เพจดังแฉ! ครู รร.ดังโคราช บังคับตัดผมนักเรียนหญิงจนเสียทรง หนำซ้ำด่าโยงพ่อแม่
กำลังเป็นประเด็นที่สังคมตั้งคำถามจำนวนมากว่า เหมาะสมหรือไม่? เมื่อเพจดัง “นักเรียนเลว” ได้ออกโพสต์เรื่องราวของนักเรียนหญิง ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ถูกคุณครูบังคับตัดผมจนเสียทรง แม้โรงเรียนเคยย้ำในระเบียบว่าครูไม่มีอำนาจตัดผมนักเรียน
โดยทางเพจ นักเรียนเลว ระบุข้อความว่า “เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 67 ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ครูที่ปรึกษาบังคับนักเรียนหญิงนั่งพื้นปล่อยผม จับตัดผมเรียงคนจนเสียทรง แม้โรงเรียนเคยย้ำในระเบียบว่าครูไม่มีอำนาจตัดผมนักเรียน
ผู้ร้องเรียน เปิดเผยว่า ครูคนดังกล่าวได้เรียกนักเรียนมาพบในคาบว่าง ครูได้ให้นักเรียนหญิงทุกคนปล่อยผมเพื่อดูความยาว ก่อนใช้อุปกรณ์กรรไกรตัดผมนักเรียนทีละคน โดยไม่มีการแจ้งหรือขออนุญาตล่วงหน้า แม้นักเรียนบางคนเพิ่งตัดผมมาสั้นมากแล้ว ก็ยังถูกบังคับให้ตัดเพิ่มเติม
นักเรียนคนหนึ่งพยายามปฏิเสธเพราะต้องไปงานสำคัญในเย็นวันนั้น ครูกลับเพิกเฉยต่อเหตุผล และยังกล่าวตำหนิ โยงถึงพ่อแม่ และพฤติกรรมในอดีตของนักเรียนคนนั้น ขณะที่นักเรียนที่เหลือไม่ยินยอมให้ครูตัดผมด้วย
เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความอับอายและไม่สบายใจแก่ผู้เรียน โดยมีนักเรียนหญิงที่ถูกตัดผมรวมประมาณ 11 - 12 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นนักเรียนที่มีความหลากหลายทางเพศ
ผู้ร้องเรียนเผยว่า ตามระเบียบของโรงเรียน ครูไม่มีอำนาจในการตัดผมของนักเรียน ทำได้แค่แจ้งผู้ปกครองและเชิญมาพูดคุยเท่านั้น ทั้งนี้ โรงเรียนได้ชี้แจงและกำชับเรื่องนี้ต่อครูทุกคนแล้ว นี่จึงเป็นการตัดสินใจโดยพลการของครู
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า หาก นร.ถูกลงโทษ จนเกิดความเสียหายขึ้นแก่เนื้อตัวร่างกาย ชื่อเสียง ทรัพย์สิน เสรีภาพ ครูมีสิทธิถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายหรือถูกสอบสวนวินัยได้ ตามจรรยาบรรณวิชาชีพตามคุรุสภาและพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 82-97”
หลังเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของครูสาวรายนี้อย่างหนัก เช่น
“ฟ้องครับ”,
“โว๊ะ! เป็นอะไรก่อน อิครูเนี่ยไปสอนหนังสือจ้า”,
“เน็ตเข้าไม่ถึงบ้านครูหรองง ความเจริญมันเข้าไม่ถึงหรอ ถึงยังกล้าทำอีก จะบ้ากับประเทศไทย”,
“อนุญาตให้ไว้ผมยาวได้ แต่ก็ยังออกกฎว่าให้ยาวได้เท่านั้นเท่านี้อีก จริง ๆ ถ้าให้ไว้ยาวแล้วก็แค่ให้เด็ก ๆ รวบมัดให้เรียบร้อยตามระเบียบของโรงเรียนแค่นั้นก็น่าจะพอ ไม่ต้องมากำหนดความยาวอีก เพราะมาตรฐานของแต่ะคนไม่เท่ากันอยู่แล้วแน่นอน แล้วแบบนี้จะโทษใครดีระหว่าง ครู หรือ โรงเรียน” ฯลฯ