย อดีตพระกาโตะ บอกนวดได้ไม่บาปถ้าเจตนาดี จึงเชื่อคำพูดของเขา พอได้จับตัวมันก็เริ่มเคลิ้มทั้งคู่ นวดไปคุยไปกันสองต่อสองอยู่ประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนจะมีสัมพันธ์ลึกซึ้ง เรื่องทั้งหมดเป็นความจริง หลังจากมีอะไรกันเสร็จตนก็ขับรถมาส่งอดีตพระกาโตะ ที่วัด จากนั้นก็มีการพูดคุยกันดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ ทำให้กำลังใจตนดีขึ้น

ครั้งที่ 2 ที่มีอะไรกันบริเวณข้าง ๆ วัดตอนกลางคืน ทีแรกจะขับรถไปที่ไกล ๆ แต่อดีตพระกาโตะ บอกอย่าเลยเอาตรงนี้ดีกว่า หลังจากนั้น คุยกันก็เริ่มมีปัญหากัน ตนขี้โมโห หงุดหงิด ชอบโทรไปวีน อดีตพระกาโตะ ทำให้เขารำคาญ เพราะแรก ๆ คุยกันบ่อย หลัง ๆ พอมีอะไรกันเขาเริ่มหายไป

หลังจากมีสัมพันธ์กัน 2 ครั้ง ก็รู้ตัวว่าผิด ไม่อยากทำลายพระพุทธศาสนา และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับใครอีก จึงตัดสินใจส่งข้อมูลให้หมอปลา ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน ซึ่งหมอปลา บอกว่า ต่อให้มีหลักฐานชัดเจน พระบางรูปก็ไม่รับ ต้องวางแผนจับคาหนังคาเขา แต่คุณตอง ใจร้อน ไปส่งข้อมูลต่อให้กับหลวงพี่ย้อย จึงเกิดเป็นเรื่องขึ้นมา

ตอง ยืนยันไม่คิดแบล็คเมล พูดกับเขาเสมอว่าเราจะไม่ทำร้ายกัน แต่สิ่งที่ตนได้ทำไปขัดกับความถูกต้อง และที่อดีตพระโตะ บอกว่าตนเองยั่ว เขาสามารถพูดได้ทุกอย่างในสิ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับเขา ตนไม่โกรธที่มาบอกว่าไปยั่วเขา แค่ตนอยู่เฉย ๆ ก็ดูเอ็กซ์แล้ว หลังจากที่อดีตพระกาโตะ ออกมายอมรับความจริงแล้ว ตนก็ขอยุติเรื่องเพราะทางครอบครัวของตนก็บอกให้พอตั้งนานแล้ว ตนไม่อยากทำให้แม่ทุกข์ใจ

“ดีใจที่เขากล้าพูด ตอนแรกโกรธที่เขากล้าที่จะบอกว่าไม่จริง เขาพูดอยู่คำหนึ่งทำอะไรรู้อยู่ในใจ ตนฟังแล้วส่ายหน้า คุณทำอะไรรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้ว ตนไม่กลัวโดนแฉกลับ เพราะรู้อยู่แล้วผลเสียจะตามมาแบบไหนบ้าง แฟนคลับเขาเยอะหรือสังคมจะมาโจมตีก็ไม่กลัว ตนไม่ได้ขอข้าวเขากิน ตนคิดว่าต่อจากนี้ถ้าต่างกันต่างอยู่มันคงจบ แฟนคลับเขาก็อย่ามาข้องเกี่ยวกันเลย”

ประเด็นเรื่องเงิน 3 แสนบาท เป็นพ่อเลี้ยงที่ไว้ใจได้ ของอดีตพระกาโตะ โดยนัดรับเงินที่หลังเซียร์ รังสิต แลกกับการให้ลบไลน์และปิดบัญชีธนาคาร ตนไม่ได้เรียกร้อง เขาปรารถนาเองที่จะให้ไปเป็นค่ารักษาตัว เขาบอกจะช่วยเงิน 3 แสน เขาพูดเองที่จะให้ ซึ่งเงินจำนวนนี้ไม่คืนแต่จะนำไปทำบุญ ฝากบอกอดีตพระกาโตะ “อย่าไปเล่นกับความรู้สึกใคร บางทีผู้หญิงค่อนข้างมีความรู้สึกที่ดี ๆ ถ้าไปเจอผู้หญิงที่โดนแบบนี้แล้วฆ่าตัวตาย ตายไปเลยจะเป็นตราบาปไปตลอด เขามีเสน่ห์ มีวาจาในการพูดที่ดี ขอให้เขานำสิ่งนี้ไปใช้ในทางที่ดี ไม่ใช่นำมาใช้แบบนี้ อย่าให้เกิดขึ้นอีก”

ตอง กล่าวว่า อดีตพระกาโตะ ย้ำเสมอว่าเขายังเด็ก อยากบอกว่าต้องโตได้แล้ว เพราะวันนี้คุณไม่ใช่เด็กแล้วบรรลุนิติภาวะแล้ว “ยอมรับว่าตนเองละอายมาก ๆ รู้ด้วยว่าจะโดนอะไรกลับมา แต่ถ้ายังอยู่แบบนี้ตนไม่สบายใจ ขอทำสิ่งที่ถูกต้อง มันเป็นตราบาปและเก็บไว้ในใจคนเดียว มันอึดอัด ขอให้ตนตายชาตินี้ โดยที่ตนได้เปิดเผยเรื่องทุกอย่าง เพราะไม่อยากโกหกใคร” ตอนนี้ทัวร์ลงว่าตนไปให้ท่าอดีตพระกาโตะ ไปยั่วยวนเอง หิวเงิน กำลังปรึกษาทนายความจะฟ้องชาวเน็ตทุกรายที่กล่าวหาในทางไม่ดี หลักฐานมีครบหมดแล้ว

ตอง ยังเปิดเผยอีกว่า หลังจากนี้จะมีสติ ขอแก้ตัวในส่วนที่ทำผิดไป ขอแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาด เชื่อว่าตนกับอดีตพระกาโตะ มีความรู้สึกดี ๆ ต่อกันเสมอ ไม่งั้นคงไม่อยู่มาถึง 3 เดือน ตนศรัทธาในความรักที่ทำให้ตนกับเขาได้คุยกันต่อ ตนค่อยข้างอึ้งที่ได้ยินอดีตพระกาโตะ พูดว่าไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับตน นักข่าวถาม ตอง ว่าเรียกว่า “รัก” มั้ย ตอง ตอบว่า “ใช้ได้ค่ะ”

ตอนนี้ทำใจได้แล้ว เพราะรู้ตัวว่าความสัมพันธ์ระหว่างเรามันเป็นไปไม่ได้ ตนเลือกที่จะเดินออกมาทำในสิ่งที่ถูกต้อง ถามกลับตนเองยั่วยวนอย่างไร เพราะแต่งกายมิดชิดทุกครั้ง ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันตอนถวายเพล ตนเห็นสายตาของอดีตพระกาโตะ โดยมองผ่านกระจกหลัง สายตามองตามตลอด จึงถามแม่ว่าทำไมเขาถึงมองมองตลอด กระทั่งขับรถลงจากเขาไป ตนรู้สึกแปลก ๆ ตั้งแต่วันนั้น

“ยอมรับสิ่งที่ตนทำมันบาปแน่นอน เขาบอกเจตนาดีไม่เป็นแล้วก็เปิดหลังให้นวดจนมีความสัมพันธ์เกินเลย สึกแล้วคงไม่มาอยู่ด้วยกัน มันจะอยู่ด้วยกันได้ยังไง ย้ำตนขอทำในสิ่งที่ถูกต้อง น้อมรับที่ โดนกระแสสังคมต่อว่าหญิงก็ร้ายชายก็เลว วันนี้ตนทำสิ่งที่ถูกต้องให้แล้ว อย่างน้อยทุกคนจะได้ตาสว่างว่าพระก็มีแบบนี้ ตนไม่สามารถโกหกใครอีกต่อไปได้ รู้สึกโล่งมาก วันนี้แหละที่เรารอคอย”

ตอง กล่าวต่อว่า คลิปทั้งหมด 7 คลิป ตนส่งให้พระย้อย ไม่รู้จักท่านเป็นการส่วนตัว คือในเฟซบุ๊กมีพระ 1-2 ท่าน ที่เห็นหน้าเฟซบุ๊กบ่อย ๆ ไม่ทราบชื่อด้วยซ้ำ ตองเรียกหลวงพี่เฉย ๆ ส่วนเรื่องที่ตนบอกตนกุเรื่องมาตอนแรกนั้น ที่บอกว่าพระกาโตะไม่เป็นแบบนั้น คือมีพระผู้ใหญ่ท่านหนึ่งโทรฯ มา ท่านแจ้งว่ารู้เรื่องหมดทุกอย่างแล้วนะ เพราะว่าพระรูปนี้บอกมา เล่าให้ฟังหมดแล้ว เรามาหาทางออกกัน เรื่องมันไปกันใหญ่แล้ว มาหาข้อสรุปกันในแนวเดียวกัน เพื่อตัดปัญหาตองเองก็อยากให้จบเร็ว ๆ ไม่อยากให้มีผลกระทบกับใคร ตนไม่มีชื่อเสียงเราเลยคิดว่าเรายอมโดนด่าเอง หลังจากมาพูด

ตอง ยืนยันตนเป็นโรคซึมเศร้ามานาน 11 ปี และเพิ่งตรวจพบเป็นไบโพลาร์ช่วงเดือนธันวาคม ถ้าใครทำอะไรให้ตนเองไม่ไม่พอใจจะมีอาการแสดงออกรุนแรง ไม่ทำร้ายตัวเองแต่จะทำร้ายคนรอบข้าง เป็นสาเหตุที่ตนต้องมาอยู่กับแม่ และแม่พาไปวัด จนเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น นักข่าวถามว่าจากนี้จะใช้ชีวิตอย่างไร ตองบอกว่าจะเดินสายทำบุญ ต่อไปนี้ขอให้เป็นเรื่องของกรรม

ตอง ได้ขอโทษอดีตพระกาโตะ แล้วในรายการโหนกระแส แล้ว ไม่ขอคุยอะไรกันอีก พร้อมระบุว่า “ไม่ได้เป็นการแบล็กเมล์ มันเป็นความสัมพันธ์แบบสามีภรรยาแล้ว ไม่ได้ขู่ แต่คนหนึ่งลำบากก็ต้องช่วยกัน อยากให้ยุติ ตอนนี้มีอะไรเคลียร์ตอนนี้เลย ถามว่าเงินคืนไหม 3 แสน ใช้ไปแล้วค่ะ เขาพูดว่าให้ด้วยความเสน่หา ตอนที่พูดมีคลิปเสียงแต่เงินต้องแบ่งส่วนทำบุญแน่นอน หนูก็ขอโทษทุกอย่างที่ทำให้คุณลำบากใจหรือทุกข์ใจ แต่ตั้งแต่วันแรกจนวันนี้ความปรารถนาดีมีให้เสมอค่ะ ที่ชาวเน็ตด่าเลวทั้งคู่ ขอโทษที่คิดน้อย ทำอะไรไม่มีสติ เอาอารมณ์ตัวเองเป็นหลัก ขอโทษวงการพระพุทธศาสนาด้วย ขอโทษพระทุกรูปค่ะ”

ขอบคุณที่มา สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...