โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

โบรกฯ ระแวง OSP มีค่าใช้จ่ายพิเศษ ต้องบันทึกในงบไตรมาส 4/67 กว่า 120 ลบ. แถมเจอแรงกดดันตลาดเครื่องดื่มแข่งขันดุ

Share2Trade

อัพเดต 29 ม.ค. 2568 เวลา 02.58 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. 2568 เวลา 03.10 น. • Share2Trade

รายงานความเคลื่อนไหวราคาหุ้นบริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ในช่วงปิดตลาดวันที่ 28 ม.ค. 68 ได้ปรับตัวลดลงกว่า 10.85% มาอยู่ที่ 18.90 บาท ด้านนักวิเคราะห์คาดตลาดกังวลบักทึกค่าใช้จ่ายกว่า 120 ล้านบาท ฉุดกำไรไตรมาส 4/67

โบรกฯ ระแวง OSP_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองต่อราคาหุ้น OSP วานนี้ที่ปรับตัวลดลง เชื่อว่าสาเหตุมาจากค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น 2 รายการ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 120 ล้านบาท ซึ่งมาจากการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่ใช่เงินสดจากธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังในเมียนมาร์ เนื่องจากค่าเงินจ๊าดเมียนมาร์ที่อ่อนค่าลงและค่าใช้จ่ายด้อยค่าที่เกี่ยวข้องกับการยุติธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังในยุโรป

โดยหากไม่รวมค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวกับการดำเนินงานเหล่านี้ คาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 4/67 จะอยู่ที่ 720 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 21% จากช่วงเดียวกันและเพิ่มขึ้น 7% จากไตรมาสก่อน จากส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้นแข็งแกร่งในเมียนมาร์ การเติบโตของตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลในประเทศของไทย และการประหยัดต้นทุน ช่วยชดเชยส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มชูกำลังที่ลดลงในไทย

ขณะเดียวกันยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศลดลงอย่างไม่คาดคิด โดยเฉพาะในภูมิภาคที่ OSP ครองส่วนแบ่งตลาดเช่น ภาคเหนือ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของ CBG ราคา 10 บาทต่อขวด ได้รับความนิยมมากขึ้น OSP จึงมีแผนจะเปิดตัวเครื่องดื่มชูกำลังรุ่นใหม่ที่มีราคาถูกกว่าในราคา 10 บาท เพื่อแข่งขันกับกลยุทธ์การกำหนดราคาของ CBG

โดยจะเข้ามาแทนที่เครื่องดื่มหลักที่ราคา 12 บาทต่อขวดในตลาดที่อ่อนแอ เชื่อว่าตลาดมองว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์หลักราคา 12 บาทของ OSP ส่งผลให้กำไรเฉลี่ยลดลงและทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับสงครามราคาที่อาจเกิดขึ้นกับ CBG

ขณะที่ราคาหุ้น CBG ที่ปรับตัวลดลง 5% หลัง เนื่องจากตลาดหวั่นว่าเครื่องดื่มชูกำลังราคา 10 บาทใหม่ของ OSP อาจกดดันยอดขาย CBG ทำให้แฟน M-150 รุ่นเก่าบางส่วนอาจหันกลับมาใช้ผลิตภัณฑ์ของ OSP อีกครั้ง

ทั้งนี้ เชื่อว่า OSP ยังคงมุ่งเน้นที่การรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่าการรุกตลาดใหม่ บริษัทย้ำจุดยืนเดิมที่จะคงราคาขายผลิตภัณฑ์หลักที่ 12 บาทต่อขวด เนื่องจากมีอัตรากำไรที่สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ราคา 10 บาท OSP เน้นย้ำว่าการลดราคาอย่างรวดเร็วอาจส่งผลเสียต่อธุรกิจของบริษัทโดยทำให้ความเชื่อมั่นของผู้จัดจำหน่ายที่มีต่อกลุ่มผลิตภัณฑ์ของตนลดลง ผลตอบแทนทางธุรกิจโดยรวมลดลง และจำกัดโอกาสทางการตลาดและการส่งเสริมการขาย

โดย OSP มีแนวโน้มที่จะเปิดตัวเวอร์ชั่นราคา 10 บาท เฉพาะในพื้นที่ที่มียอดขายต่ำเป็นพิเศษ เพื่อลดผลกระทบต่อผลกำไรโดยรวมให้เหลือน้อยที่สุด ส่วน CBG มุ่งมั่นที่จะรักษากลยุทธ์ส่วนแบ่งการตลาดต้นทุนต่ำ เน้นที่ความสามารถในการซื้อและความมุ่งมั่นที่จะอยู่กับผู้บริโภคในช่วงเวลาที่ท้าทาย แทนที่จะพึ่งพาโปรโมชั่นมากเกินไปซึ่งอาจกัดกร่อนอัตรากำไรของบริษัท

ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่าราคาหุ้นตอบรับเชิงลบจากประเด็นแนวโน้มการแข่งขันที่ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังที่อาจสูงขึ้น จากการกลับมารุกขายเครื่องดื่ม 10 บาทของ OSP

อย่างไรก็ตาม เราคาดแนวโน้มการเติบโตปี 2568 ของ OSP ยังเติบโตได้ต่อจากการเน้นขยายสินค้ากลุ่ม Premium Segment อื่น และธุรกิจต่างประเทศ

สำหรับ ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน P/E เพียง 17 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนปัจจัยกดดันไปมากแล้ว คงราคาเหมาะสม ที่ 30 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ ” สำหรับการลงทุนระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...