โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธรรมะ

พระพรหมดิลก ร่วมอนุโมทนาพิธีสถาปนา พระอรรถกิจโสภณ วัดสามพระยา

MATICHON ONLINE

อัพเดต 07 พ.ค. 2566 เวลา 10.10 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. 2566 เวลา 08.02 น.

พระพรหมดิลก ร่วมอนุโมทนาพิธีสถาปนา พระอรรถกิจโสภณ วัดสามพระยา หลังราชกิจจาฯ เผยไม่เคยถูกถอดถอนสมณศักดิ์

เมื่อวันที่7 พฤษภาคม ที่วัดสามพระยาวรวิหาร ดร.ณพลเดช มณีลังกา อดีตอนุกรรมาธิการพิจารณาด้านพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ๆ สภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดเผยว่าได้มีการเชิญหิรัญบัฏพัดยศ ผ้าไตร และเครื่องประกอบสมณศักดิ์ ถวายแด่“พระอรรถกิจโสภณ” โดยประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ สมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีตรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูรกิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่าตามที่ พระอรรถกิจโสภณ(สมทรง อตฺตคุตโต) ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิตอาญา และได้มีพระบรมราชโองการถอดถอนสมณศักดิ์ เมื่อวันที่29 พฤษภาคม2563 นั้น บัดนี้ คดีถึงที่สุดแล้วโดยศาลตามกฎหมายฝ่ายบ้านเมืองมีคำพิพากษาให้ยกฟ้อง ถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ในคดีตังกล่าวทั้งปรากฏข้อเท็จจริงว่าไม่มีการกล่าวคำลาสิกขา และไม่มีการดำเนินการให้สละสมณเพศ โดยยังคงดำรงตนอย่างพระภิกษุโดยตลอดระหว่างถูกคุมขัง จึงมีสภาวะเป็นพระภิกษุ มีสถานะเป็นพระสมทรง อดดคุตโตซึ่งมหาเถรสมาคมมีมติรับทราบแล้ว เมื่อวันที่10 เมษายน2566อาศัยอำนาจตามความในมาตรา5 ตรี แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์(ฉบับที่4) พ.ศ. 2561 จึ่งทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ให้ พระสมทรง อตตคุตโตเป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ มีนามว่า พระอรรถกิจโสภณ โดยให้ถือว่าไม่เคยถูกถอดถอนสมณศักดิ์และราชทินนามมาก่อนทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่30 เมษายนพุทธศักราช2566ประกาศ ณ วันที่30 เมษายน พุทธศักราช2566 เป็นปีที่8 ในรัชกาลปัจจุบัน

ดร.ณพลเดช กล่าวว่า เป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงพระกรุณาทรงโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ให้ พระสมทรง อตตคุตโต เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ มีนามว่าพระอรรถกิจโสภณ โดยให้ถือว่าไม่เคยถูกถอดถอนสมณศักดิ์และราชทินนามมาก่อน ถือเป็นรูปที่สองหลังจากที่มีพระราชทานแด่ พระพรหมดิลก

ดร.ณพลเดช กล่าวต่อไปว่า ถือเป็นอุทาหรณ์ ว่า““ทองแท้ไม่แพ้ไฟ” เป็นความงดงามแห่งผู้ทรงผ้ากาสาวพัสตร์ ดำรงแห่งศีลอันบริสุทธิ์แห่งองค์พระผู้มีพระภาคเจ้า แม้มีผู้ไม่หวังดีพยายามตีความหมายในมาตรา29 มาตรา30 ว่าสละสมณเพศ ให้หมายความว่าลาสิกขา แต่ไม่อาจจะลบล้างอมตะวาจาที่พระองค์ให้บัญญัติในพระธรรมวินัยได้ไม่ เพราะหากไม่เป็นไปตามสิกขาบทแห่งการลาสิกขา พระสงฆ์ก็ยังคงเป็นพระสงฆ์อันบริบูรณ์อยู่ดี กรณีนี้เหมือนกับกรณีพระพิมลธรรม ที่ได้คืนสมณศักดิ์ในอดีต ตนหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พระภิกษุที่ถูกกลั่นแกล้งด้วยกลอุบายทางกฎหมาย ในวันนี้ถึงวันที่สว่างแล้วขอทุกรูปกลับมาครองธงชัยแห่งผ้าอรหันต์อย่างมีเกียรติภูมิ เป็นกำลังให้กับพระพุทธศาสนา ในวันที่ประเทศไทยเสื่อมถอยจากศีลธรรมด้วยการทำลายพระพุทธศาสนาของคนบางกลุ่ม อย่างไรก็ตามตนเห็นว่ารัฐบาลในการนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ในขณะนั้นในฐานะเป็นผู้มีส่วนที่ทำให้พระจำคุกอยู่เป็นเวลานาน ซึ่งท่านไม่ทราบมาก่อน ทำให้ประชาชนทั้งประเทศเสื่อมศรัทธาในพุทธศาสนา ควรเข้ามาเยียวยาและรับผิดชอบมากกว่านี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...