โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถูกกว่าเติมน้ำมัน! ส่องราคา และค่าไฟของรถไฟฟ้าแต่ละช่วงราคา

AGENDA

เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2565 เวลา 11.31 น.

ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า เตรียมบอกลาน้ำมันแพง ⛽️👋🏻

.

เงินเฟ้อ ค่าครองชีพพุ่งสูง รวมไปถึงค่าน้ำมันที่แต่ก่อนเติมเต็มถังก็ไม่ถึงพัน แต่ตอนนี้ทุกคนพร้อมเพรียงกันเอามือก่ายหน้าผากกับราคาที่สูงลิ่วเกินจะรับไหว

.

ถึงเวลาที่รถไฟฟ้า (หรือ Electric Vehicle: EV) ได้ออกโรง ถือเป็นแสงสว่างใหม่ของทั่วทั้งโลก ทั้งในแง่ของการรักษาสิ่งแวดล้อมและประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

.

ส่วนการชาร์จนั้นไม่ยาก ช่วงกลางคืนตั้งแต่ 22.00 ถึง 9.00 ถือเป็นช่วงที่เหมาะมากที่สุด เป็นเวลาที่พักจากใช้งาน และยังราคาที่ถูกที่สุดอีกด้วย (สำหรับอัตราแตกต่างตามช่วงเวลา Off-peak จะตกหน่วยละ 2.63) ซึ่งเราสามารถคำนวณเองได้ง่าย ๆ เพียงรู้ขนาดของแบตเตอรี่ โดยนำมาคูณกับค่าไฟต่อหน่วย

.

#Agenda รวบรวมรถไฟฟ้าหลากยี่ห้อ หลายราคา และรายละเอียดทั้งหมด 12 รุ่น มาให้ทุกคนได้เทียบและตัดสินใจไปพร้อมกัน จะไปต่อที่รถยนต์เดิม หรือ เดินหน้าสู่การใช้รถไฟฟ้าอย่างเต็มตัว

.

.

.

💸 คุ้มค่า คุ้มราคา (น้อยกว่า 1.5 ล้านบาท) 💸

.

1.MG EP

เริ่มด้วยรุ่นแรกที่คุ้มค่าในราคาที่จับต้องได้ ตกแต่งด้วยวัสดุผิวสัมผัสนุ่มลายโมเดิร์น รวมถึงมีฟังก์ชั่นเด็ด KERS Mode สามารถชาร์จพลังงานกลับเข้าแบตเตอรี่ได้ขณะชะลอรถ ตั้งค่าได้มากถึง 3 ระดับ

.

💳 ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 7.7 แสนบาท

🚩 ระยะทางสูงสุดที่วิ่งได้ 380 กม.

🔋 ค่าไฟต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง 132 บาท

.

.

2. GWM ORA Good Cat

แค่ขื่อรุ่นก็ได้ใจคนรักแมวไปแล้วเต็ม ๆ แต่ไม่ใช่แค่ชื่อที่น่ารักเท่านั้นทรวดทรงสไตล์ Retro สุดคลาสิก และไฟหน้า LED รูปทรง Cat Eye ก็โดดเด่นไม่เป็นรองรถอีวีรุ่นอื่น

.

💳 ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 8.2 แสนบาท

🚩 ระยะทางสูงสุดที่วิ่งได้ 400 กม.

🔋 ค่าไฟต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง 125 บาท

.

.

3. Nissan Leaf

แบรนด์นี้ยืนหนึ่งเรื่องการประหยัดพลังงาน และดีขึ้นไปอีกขั้นเมื่อประสานเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ e-Pedal ในรุ่น Leaf ที่สามารถควบคุมการเร่งความเร็ว รวมถึงการเบรกได้ด้วยคันเร่งเพียงอันเดียว

.

💳 ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1.49 ล้านบาท

🚩 ระยะทางสูงสุดที่วิ่งได้ 311 กม.

🔋 ค่าไฟต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง 105 บาท

.

.

.

🚘 แบรนด์ดัง ขับสบาย (1.5 - 3 ล้านบาท) 🚘

.

4. Hyundai IONIQ

ขยับมาราคาขึ้นมาอีกนิดกับรุ่น IONIQ รถยนต์ไฟฟ้าสไตล์ Crossover จากแดนกิมจิ รถยนต์ SUV แบบ 5 ประตู โดดเด่นด้วยไฟหน้ารูปตัว U และฝาหลังสไตล์ก้นหอยประทับด้วยโลโก้ฮุนได ดีไซน์ภายในเป็นจอแบบ Dual Screen และใช้วัสดุรีไซเคิลเป็นหลัก

.

💳 ราคาเริ่มต้น 1.75 ล้านบาท

🚩 ระยะทางสูงสุดที่วิ่งได้ 280 กม.

🔋 ค่าไฟต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง 73 บาท

.

.

5. Mini Cooper SE

ความคลาสิกของมินิยังคงยืนหนึ่งในใจใครหลายคน มาใหม่ในรุ่น Cooper SE รุ่นแรกของมินิที่พลิกโฉมมาใช้ไฟฟ้า แต่ยังคงใช้ดีไซน์ทั้งภายในและภายนอกแบบ F56 3 ประตูเอาไว้ มอบความรู้สึกเหมือนกับขับโกคาร์ทเช่นเดิม

.

💳 ราคาเริ่มต้น 2.29 ล้านบาท

🚩 ระยะทางสูงสุดที่วิ่งได้ 217 กม.

🔋 ค่าไฟต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง 85 บาท

.

.

6. Volvo C40

มองไกล ๆ ถ้าได้ดีไซน์ชุดไฟหน้าตัว T ตามแบบ Thor Hammer คงเดาได้ไม่ยากว่ามาจากแบรนด์ยานยนต์ชั้นนำอย่าง Volvo คราวนี้มาในรุ่น C40 รถยนต์ SUV ที่เสริมความปราดเปรียวและสปอร์ตด้วยหลังคาสโลพ ทั้งนี้ขับขี่ได้ปลอดภัยแน่นอน การันตีด้วยรางวัล Top Safety Pick+

.

💳 ราคาเริ่มต้น 2.69 ล้านบาท

🚩 ระยะทางสูงสุดที่วิ่งได้ 420 กม.

🔋 ค่าไฟต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง 205 บาท

.

.

.

⚡️ สมรรถนะดี มีราคา (3 - 5 ล้านบาท) ⚡️

.

7. BMW iX3

รถ SUV สไตล์สปอร์ต ขับเคลื่อนล้อหลังของแบรนด์ชั้นนำจากเยอรมันเปิดตัว BMW X3 Series ซึ่งในซีรีส์นี้ รุ่น iX3 Msport เรียกได้ว่าเป็นรุ่นเดียวที่ใช้ไฟฟ้า 100% โดยเฉลี่ยแล้วสามารถใช้งานได้โดยระดับการปล่อย CO2 เป็นศูนย์

.

💳 ราคาเริ่มต้น 3.45 ล้านบาท

🚩 ระยะทางสูงสุดที่วิ่งได้ 461 กม.

🔋 ค่าไฟต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง 224 บาท

.

.

8. Lexus UX 300e

ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูแข็งแกร่งแต่โฉบเฉี่ยวของรถยนต์ Crossover สัญชาติญี่ปุ่น แน่นอนว่าภายในเต็มไปด้วยความปราณีตจากการเย็บปักแบบดั้งเดิมแบบ Sashiko

.

💳 ราคาเริ่มต้น 3.49 ล้านบาท

🚩 ระยะทางสูงสุดที่วิ่งได้ 360 กม.

🔋 ค่าไฟต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง 142 บาท

.

.

9. Tesla Model 3

แบรนด์สัญชาติอเมริกาที่เรียกได้ว่าเป็นผู้นำในวงการ EV ในเวลานี้ ด้วยรถยนต์ที่เน้นในเรื่องพลังงานสะอาดหรือ Zero Emission ทรวดทรงเรียบหรูแต่ราคาจับ ผนวกกับเทคโนโลยีสุดล้ำของเทสล่าทำให้เป็นที่จับตาอย่างมาก ซึ่งข่าวดีก็คือเทสล่าได้เข้ามาจดทะเบียนบริษัทในไทยเป็นที่เรียบร้อย

.

💳 ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท

🚩 ระยะทางสูงสุดที่วิ่งได้ 386 กม.

🔋 ค่าไฟต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง 215 บาท

.

.

.

💰 ไฟฟ้าหรู ดูทรงพลัง (มากกว่า 5 ล้านบาท) 💰

.

10. Porsche Taycan

โดยรวมของรุ่นนี้ดูปราดเปรียว เริ่มด้วยด้านหน้ามุมมองกว้าง มาพร้อมหลังคาแบบสปอร์ตสุดเท่ และแนวคิดที่คำนึงถึงความยั่งยืน โดยภายในรถรุ่นนี้เปลี่ยนไปใช้วัสดุรีไซเคิลแทนหนังทั้งหมด

.

💳 ราคาเริ่มต้น 6.19 ล้านบาท

🚩 ระยะทางสูงสุดที่วิ่งได้ 512 กม.

🔋 ค่าไฟต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง 208 บาท

.

.

11. Audi e-tron

ซูเปอร์คาร์เรียบหรูผสมกับสไตล์สปอร์ตที่มากับระบบ Electric Quattro ด้วยคอนเซปต์รถขับเคลื่อน 4 ล้ออัจริยะแบบไฟฟ้า 100% พร้อมชูโรงด้วยการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในโรงงาน Carbon-Neutral

.

💳 ราคาเริ่มต้น 6.39 ล้านบาท

🚩 ระยะทางสูงสุดที่วิ่งได้ 411 กม.

🔋 ค่าไฟต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง 244 บาท

.

.

12. Mercedes-Benz EQS 450+

เปิดตัวครั้งแรกช่วงปลายปี 2564 ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกที่เข้ามาในไทย รุ่น EQS 450+ จัดว่าอยู่ใน S-Class ที่มาพร้อมเทคโนโลยีแบบอัดแน่นจัดเต็ม และที่สำคัญไร้กังวลกับการหาจุดชาร์จระหว่างทาง เพราะสามารถวิ่งได้สูงสุดถึง 770 กม. ถือว่าเหมาะกับการเดินทางไกลมากที่สุดในอุตสาหกรรมยานยนต์

.

💳 ราคาเริ่มต้น 8.57 ล้านบาท

🚩 ระยะทางสูงสุดที่วิ่งได้ 770 กม.

🔋 ค่าไฟต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง 284 บาท

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...