โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 คืบหน้า คาดใช้รถรุ่น ‘ฟู่ซิงห้าว’ CR300AF มาวิ่งให้บริการ

The Bangkok Insight

อัพเดต 07 มิ.ย. 2566 เวลา 04.15 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2566 เวลา 04.15 น. • The Bangkok Insight

โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา คืบหน้าต่อเนื่อง คาดใช้รถไฟรุ่น Fuxing Hao CR300AF วิ่งให้บริการ เสริมศักยภาพคมนาคมขนส่งทางรางของไทย

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม รับทราบความคืบหน้า โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา

รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน

สำหรับโครงการดังกล่าว มีทั้งหมด 6 สถานี ได้แก่ สถานีกลางบางซื่อ ดอนเมือง อยุธยา สระบุรี ปากช่อง และนครราชสีมา ระยะทางรวม 250.77 กม. มีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จ ปี 2569 โดยประกอบด้วย 15 สัญญา (งานโยธา 14 สัญญา และงานระบบ 1 สัญญา)

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด ขณะนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จ 1 สัญญา อยู่ระหว่างก่อสร้าง 10 สัญญา และรอการลงนาม 3 สัญญา เชื่อมั่นต่อยอดพัฒนาโครงสร้าง เชื่อมโยงการคมนาคมภูมิภาค เพื่อวิถีชีวิตและเศรษฐกิจของคนไทย

จากความร่วมมือที่มีมาอย่างต่อเนื่องกับสาธารณรัฐประชาชนจีน จีนพร้อมที่จะถ่ายทอดเทคโนโลยี ทักษะและองค์ความรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับรถไฟความเร็วสูง 11 ด้านให้ไทย อาทิ ข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุที่ใช้ในการสร้างรางรถไฟ แนวทางปฏิบัติในการวางรางในภูมิประเทศต่าง ๆ

นอกจากนี้ ยังรวมถึงการออกแบบสถานีรถไฟเพื่อให้ผู้โดยสารสัญจรไปมาได้ดีขึ้น การสร้างสะพานข้ามแม่น้ำหรือแหล่งน้ำอื่น ๆ ด้วยความเร็วที่เร็วขึ้นและต้นทุนที่ต่ำลง การออกแบบและสร้างอุโมงค์ที่ปลอดภัย รวมถึงการอบรมการบริหารรถไฟความเร็วสูง การซ่อมบำรุง และการขับรถไฟ เป็นต้น

ทั้งนี้ คาดว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน จะนำขบวนรถรุ่น Fuxing Hao (ฟู่ซิงห้าว) CR300AF มาใช้วิ่งให้บริการ แบ่งประเภทที่นั่งได้ 3 ระดับ ได้แก่ ชั้นหนึ่ง (ที่นั่งแบบเก้าอี้เดี่ยว) ชั้นสอง (ที่นั่งประเภทธุรกิจ) และชั้นสาม ความจุ 600 คน/ขบวน ต่อพ่วงได้ 3-10 คัน/ขบวน สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 5 หมื่นคน/ชั่วโมง/ทิศทาง

นายกรัฐมนตรีติดตามการทำงานตามแผนงาน เร่งสร้างเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานของไทย ช่วยเชื่อมโยงภูมิภาค ให้ความสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบราง ซึ่งเป็นการขนส่งแห่งอนาคต ที่ถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า สามารถลดต้นทุน ทั้งด้านเวลา และค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์

อีกทั้งยังเป็นรูปแบบการขนส่งที่คุ้มค่า มีประสิทธิภาพและยั่งยืนที่จะช่วยสร้างศักยภาพและโอกาสใหม่ทางการค้า การลงทุน ที่จะนำมาสู่การขยายตัวทางเศรษฐกิจในประเทศ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...