ประเทศหนึ่งเดียวใน G7? : เปิดเส้นทาง “สมรสเท่าเทียม” ในญี่ปุ่น ความท้าทายที่ใกล้จะเป็นจริงในอีกไม่ช้า?
ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเรามักจะเห็นว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่ค่อนข้างจะก้าวหน้า โดยเฉพาะประเด็นทางเพศในเชิงธุรกิจและอุตสาหกรรม เพราะไม่ว่าจะเป็นสื่อ หรือของเล่นที่เกี่ยวกับมิติด้านนี้ ล้วนแต่มาจากญี่ปุ่นและสร้างมูลค่าอย่างมากมาย ในขณะเดียวกันญี่ปุ่นก็ยังเป็นประเทศที่ยังคงมีความชายเป็นใหญ่และเป็นประเทศเดียวจากกลุ่ม G7 ซึ่งประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, ญี่ปุ่น, เยอรมนี, ฝรั่งเศส, อิตาลี และสหราชอาณาจักร ที่ยังไม่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียมที่ชัดเจน (ถึงแม้จะมีอิตาลีที่ยังไม่มี กม.เช่นเดียวกัน แต่อิตาลีมี กม.คู่ชีวิตที่ให้สิทธิใกล้เคียงกัน)
เกิดอะไรขึ้นกับญี่ปุ่น วันนี้บางกอก ไพรด์มาสรุปคร่าวๆ ให้ฟัง
จริงๆ แล้วการเรียกร้องสมรสเท่าเทียมในญี่ปุ่นนั้น เริ่มต้นจากในปี 2015 เขตชิบูยะในกรุงโตเกียว เป็นเทศบาลแห่งแรกในญี่ปุ่นที่ออก “ใบรับรองคู่ชีวิตให้กับคู่รักเพศเดียวกัน” แม้ว่าใบรับรองนี้จะไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายเทียบเท่าการสมรส แต่ก็เป็นสัญลักษณ์ของการยอมรับและช่วยให้คู่รักสามารถเข้าถึงสิทธิพื้นฐานบางประการ เช่น การเยี่ยมไข้ในโรงพยาบาล
หลังจากนั้น หลายเทศบาลในญี่ปุ่นเริ่มรับรองระบบคู่ชีวิตในลักษณะเดียวกัน ปัจจุบันมีเทศบาลมากกว่า 300 แห่งที่ให้การรับรองนี้ ครอบคลุมประชากรประมาณ 65% ของประเทศญี่ปุ่น ถัดจากนั้นในปี 2019 คู่รักเพศเดียวกันทั่วญี่ปุ่นได้ยื่นฟ้องร้องรัฐบาล โดยอ้างว่าการห้ามการสมรสเพศเดียวกันนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 14 ซึ่งรับรองความเสมอภาคภายใต้กฎหมาย และจึงเกิดการเคลื่อนไหวที่เรียกว่า "Marriage for All Japan" ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการเรียกร้องสิทธิผ่านกระบวนการยุติธรรม
หลังจากมีการดำเนินการพิจารณาต่างๆ ในเดือนมีนาคม 2021 ศาลแขวงซัปโปโรตัดสินว่าการไม่ยอมรับการสมรสเพศเดียวกันถือเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ คำตัดสินนี้เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ แม้ว่าจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายในทันที แต่ในทางกลับกัน ในเดือนมิถุนายน 2022 ศาลแขวงโอซาก้าตัดสินว่าการไม่อนุญาตการสมรสเพศเดียวกันไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างในมุมมองของกระบวนการยุติธรรม
ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2022 รัฐบาลกรุงโตเกียวเริ่มออกใบรับรองคู่ชีวิตสำหรับคู่รักเพศเดียวกัน ทำให้โตเกียวกลายเป็นพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่นที่ให้การรับรองนี้ แม้ว่าจะยังไม่เทียบเท่าการสมรสตามกฎหมาย แต่ก็เป็นการส่งสัญญาณถึงความก้าวหน้าในการยอมรับความหลากหลายทางเพศ ต่อมาในเดือนธันวาคม 2024 ศาลสูงฟุกุโอะกะได้ออกคำตัดสินในคดีที่เกี่ยวกับสิทธิในการสมรสเท่าเทียมในภูมิภาคคิวชู ซึ่งเป็นคำตัดสินที่สำคัญ และเป็นครั้งแรกที่ศาลตัดสินว่าการกีดกันสมรสเท่าเทียม นอกจากจะขัดต่อบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญญี่ปุ่นมาตรา 14 และ 24 ที่เคยได้รับการตัดสินว่าขัดมาแล้วก่อนหน้านี้
แต่ศาลฟุกุโอะกะยังตัดสินว่าการกีดกันครั้งนี้ยังขัดต่อรัฐธรรมนูญในมาตรา 13 ในเรื่องสิทธิในการสมรสเท่าเทียมอีกด้วยด้วย นี่เป็นคำตัดสินของศาลครั้งที่ 8 เกี่ยวกับประเด็นการสมรสเท่าเทียม ซึ่งส่งสัญญาณเชิงบวกต่อสิทธิในการสมรสเท่าเทียมในญี่ปุ่นที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย ซึ่งในสังคมญี่ปุ่นปัจจุบันเองก็ได้มีการสำรวจความเห็นในปี 2023 พบว่าคนญี่ปุ่นให้การสนับสนุนสมรสเท่าเทียมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นใหม่กว่า 70% ของผู้ตอบแบบสอบถามสนับสนุนการสมรสเพศเดียวกัน แต่ในมุมการเมือง พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล กลับแสดงท่าทีลังเลในการดำเนินการทำให้เกิดสมรสเท่าเทียมในญี่ปุ่น โดยมักอ้างถึงค่านิยมอนุรักษนิยมและความกังวลเกี่ยวกับโครงสร้างครอบครัวแบบดั้งเดิม
และญี่ปุ่นในฐานะประเทศเดียวในกลุ่ม G7 ที่ยังไม่ยอมรับสมรสเท่าเทียม ญี่ปุ่นเองก็ได้รับแรงกดดันจากนานาชาติ โดยเฉพาะเมื่อเป็นเจ้าภาพจัดงานสำคัญระดับโลกเช่นกัน
อย่างไรก็ดี ความท้าทายในการไปต่อของสมรสเท่าเทียมในญี่ปุ่น มีตั้งแต่การตีความรัฐธรรมนูญญี่ปุ่นที่ระบุว่าการสมรสเป็น "ความยินยอมร่วมกันของทั้งสองเพศ" ซึ่งบางฝ่ายตีความว่าหมายถึงเฉพาะคู่ชาย-หญิง และนักเคลื่อนไหวชี้ว่าการตีความนี้ล้าสมัยและเลือกปฏิบัติ รวมถึงการเคลื่อนไหวทางสังคม คดีความ และการยอมรับในระดับท้องถิ่น จะเป็นความท้าทายสำคัญที่ช่วยผลักดันจนเกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคม อย่างไรก็ตาม หากไม่มีการแก้ไขกฎหมายในระดับชาติ คู่รักเพศเดียวกันยังคงไม่ได้รับสิทธิทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์อยู่ดี
อย่างไรก็ดี ความเปลี่ยนแปลงก้าวนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่สมรสเท่าเทียมได้ แต่จะช้าหรือเร็วก็คงต้องติดตามกันต่อไป บางกอกไพรด์ขอร่วมเป็นกำลังใจให้กับสมรสเท่าเทียมในญี่ปุ่นด้วย