โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'เจ้าหญิงพิกุลทอง 2565' : 'จักรๆ วงศ์ๆ พ้นมนุษย์' / คนมองหนัง

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 20 พ.ค. 2565 เวลา 06.44 น. • เผยแพร่ 22 พ.ค. 2565 เวลา 12.00 น.

คนมองหนัง

‘เจ้าหญิงพิกุลทอง 2565’

: ‘จักรๆ วงศ์ๆ พ้นมนุษย์’

ช่วงสองเดือนที่ผ่านมา นั่งดูละคร “เจ้าหญิงพิกุลทอง 2565” ด้วยความรู้สึกสนุกสนานมาก

ละครเวอร์ชั่นนี้มีการเขียนบท-เปลี่ยนแปลงรายละเอียดของเรื่องราวใหม่ โดย “วิลิศมาหรา” (ว่ากันว่าคือนามปากกาของ “อัศศิริ ธรรมโชติ” เจ้าของรางวัลซีไรต์และศิลปินแห่งชาติ ที่รับงานเขียนบทละครโทรทัศน์อยู่เนืองๆ)

ถ้าพูดภาษาวิชาการเว่อร์ๆ ตามสมัยนิยม ก็อาจจะนิยามได้ว่า “เจ้าหญิงพิกุลทอง 2565” นั้นเป็น “ละครจักรๆ วงศ์ๆ พ้นมนุษย์”

ล้อเลียนกับแนวคิดทางสังคมศาสตร์-มนุษยศาสตร์ยุคใหม่ ที่พยายามทำความเข้าใจโลกโดยไม่ได้ยึดมุมมองซึ่งใช้มนุษย์เป็นศูนย์กลาง และใส่ใจในความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตอื่นๆ รายรอบพวกเขา

เอาเข้าจริง พื้นฐานดั้งเดิมของนิทาน/ละครจักรๆ วงศ์ๆ ก็มักเน้นหนักไปที่สายสัมพันธ์ระหว่างตัวละครที่เป็นมนุษย์กับตัวละครที่ไม่ใช่มนุษย์ ตั้งแต่อภิมนุษย์ (เทวดา) อมนุษย์ (ยักษ์) เรื่อยไปถึงพืชและสัตว์ต่างๆ อยู่แล้ว

แต่พอมาถึง “เจ้าหญิงพิกุลทอง” ฉบับล่าสุด ดูเหมือนผู้สร้าง-ผู้เขียนบทจะเล่นกับลักษณะเด่นดังกล่าวอย่างจริงจังมากขึ้น ผ่านการผูกโยงเรื่องราวในละคร ให้มีโลกหลายใบของสิ่งมีชีวิตหลายแบบที่ดำรงอยู่เหลื่อมซ้อนกันจนน่าทึ่ง

ไม่มีวิธีการใดจะอธิบายประเด็นข้างต้นได้ดีไปกว่าการสปอยล์เนื้อหาหรือเขียนเล่าเรื่องย่อของละครในช่วง 22 ตอนแรก ดังนี้

“เจ้าหญิงพิกุลทอง 2565” เริ่มต้นเรื่องราวด้วยการกำหนดให้นางเอก-พระเอก-นางรอง-พระรอง เป็นเทวดา-นางฟ้าที่ลงมาเกิดยังโลกมนุษย์ (ในกรณี “พิกุลทอง” และนางฟ้าอีกสององค์คือเพราะหมดอายุขัยบนสวรรค์)

แต่พอลงมาเกิดเป็นมนุษย์แล้ว สถานะความเป็นครึ่งคนครึ่งเทพ (หรือบทบาทการแทรกแซงโลกเบื้องล่างของเทวดาข้างบน) ดังที่มักปรากฏในละครจักรๆ วงศ์ๆ ส่วนใหญ่ กลับหายไปเสียเฉยๆ (จนอดสงสัยไม่ได้ว่าจะใส่ฉากแรกนั้นมาทำไม?)

เป็นความสัมพันธ์แนวระนาบระหว่างสรรพสิ่งต่างๆ ในระบบนิเวศตามธรรมชาติและพลังอำนาจเหนือธรรมชาติ บนโลกเบื้องล่างต่างหาก ที่เต็มไปด้วยความหลากหลายและสภาวะเหลื่อมซ้อนกันอย่างน่าสนใจ

“พิกุลทอง” นั้นเป็นธิดากษัตริย์ แต่พายุใหญ่และอุทกภัยที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ก็ส่งผลให้เธอต้องพลัดพรากจากพระบิดา-พระมารดา และกลายเป็นเด็กสาวชาวบ้านชื่อ “พิกุล”

กลุ่มตัวละครที่คอยช่วยเหลือ “พิกุล” อยู่ตลอดเวลา คือ พระภูมิเจ้าที่และสัมภเวสีผีเร่ร่อน (พวกเขาเรียกตัวเองว่าตีนโรงตีนศาล) ซึ่งอาศัยอยู่ในศาลเพียงตาใกล้ๆ บ้านของเธอ แม้แต่ “ดอกพิกุลทอง” ที่ร่วงจากปาก “พิกุล” เวลาพูดสิ่งดีๆ ออกมาจากใจจริง นั้นก็เป็นพรซึ่งพระภูมิข้างบ้านดลบันดาลให้

ในอีกด้านหนึ่ง “พิกุล” ก็มีแม่เลี้ยง น้องสาวบุญธรรม และเพื่อนน้องสาว ที่ถูกวาดภาพให้เป็น “คนเลวบริสุทธิ์” โดยละครบอกภูมิหลังว่าสองคนหลังนั้นเพิ่งหมดเวรหมดกรรมจากนรก ทว่า ครั้นได้ขึ้นมาเกิดเป็นมนุษย์ก็ยังมุ่งประพฤติชั่วต่อ ต้องยอมรับว่า นี่คือเส้นเรื่องที่ผมไม่ชอบและไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าใดนัก

แต่จุดที่น่าสนุกกว่าก็คือ กลุ่มแม่เลี้ยง-น้องบุญธรรม-เพื่อนน้องนี้จะถูกตามติดสอดส่องพฤติกรรมโดยยมบาล-ยมทูต

บ่อยครั้ง ผู้ชมจะตระหนักได้ทันทีว่า พระภูมิเจ้าที่และบริวารผีเร่ร่อนกับยมบาล-ยมทูตนั้นทำงานสอดรับกัน (โดยไม่เคยได้ปรึกษาหารือกันตรงๆ) เช่น ในฉากหนึ่ง ตัวละครกลุ่มแรกก็จะคอยช่วยเหลือ “พิกุล” และขัดขวางไม่ให้แม่เลี้ยง-น้องสาวบุญธรรมกลั่นแกล้งนางเอก แล้วในฉากต่อไป ตัวละครกลุ่มหลังก็จะคอยจดบันทึกกรรมของเหล่านางอิจฉา

โลกใน “เจ้าหญิงพิกุลทอง 2565” ทวีความซับซ้อนขึ้น เมื่อมีการเปิดตัว “พิชัยมงกุฎ” ผู้เป็นพระเอก แล้วก็มีนางยักษ์ “กานิล-กาขาว” สองพี่น้องมาแอบหลงรักเจ้าชายผู้นี้

นางยักษ์ทั้งสองตนมีลักษณะเป็น “ผีเสื้อสมุทร” หรือยักษ์ที่อาศัยอยู่ใต้บาดาล โดยมีศักดิ์ฐานะต่ำกว่าพญานาคราช ทั้งคู่จึงหวั่นเกรงอำนาจของพญานาค ไปพร้อมๆ กับที่ราชันแห่งมหาสมุทรได้คอยออกหน้าปกป้องพวกนาง

เช่น ตอนที่ “พิชัยมงกุฎ” และบริวารจะลงทะเลไปปราบยักษ์ แต่พวกเขากลับถูกพญานาคปรากฏกายขึ้นข่มขู่ ในทำนองว่าพื้นที่ข้า พวกเอ็งอย่ามายุ่งนะเว้ย!

ความวุ่นวายยังไม่จบ เมื่อ “สุบรรณ” พญาแร้งที่มีชื่อเป็นครุฑพาเหล่าบริวารออกตระเวนหากิน แล้วบังเอิญได้ยินนางกำนัลของ “พิกุลทอง” (เธอได้กลับมาเป็นเจ้าหญิงเรียบร้อยแล้ว เพราะพระบิดา-พระมารดาไปตามตัวจนเจอ) หลุดปากด่าพวกอีแร้งว่ามีกลิ่นเน่าเหม็นเพราะกินซากศพ

พญาแร้งจึงคั่งแค้นจัด กระทั่งต้องปลอมตัวมาเป็นมนุษย์ แล้วออกอุบายขอแต่งงานกับ “เจ้าหญิงพิกุลทอง”

ระหว่างพา “พิกุลทอง” เดินทางบนเรือสำเภากลางทะเล พญาแร้งก็หมายจะสังหารเจ้าหญิงผู้นี้เป็นการล้างแค้น ที่คนใกล้ตัวเธอเคยมาพูดจาเหยียดหยามศักดิ์ศรีของเผ่าพันธุ์ตนเอง

ทว่า ตัวละครที่เข้ามาขัดขวางพญาแร้งก็คือแม่ย่านาง พญานกจึงต้องประลองกำลังกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเรืออยู่พักใหญ่ ก่อนที่ฝ่ายหลังจะป้องกัน “พิกุลทอง” เอาไว้ได้ ทั้งยังดลบันดาลให้เธอมีโอกาสพบรักกับ “พิชัยมงกุฎ”

ระหว่างเดินทางอยู่กลางทะเล “พิกุลทอง” ก็ถูกนางยักษ์ “กาขาว” ลักพาตัวไปคุมขังไว้ใต้บาดาล ปรากฏว่ากลุ่มตัวละครที่ลงน้ำไปช่วยเหลือเธอได้สำเร็จ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากจะเป็นแก๊งสัมภเวสีตีนโรงตีนศาล ที่พระภูมิเจ้าเก่าส่งมานั่นเอง

“พิกุลทอง” และ “พิชัยมงกุฎ” จึงได้พบกัน และมุ่งหน้ากลับไปยังนครของฝ่ายชาย แต่ความสุขสงบก็ดำรงอยู่เพียงชั่วครู่ เมื่อพญาแร้ง “สุบรรณ” บุกมาจับตัวพระบิดาของ “พิกุลทอง” เป็นตัวประกัน

“พิชัยมงกุฎ” พา “พิกุลทอง” บุกไปช่วยเหลือเสด็จพ่อที่ถิ่นพญาแร้ง ก่อนจะพลาดท่าเสียทีถูกควบคุมตัวเอาไว้ทั้งหมด นางยักษ์ “กานิล” ที่แอบสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ แต่ไม่อยากไฟต์กับพวกแร้งตรงๆ จึงตัดสินใจร่ายมนต์ให้ทุกฝ่ายหลับใหลหมดสติลง แล้วค่อยลักตัว “พิชัยมงกุฎ” ไปเก็บไว้ใต้ทะเล (อย่างไรก็ตาม พระเอกของเราสามารถหลบหนีขึ้นบกได้โดยง่ายดายอีกเช่นเคย)

ที่กล้าปะทะพุ่งชนกับพญาแร้งตรงๆ คือ พระภูมิเจ้าที่และบริวาร (ที่ไม่ได้อยู่ติดศาลแต่อย่างใด) ซึ่งบุกมาชิงตัว “พิกุลทอง” กับพระบิดาได้แบบสบายๆ

ในแง่หนึ่ง เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าคู่ต่อสู้ของพญาแร้งนั้นมีทั้งแม่ย่านางเรือและพระภูมิ อีกแง่หนึ่ง ก็ชวนให้ตั้งข้อสังเกตว่าเจ้าที่และสัมภเวสีตัวจิ๋วๆ ในละครนั้นมีฤทธิ์ยิ่งใหญ่เกินตัว แถมยังมิได้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ข้างบ้านธรรมดาๆ แต่สามารถเข้าไปแทรกแซงขอบเขตอำนาจอื่นๆ ได้บ่อยๆ

ล่าสุดในละครตอนที่ 22 พญาแร้งได้ถึงแก่ชีวิตไปเรียบร้อย หลังต่อสู้กับ “พิชัยมงกุฎ” ยิ่งกว่านั้น พวกแร้งยังแทบสิ้นเผ่าพันธุ์เพราะถูกฟ้าดิน (ซึ่งดูจะหมายถึงอำนาจธรรมชาติมากกว่าอำนาจเหนือธรรมชาติ) ลงโทษ หลังจากนกกลุ่มนี้เที่ยวบินไปล่าสังหารผู้คนเพื่อกินเนื้อ แทนที่จะกินแค่ซากศพที่ตายอยู่ก่อนแล้วตามห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศ

ถัดจากนี้ เรื่องราวของ “เจ้าหญิงพิกุลทอง 2565” ก็จะดำเนินเรื่องเข้าสู่ครึ่งหลังหรือช่วงสุดท้ายแบบเต็มตัว เมื่อนางยักษ์ (ไม่ “กานิล” ก็ “กาขาว”) มาสาป “พิกุลทอง” ให้กลายเป็นชะนี แล้วปลอมตัวเป็นเจ้าหญิงเสียเอง

เรื่องเซอร์ไพรส์ซึ่งแอบปล่อยมานิดหน่อยในตัวอย่างละครที่จะออนแอร์ในตอนที่ 23-24 ก็คือ แม่เลี้ยง น้องสาวบุญธรรม และเพื่อนน้องสาวของ “พิกุลทอง” ที่ถูกพญาแร้งควักไส้ตายไปตั้งแต่ตอนกลางเรื่อง จนต้องตกนรกอีกรอบ จะปรากฏตัวเป็นวิญญาณ เพื่อเข้ามาเตือนให้นางเอกระวังภัยจากพวกนางยักษ์เอาไว้

สปอยล์มาประมาณนี้ หลายท่านคงรับรู้ได้แล้วว่าเนื้อหาของ “เจ้าหญิงพิกุลทอง” นั้นเป็น “จักรๆ วงศ์ๆ พ้นมนุษย์” ขนาดไหน •

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...