โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เผย ‘เทรนด์อาหาร’ 2025 อินทผลัม อาหารกระป๋อง…มาแรง

Ticy City

อัพเดต 31 ธ.ค. 2567 เวลา 07.29 น. • เผยแพร่ 31 ธ.ค. 2567 เวลา 01.00 น.

‘เทรนด์อาหาร 2025’ (Food Trend) อะไรจะมาอะไรจะไป ผู้บริโภคควรรู้ นอกจาก ‘อาหารสุขภาพ’ ที่ทุกคนต้องกินให้มากขึ้น และออกกำลังกายมากขึ้นแล้ว ยังต้องวางแผนการกิน-อยู่อย่างสมดุล เพื่อสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

เมื่อถึงปลายปี การจัดอันดับ เทรนด์อาหาร หรือ Food Trend 2025 เพื่อรายงานความนิยมของผู้บริโภค แน่นอนว่าทุกปี ทุกคนต้องการ อาหารสุขภาพ มากขึ้น แต่จะเลือกกินอย่างไร เทรนด์อาหารและวัตถุดิบอาหาร เป็นมาอย่างไร เว็บไซต์ eatingwell แนะนำ 10 เทรนด์อาหาร 2025 ดังนี้

สารอาหารต้านการอักเสบ

ผัก ผลไม้ ถั่วฝัก ถั่วเปลือกแข็ง ปลาที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 ป้องกันโรค NCDs และภาวะก่อนเป็นเบาหวาน (Prediabetes) จนถึงเบาหวานประเภท 2 ที่มีตัวเลขผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทุกปี ประมาณว่าคนเป็นเบาหวานประเภท 2 มีราว 95% ซึ่งมาจากอาหารและไลฟ์สไตล์ อาหารสุขภาพ แนววีแกนและอาหารแพลนท์เบสจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ และช่วยป้องกันโรคภัยต่าง ๆ

เว็บไซต์ eatingwell.com รายงานว่า ตลอดปี 2024 พบคำค้นที่น่าสนใจจากสูตรทำอาหารเพิ่มขึ้น 16% ได้แก่ สลัดมันเทศ, สมูทตี้ผักเคล, เบอร์รี่และบีท

ชา

หลายปีผ่านไป ชายังเป็นเครื่องดื่มที่ไม่เคยตกยุค หลายคนรับรู้ว่าชามีประโยชน์ต่อสุขภาพ ทั้งชาจีน ชาเขียว ชาสมุนไพร ชาขิง ชาอัสสัม ฯลฯ ชามีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดอัตราเสี่ยงโรคมะเร็ง โดยคำค้นเกี่ยวกับชาในรอบปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นถึง 200%

ผลไม้เมืองร้อน

เทรนด์อาหาร 2025 ผลไม้เมืองร้อน ได้แก่ ฝรั่ง สับปะรด มะม่วง กล้วยเสาวรส มะพร้าว และสูตรอาหารที่ใช้ผลไม้เมืองร้อนมาปรุง ทำซอส ทำสมูทตี้ ค็อกเทลและม็อกเทลมาแรง โดยเพิ่มขึ้น 15% คำค้นที่น่าสนใจคือ สมูทตี้มะม่วง+ขมิ้น, เคบับไก่อบน้ำผึ้งกับสับปะรด

อินทผลัมใช้แทนน้ำตาล

ผลไม้จากทะเลทรายที่หวานมาก หอมและมีกลิ่นคล้ายคาราเมล กำลังโดนใจเชฟขนม ที่จริงอินทผลัมและฟิก (มะเดื่อ) อยู่ในเทรนด์อาหารมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ด้วยเชื่อว่าความหวานจากอินทผลัม และมะเดื่อ เป็นความหวานจากธรรมชาติ มีประโยชน์กว่ากินน้ำตาลทราย

มื่อปีที่แล้วเกิดเทรนด์ no-added-sugar ดังนั้นคำค้นที่เพิ่มขึ้นถึง 189% ในรอบปีที่ผ่านมาคือ no-added-sugar และ Date syrupอีกทั้งสมาคมโรคหัวใจ (American Heart Association) แนะนำให้ลดความหวานจากน้ำตาลทราย จึงเกิดทางเลือกใหม่ใช้ความหวานจากผลไม้ แพทย์ในอเมริกาแนะนำว่า ผู้ชายไม่ควรกินน้ำตาลเกินวันละ 36 กรัม (เท่ากับ 6 ช้อนชา) ผู้หญิง 25 กรัม (4.22 ช้อนชา)

ฮันนี่มัสตาร์ด

เป็นสูตรทำซอสและเดรสซิ่งที่ปรุงจากน้ำผึ้งผสมมัสตาร์ด จะเรียกว่าเป็นซอสโบราณดังจากยุค 90 ก็ได้ แต่ปีนี้ผู้คนจะโหยหาอดีต คิดถึงรสชาติเก่า ๆ ที่มีทั้งหวาน เค็ม เปรี้ยว เผ็ดอ่อน ๆ รสชาติเป็นอย่างไร ลองคิดถึงมะเขือเทศตากแห้ง (sun dried tomatoes) กินกับค็อตเตจชีส หวาน ๆ มัน ๆ อมเปรี้ยวนิด ๆ เชฟฝรั่งจึงนำสูตรเด็ดจากอดีตมาปรุงใหม่ เช่นทำดิปปิ้ง, เดรสซิ่ง เหมาะกับสลัดผักสดกับผลไม้ และไก่อบหรือหมูทอดก็ได้

อาหารโปรตีนสูง

อาหารที่ให้โปรตีนสูงแต่ไขมันไม่มาก เช่น เนื้อแดง ไก่ ปลา รวมถึงอาหารแพลนท์เบสของชาววีแกน หรือคนกินมังสวิรัติต้องเลือก เช่น กรีกโยเกิร์ต เต้าหู้ถั่วนานาชนิด เห็ดบางชนิด นับเป็น อาหารสุขภาพ ที่ให้โปรตีน ประกอบกับคนเข้ายิมมากขึ้น ต้องดูแลร่างกาย สร้างกล้ามเนื้อ

อีกอย่างคนกินวีแกนมากขึ้น ถั่วโปรตีนสูงจึงเป็นทางเลือกเพื่อไม่ให้ขาดโปรตีน

อาหารกระป๋อง

ขึ้นแท่น เทรนด์อาหาร มาตั้งแต่ปีที่แล้ว เหตุผลคือราคาเข้าถึงได้ในขณะที่วัตถุดิบอาหารทั่วไปราคาสูงขึ้น แต่ต้องเลือกและอ่านฉลากให้ดี พึงระวังโซเดียมมากเกินไป

อาหารกระป๋อง ที่เข้าข่ายกินได้ไม่ทำร้ายสุขภาพ เช่น ถั่วขาว ถั่วดำ ถั่วลันเตา ชิคพี ผักดอง มะเขือเทศกระป๋องที่มีสารไลโคปีนสูง คนเจน Z นิยมมากเพราะสะดวก อร่อย ราคาถูก เหมาะกับไลฟ์สไตล์ นำไปปรุงต่อที่บ้าน ต่อยอดกับอาหารที่ทำเอง

เช่นสเต๊กที่ต้องมีผักแนม จัดเลย ถั่วลันเตากระป๋อง ถั่วขาว (เอาไปทำซุปต่อก็ได้) หรือซุปข้าวโพดสำเร็จรูป เสริมด้วยผักดอง นอกจากราคาเป็นมิตรต่อกระเป๋าแล้วยังถือว่าเป็นอาหารช่วยลดน้ำหนัก ลดระดับน้ำตาล บางคนเชื่อว่าอาหารกระป๋องปรุงสุกมาแล้ว ถือว่าสะอาด ปลอดภัย

อาหารบำรุงสมอง

เชื่อมโยงกับการเพิ่มขึ้นของผู้สูงวัยในแทบทุกประเทศ ซึ่งมักมีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับสมอง ความจำ การรับรู้ ที่มาตามความเสื่อมของร่างกาย อาหารในหมวดนี้จึงช่วยบำรุงสมอง เสริมสร้างความจำ ป้องกันอัลไซเมอร์

อีกทั้งมีงานวิจัยพบว่า ผู้ป่วยเบาหวานประเภท 2 และอาการก่อนเกิดเบาหวาน เชื่อมโยงกับอาการผิดปกติทางสมองที่เกี่ยวกับการรับรู้และความจำ จึงมีการศึกษาเรื่องอาหารบำรุงสมอง ที่จะช่วยลดอัตราเสี่ยงโรคเบาหวานไปด้วย

อาหารเสริมสร้างความจำ ได้แก่ กรดไขมันโอเมก้า-3, เบอร์รี่, ผักใบเขียว, อาหารโปรตีนสูงเช่นถั่วฝัก และวิตามินบี

อาหารเสริมเพื่อลดน้ำหนัก

การรักษาน้ำหนักให้คงที่ป้องกันโรคอ้วน และโรค NCDs อื่น ๆ เทรนด์อาหาร 2025 มีตัวเลือก อาหารเสริม ที่ซื้อจากร้านยาเป็นตัวเลือกของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม องค์การอาหารและยาของอเมริกา (FDA) เตือนว่าไม่ใช่ทางเลือกที่ถูกนัก การลดน้ำหนักควรทำด้วยตัวเอง (จำกัดอาหาร, ออกกำลังกาย) อีกทั้งอาหารเสริมและยาลดน้ำหนัก มีราคาแพงแถมไม่ยั่งยืน หรือถ้าจำเป็นจริง ๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

ม็อกเทลคลายเครียด

ติดอันดับ เทรนด์อาหาร 2025 อย่างเงียบ ๆ และรวดเร็ว เหตุผลเพราะผู้บริโภคยุคใหม่ (รวมถึงคนรุ่นเก่า) พยายามลดละเลิกแอลกอฮอล์ บางคนก็เข้ายิมมากขึ้นจึงต้องระวังสุขภาพ งดแอลสักหน่อยน่าจะดีต่อสุขภาพ ส่งผลให้ตลาดเครื่องดื่ม ม็อกเทลกระป๋อง เติบโตอย่างก้าวกระโดด

แต่ก็ใช่ว่ายี่ห้ออะไร ๆ ก็ฮิต ต้องดูที่ฉลากก่อนว่า มีส่วนผสมที่มีประโยชน์อะไรบ้าง ม็อกเทลที่ดีควรมีส่วนผสมของผลไม้และสมุนไพรที่ช่วยให้ นอนหลับง่ายขึ้น ช่วยผ่อนคลาย ดื่มแล้วคลายเครียด ในตลาดเครื่องดื่มกระป๋องในอเมริกาเรียกว่า Calming Cocktail

และสมุนไพรในม็อกเทลกระป๋องเพื่อคลายเครียดที่กำลังมาแรง เช่น อะแดปโตเจน (Adaptogen) คือสมุนไพรจากรากไม้ชนิดหนึ่ง, ทาร์ตเชอร์รี่ (Tart Cherry - สารสกัดจากเชอร์รี่เปรี้ยว) ที่มีแมกนีเซียมสูง มีเมลาโทนิน ช่วยให้หลับสบาย

อ้างอิง : eatingwell.com

เครดิตภาพ : asianinspirations.com.au, blog.cheapism.com, delicious.com.au, insanelygoodrecipes.com, lipogenbio.com, inspiredtaste.net, paleorobbie.com, rhitrition.com, teabackyard.com, somegoodcleanfun.com, thenutritionjunky.com, skinnyms.com

#เทรนด์อาหาร2025 #อาหารสุขภาพ #อาหารกระป๋อง #ม็อกเทลคลายเครียด #อินทผลัม #ticy city #อาหารบำรุงสมอง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...