โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พืชเทรนด์ใหม่ 'ไข่ผำ-วานิลลา' เร่งต่อยอดธุรกิจบุกตลาดโลก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 31 ม.ค. 2568 เวลา 11.17 น. • เผยแพร่ 31 ม.ค. 2568 เวลา 23.45 น.

โอกาสประเทศไทย เจาะลึกพืชเทรนด์ใหม่ “ไข่ผำ-วานิลลา” อาหารแห่งอนาคต ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ต่อยอดเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ ตอบโจทย์ตลาดโลกชี้ผู้บริโภคแคร์เรื่องสุขภาพ รมว.เกษตรฯ หนุนผู้ผลิตใช้นวัตกรรมแปรรูป ชูโมเดลสร้างรายได้ยั่งยืนเร่งผลิตภัณฑ์-การตลาดแนวใหม่ C2C โปรโมตพืชอีก 14 ชนิด กาแฟ โกโก้ ถั่วเหลือง ฯลฯ

วันที่ 31 มกราคม 2568 “เทคโนโลยีชาวบ้าน” ผู้นำสื่อออนไลน์ด้านการเกษตรครบวงจร จัดงานสัมมนาแรกของปี “ไข่ผำ-วานิลลา : เจาะลึกโอกาสธุรกิจพืชเทรนด์ใหม่” โดยร่วมกับกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ อาคารข่าวสด บรรยากาศคึกคัก ประชาชนให้ความสนใจมาก

โดยได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขึ้นกล่าวปาฐกถา ในหัวข้อ “ทิศทางพืชมูลค่าสูงและโอกาสของเกษตรไทย” พร้อมผู้บริหารภาครัฐสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ทั้งนี้ นายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานเครือมติชน, นายปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน), น.ส.กรชุลี เสนะเวส ผู้อำนวยการกองบรรณาธิการเส้นทางเศรษฐีและเทคโนโลยีชาวบ้าน และคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ

พืช ศก.ตอบโจทย์ตลาด

ศ.ดร.นฤมลกล่าวว่า ไข่ผำไม่ใช่เรื่องใหม่ กระทรวงเกษตรฯดำเนินการมานานแล้ว ให้ทุนวิจัยศึกษาโอกาส ซึ่งพบว่าเป็นพืชที่มีโปรตีนสูง คุณภาพดี เป็นประโยชน์ต่อชาวโลกที่กำลังมีเทรนด์ความมั่นคงทางอาหาร โภชนาการเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่แค่ความเพียงพอ ต่างชาติเห็นประเทศไทยมีบทบาทนำในด้านการเกษตร เนื่องจากสินค้าเกษตรของไทยส่งออกเป็นอันดับ 1 ของโลกอยู่หลายชนิด

ไข่ผำเป็นสิ่งที่กระทวงต้องการสนับสนุนต่อยอด ทั้งออกมาตรฐาน แนวทางปฏิบัติสำหรับฟาร์มที่เพาะเลี้ยงไข่ผำ โดยแบ่งเป็นกลุ่มที่ทำให้มนุษย์บริโภค และกลุ่มสำหรับปศุสัตว์ เป็นทางเลือกในการเพิ่มรายได้หมุนเวียนที่สูงมาก

กระทรวงเกษตรฯจะทำให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ในเรื่องการดูแลผู้ผลิต ไม่ใช่ผู้ส่งออก เนื่องจากเทรนด์โลกที่เปลี่ยนไป การค้าขายไม่ใช่ B2B อย่างเดียวแล้ว และไม่ใช่แค่ B2C ด้วย แต่ไปถึง C2C คือเกษตรกรขายตรงไปที่ผู้บริโภคได้เลย ซึ่งเกิดขึ้นแล้วในพืชหลายชนิดของไทย

“กระทรวงเกษตรฯหวังว่า ท้ายที่สุดรายได้ของเกษตรกรต้องเพิ่มขึ้น คุณภาพชีวิตดีขึ้น พ้นจากกับดักความยากจน”

สำหรับการเลี้ยงไข่ผำและการปลูกวานิลลา กระทรวงได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีพืชเศรษฐกิจใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดด้วยการใช้การตลาดนำ

นอกจากไข่ผำและวานิลลาแล้ว กระทรวงยังมีพืชอีก 14 ชนิดที่จะบรรจุอยู่ในแผนงบประมาณปี 2569 ในการส่งเสริมเกษตรกรให้ปรับเปลี่ยนมาปลูกพืชที่มีราคาดีขึ้น อาทิ กาแฟ โกโก้ ถั่วเหลือง ฯลฯ

สำหรับการส่งเสริมไข่ผำและวานิลลาสู่ตลาดต่างประเทศ เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนได้นำไข่ผำและเส้นบะหมี่ที่ทำมาจากไข่ผำไปแสดงที่ International Green Week 2025 ในช่วงการประชุมรัฐมนตรีเกษตรทั่วโลก ซึ่งได้รับความสนใจมากและมีโอกาสบุกตลาดโลกได้

ปัจจุบันไข่ผำเพิ่งเริ่มต้นในการเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ ระหว่างขยายผลจากกรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตรที่ร่วมขับเคลื่อน เป้าหมายคือเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรปีละ 10%

ดร.อนุวัฒน์ กำแพงแก้ว ผอ.กลุ่มวิจัยพืชอนาคตใหม่ กรมวิชาการเกษตร ระบุว่า แม้ตอนนี้ยังไม่สามารถตีมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ เนื่องจากอยู่ในระยะเริ่มต้น แต่ตลาดต่างประเทศต้องการมาก เช่น ญี่ปุ่น ตะวันออกกลาง ผู้ประกอบการในภาคอีสานมีออร์เดอร์ 1 ตันต่อเดือน (เฉลี่ยไข่ผำสด 40 กก.จะได้ไข่ผำแห้ง 1 กก.) ราคา กก.ละ 2,500-4,000 บาท

แหล่งเพาะไข่ผำปัจจุบันมีภาคเหนือ อีสาน และตะวันออก เป็นลักษณะวิสาหกิจชุมชนที่ตื่นตัวมาก

วานิลลาแห้งคุณภาพดีที่ตลาดจีนขายอยู่ 50,000 บาทต่อ กก. ที่กลับมาเป็นกระแส เนื่องจากภาวะโลกร้อน ทำให้ผลผลิตขาดตลาดเหมือนโกโก้

ทั้งไข่ผำและวานิลลา พร้อมต่อยอดสู่การแปรรูปเพิ่มมูลค่า และส่งออก เช่น ไข่ผำสดขาย กก.ละ 20-300 บาท เมื่อแปรรูปเป็นผงจะขาย 2,500-4,000 บาทต่อ กก.

ปัจจุบันมีผู้ประกอบการไข่ผำ 9 รายที่ผ่านมาตรฐานการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร (มกษ.9001-2564) และพิจารณาอยู่อีก 12 ราย เดือนกุมภาพันธ์ปีนี้จะประกาศใช้มาตรฐานใหม่ได้

ยิ่งแปรรูป มูลค่ายิ่งสูง

วานิลลา เครื่องเทศมีราคาแพงเป็นอันดับ 2 ของโลก ไทยเหมาะสมในการปลูก ด้วยสภาพภูมิอากาศ เติบโตดี ฝักใหญ่ หากส่งเสริมจะทำให้การแปรรูปและการตลาดไปได้ดี

“พาพร โตอินทร์” เจ้าของสวนแม่หม่อน อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ที่ปลูกวานิลลาเจ้าแรก ๆ ใน อ.วังน้ำเขียว บอกว่า วานิลลาเป็นพืชมีมูลค่าสูง แม้ใช้เวลาปลูกนาน แต่เป็นพืชที่คุ้มค่า ความต้องการของตลาดมีสูงมาก

ปีแรก ๆ อาจยังไม่คุ้มทุน จะเริ่มกำไรปีที่ 3 เป็นช่วงที่ได้ฝักแห้ง ซึ่งการปลูกในระยะยาวจะได้ผลผลิตแบบคูณสอง สวนแม่หม่อนในปีแรกปลูกได้ 2,000 ฝัก ปีที่สอง 12,000 ฝัก รุ่นที่ 3 ได้ 25,000-30,000 ฝัก และปีนี้ที่กำลังออกดอกจะได้ผลผลิต 60,000 ฝัก ซึ่ง 1 กก.แห้งจะขายได้ 30,000 บาท ขึ้นอยู่กับตลาดด้วย

เริ่มแรกใช้เงินลงทุนในพื้นที่ 100 ตารางวา 200,000 บาท ไม่รวมค่าต้นพันธุ์ เสาหลักราว ๆ 200 เสา ความสูง 160 เมตร เพื่อการผสมเกสร ถ้ารวมโรงเรือน น้ำ วัสดุที่ปลูก ต้นพันธุ์ ฟาร์มจะขายปลีกที่ต้นละ 300 บาท ความยาว 1 เมตร

กว่าจะมาเป็นฝักวานิลลาที่คุ้นหน้าคุ้นตา ใช้เวลารอต่ออีก 4-6 เดือน กรรมวิธีคือรอเวลาที่ฝักวานิลลาโตสมบูรณ์แล้วจึงนำมาบ่มต่อด้วยการลวก ห่อผ้าดำ และตากแดดจัดวันละ 2 ชั่วโมง ประมาณ 15 วัน และสโลว์ดราย 10 วันจนได้ความแห้งที่ต้องการ และบ่มอีก 2 เดือน เพื่อลดกลิ่นยางจากเปลือกไม้ให้หมดไป เหลือเพียงกลิ่นวานิลลาสุดเย้ายวนใจ

การสร้างมูลค่าเพิ่ม เมื่อมีการแปรรูปไปเรื่อย ๆ มูลค่าเพิ่มก็จะยิ่งสูงขึ้น เช่น หากขายเป็นฝักสดสีเขียว จะมีราคาอยู่ที่ 500-1,000 บาท/กก. ขึ้นอยู่กับขนาดของฝัก แต่เมื่อนำมาบ่มแห้ง จะมีราคาอยู่ที่ 15,000-20,000 บาท/กก. และนำมาทำแบบสกัด ใช้จำนวน 4-5 ฝักขนาดไม่ใหญ่มาก ผสมกับเอทิลแอลกอฮอล์ จะสามารถสร้างมูลค่าได้อีก โดยตกราคาขวดละ 250 บาท นำมาทำไอศกรีม ตกกระปุกละ 50 บาท เป็นต้น

พาพรบอกเล่าต่อว่า โลกร้อน กระทบกับการปลูกวานิลลาอย่างมาก เฉกเช่นเดียวกับสวนทุเรียน โดยเฉพาะช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม เนื่องจากอากาศร้อนจัดและรังสีความร้อนที่สูงกว่าปกติ ส่งผลให้ใบและผลผลิตร่วงเป็นบางส่วน ในปี 2568 ทางฟาร์มวางแผนที่จะป้องกันด้วยการรดน้ำ พักใบ เป็นระยะสั้น ๆ ทุกชั่วโมงเพื่อลดอุณหภูมิ

สร้างงาน สร้างอาชีพ

สวนแม่หม่อนในช่วงปีแรก คิดคำนวณพื้นที่ 100 ตารางวา ใช้แรงงาน 1 คนก็เพียงพอ แต่วานิลลาเป็นพืชที่ต้องผสมเกสรด้วยมือเท่านั้น ในช่วงปีที่ 3 จึงใช้แรงงานจำนวน 2 คน และปีที่ 4 ใช้แรงงาน 3 คน แม้ว่าพื้นที่เท่าเดิม แต่ต้นมีความยาวมากขึ้น ติดดอกมากขึ้น จึงจำเป็นต้องใช้แรงงานคนที่เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ วานิลลายังถูกใช้ในการบำบัดผู้ป่วย คลายความเครียด ช่วยลดอัตราการเกิดซึมเศร้าได้อีกด้วย

กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ เภสัชกรรม และพฤกษศาสตร์ได้ศึกษาคุณสมบัติของวานิลลา พบว่า วานิลลามีคุณสมบัติการรักษาหลายอย่าง มีสารต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ ยับยั้งความรู้สึกเจ็บปวด ยับยั้งการก่อตัวของเนื้องอก ต้านการเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ และช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของระบบประสาท รวมถึงคุณสมบัติที่ช่วยให้เกิดการผ่อนคลาย ลดระดับการผลิตสารที่เกิดจากความเครียดในสมองและภาวะซึมเศร้า

อย่างไรก็ตาม การใช้วานิลลาเพื่อการรักษาทางการแพทย์ นักวิจัยยังคงต้องศึกษาและวิจัยต่อไป เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เพียงพอเกี่ยวกับปัจจัยที่เกี่ยวข้อง แต่ด้วยคุณสมบัติต่าง ๆ ที่ปรากฏ ก็ชี้ชัดแล้วว่า วานิลลาเป็นพืชเศรษฐกิจที่จะมีมูลค่าสูงขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พืชเทรนด์ใหม่ ‘ไข่ผำ-วานิลลา’ เร่งต่อยอดธุรกิจบุกตลาดโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...