กรมบังคับคดี เดินหน้าลุยปี 68 ช่วยประชาชน แก้หนี้-ยกระดับบริการ
กรมบังคับคดี ประกาศลุย อำนวยความยุติธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ พร้อมรับมือปัญหาหนี้สินพุ่งจากเศรษฐกิจชะลอตัว เผยยอดคดีค้างท่วม 4 ล้านเรื่อง ทุนทรัพย์กว่า 19 ล้านล้านบาท เกิน GDP ประเทศ
วันที่ 23 มกราคม 2568 นายเสกสรร สุขแสง อธิบดีกรมบังคับคดี ประกาศเดินหน้าลุยภารกิจสำคัญปี 2568 มุ่งอำนวยความยุติธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างสังคมที่เป็นสุข พร้อมรับมือกับปัญหาหนี้สินที่พุ่งสูงขึ้นจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เผยข้อมูลน่าตกใจ! ปัจจุบันมีคดีแพ่งและคดีล้มละลายรอการบังคับคดีกว่า 4,171,644 เรื่อง คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 19.109 ล้านล้านบาท ซึ่งมากกว่า GDP ของประเทศเสีย
โดยกรมบังคับคดี ได้ขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาล แบ่งเป็น 5 ภารกิจหลัก เดินหน้าช่วยเหลือประชาชนแบบจัดเต็ม ดังนี้
- ลุยแก้หนี้สิน ลดภาระประชาชน : จัดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครั้งใหญ่ ภายใต้กิจกรรม "มีอยู่ มีกิน มีใช้" ทั่วประเทศ 52 ครั้ง! ครอบคลุมทุกภูมิภาค ตั้งแต่เชียงรายยันนราธิวาส โดยในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี 2567 สามารถไกล่เกลี่ยสำเร็จไปแล้วกว่า 6,879 คดี คิดเป็นมูลค่ากว่า 3,173 ล้านบาท ช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชนได้กว่า 112 ล้านบาท
- ยื่นมือช่วยเหลือลูกหนี้ กยศ. : เร่งหารือแนวทางการบังคับคดีหนี้ กยศ. โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ชำระหนี้หมดแล้ว และกลุ่มที่ยังอยู่ระหว่างการผ่อนชำระ เพื่อหาทางออกที่เหมาะสมและเป็นธรรม
- ปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย เข้าถึงง่าย : แก้ไข พ.ร.บ.ล้มละลาย เปิดโอกาสให้ธุรกิจขนาดย่อม สามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องขั้นตอนที่ซับซ้อน คาดว่ากฎหมายฉบับใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ในเดือนเมษายน 2568
- เสริมพลังความรู้ สร้างภูมิคุ้มกัน : มุ่งเน้นให้ความรู้ด้านการเงินและกฎหมายแก่ประชาชน เพื่อให้เข้าใจสิทธิของตนเอง และสามารถนำไปใช้ได้อย่างถูกต้องในชีวิตประจำวัน ลดปัญหาการถูกเอารัดเอาเปรียบ
- ยกระดับบริการ สู่ยุคดิจิทัล : พัฒนาระบบออนไลน์เต็มรูปแบบ เช่น ระบบบัญชีรับจ่ายอัตโนมัติ, ระบบประมูลขายทอดตลาดทรัพย์ผ่านอิเล็กทรอนิกส์ (e-oftering Auction), ระบบการอายัดอัตโนมัติ และระบบวางทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ พร้อมเปิดใช้แอปพลิเคชัน ThaiD เพื่อยืนยันตัวตน เพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ให้กับผู้ใช้บริการ
นายเสกสรร กล่าวต่อว่า กรมบังคับคดียังคงเดินหน้าเร่งรัดขายทอดตลาดทรัพย์สิน เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ โดยตั้งเป้าหมายในปี 2568 ไว้สูงถึง 241,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นภารกิจที่ท้าทาย แต่กรมบังคับคดีก็พร้อมลุยเต็มที่ เพื่ออำนวยความยุติธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างสังคมที่เป็นสุขให้กับประชาชนทุกคน
นอกจากนี้ ระบบงานด้านดิจิทัลที่กำลังพัฒนาอยู่ และคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม 2568 มี 2 ระบบ ได้แก่ ระบบบัญชีรับจ่ายอัตโนมัติ และระบบ e-oftering Auction เป็นระบบประมูลขายทอดตลาดทรัพย์ผ่านอิเล็กทรอนิกส์ และภายในเดือนกันยายน 2568 คาดว่าจะมีระบบงานที่แล้วเสร็จ จำนวน 2 ระบบ ได้แก่ ระบบการอายัดอัตโนมัติ และระบบวางทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์กรมบังคับคดีให้ดียิ่งขึ้น และหวังว่าการให้บริการด้านการบังคับคดีทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมบังคับคดี จะเป็นประโยชน์และสร้างความสะดวก รวดเร็ว และลดค่าใช้จ่ายแก่ผู้ใช้บริการทุกท่านเป็นอย่างดี