ดีอี ถก 28 แบรนด์มือถือ ชงกฎเหล็ก 10 ข้อ ฟันอาญา-แพ่ง สร้างความยุติธรรมคุ้มครองผู้บริโภค
ดีอี ถก 28 แบรนด์มือถือ ชงกฎเหล็ก 10 ข้อ ฟันอาญา-แพ่ง ร่วมมือ สคบ.-ตำรวจสวบสวนกลาง สร้างความยุติธรรมคุ้มครองผู้บริโภค
เมื่อวันที่ 20 มกราคมนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุม วางแนวปฏิบัติเพื่อป้องกันอุปกรณ์ที่วางจำหน่ายมีการละเมิดข้อมูล หรือแอพพลิเคชั่นผิดกฎหมายที่ติดตั้งมากับเครื่องล่วงหน้า พร้อมชี้กรณีของโทรศัพท์มือถือแบรนด์ OPPO และ Realme เปิดเผยว่า
กระทรวงดีอี ได้เชิญผู้จำหน่ายและให้บริการเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือทุกยี่ห้อ รวม 28 ราย เข้าร่วมประชุม เพื่อเน้นย้ำถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ พ.ร.บ.การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA), พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค และกฎหมายว่าด้วยการให้บริการทางการเงิน พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้ประกอบการทราบถึงสิทธิของประชาชนในการซื้อและใช้งานโทรศัพท์มือถือ
ซึ่งปัจจุบัน พบปัญหาแอพพลิเคชั่นผิดกฎหมาย เช่น แอพพ์ปล่อยสินเชื่อเถื่อน ที่คิดดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนด หรือแอพพ์ที่แฝงโฆษณาและมัลแวร์ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายกับผู้ใช้ โดยมีผู้เสียหายที่ระบุว่า โดนละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ร้องเรียนไปยัง สคส.จำนวน 11 ราย และอีก 17 ราย ร้องเรียนไปยัง สคบ. เกี่ยวข้องกับความไม่ปลอดภัยของแอพพ์ในมือถือ
“กรณีที่มีการละเมิดกฎหมาย เช่น การติดตั้งแอพพ์ปล่อยสินเชื่อเถื่อน กระทรวงดีอี ได้ประสานงานกับ สคบ. และตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อดำเนินการตรวจสอบและดำเนินคดี โดยจะฟ้องร้องทั้งในส่วนอาญาและแพ่ง รวมถึงอาจพิจารณายื่นฟ้องคดีแบบกลุ่ม (Class Action) เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค” นายเวทางค์ กล่าว และว่า
“ที่ประชุมได้ออกข้อแนะนำ 10 ข้อ เรียกร้องผู้ผลิตและผู้จำหน่ายโทรศัพท์มือถือ ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การติดตั้งแอพพลิเคชั่นล่วงหน้า (Pre-installed Apps) พร้อมขอความร่วมมือแสดงรายการแอพพลิเคชั่นที่ติดตั้งในเครื่องอย่างชัดเจน เมื่อยื่นขออนุญาตนำเข้าและจำหน่ายในประเทศไทย มาตรการดังกล่าวเริ่มมีผลบังคับใช้ทันที แม้ยังไม่มีกฎหมายควบคุมจาก กสทช.”
พ.ต.อ.ณัทกฤช พรหมจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) กล่าวว่า สำหรับ 10 ข้อเสนอแนะ และแนวทางการติดตั้งแอพพลิเคชั่นล่วงหน้า ได้แก่
1.กำหนดนโยบายความปลอดภัยสำหรับซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งล่วงหน้า (Pre-installed Apps Policy) แบ่งเป็น ผู้ผลิตควรมีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกแอพพลิเคชั่นที่ติดตั้งล่วงหน้า โดยต้องเป็นแอพพ์ที่จำเป็นต่อกำรใช้งานและไม่ ส่งผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้, หลีกเลี่ยงการติดตั้งแอพพ์ที่เก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้โดยไม่แจ้งให้ทราบ และกำหนดให้แอพพลิเคชั่นต้องผ่านการประเมินควาปลอดภัยก่อนติดตั้งล่วงหน้า
2.เปิดทางเลือกให้ผู้ใช้สามารถลบหรือปิดใช้งาน Bloatware ได้ ควรให้ผู้ใช้สามารถถอนการติดตั้ง (Uninstall) หรือปิดใช้งาน (Disable) แอพพ์ที่ไม่จำเป็นได้ ต้องไม่มีการบังคับให้แอพพลิเคชั่นที่ไม่ได้จำเป็นต่อระบบทำงานอยู่เบื้องหลัง
3.ปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยผู้ผลิตต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย เช่น ISO/IEC 27001 (การจัดการความปลอดภัยของข้อมูล), OWASP Mobile Security Testing Guide (MSTG) (แนวทำงทดสอบความปลอดภัยของแอพพ์มือถือ) และ NIST Cybersecurity Framework (แนวทางการบริหารความเสี่ยงไซเบอร์) ทั้งนี้ หากติดตั้งแอพพ์ของบุคคลที่ 3 ล่วงหน้า ต้องมีการตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) และทดสอบความปลอดภัย (Penetration Testing) อย่างสม่ำเสมอ
4.ควรหลีกเลี่ยงแอพพ์ที่มีพฤติกรรมสอดแนม (Spyware) หรือแอพพ์ที่อาจเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้โดยไม่จำเป็น โดย Bloatware บางตัวอาจมีพฤติกรรมเก็บข้อมูลผู้ใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต เช่น เก็บพิกัด GPS, รายชื่อผู้ติดต่อ, หรือบันทึกการใช้งานโดยไม่แจ้งให้ทราบ และผู้ผลิตควรให้ความโปร่งใสโดยระบุ นโยบายการเข้าถึงข้อมูลของแอพพลิเคชั่น (App Privacy Policy) และเปิดเผยรายละเอียดให้ผู้ใช้ตรวจสอบก่อนใช้งาน
5.มีนโยบายอัพเดตความปลอดภัยสำหรับ Bloatware และระบบปฏิบัติการผู้ผลิตควรให้คำมมั่นสัญญาว่าจะอัพเดตซอฟต์แวร์ (Security Updates) อย่างสม่ำเสมอ อาทิ แก้ไขช่องโหว่ความปลอดภัยที่พบในแอพพ์ที่ติดตั้งล่วงหน้า และอัพเดตแพตช์ความปลอดภัย Android และ iOS เป็นระยะ รวมถึงควรมีการแจ้งเตือนให้ผู้ใช้ทราบเมื่อมีช่องโหว่ที่อาจเป็นอันตรายต่อข้อมูลส่วนตัว
6.หลีกเลี่ยงการติดตั้งแอพพ์ของบุคคลที่ 3 ที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ Bloatware จากบุคคลที่ 3 เช่น แอพพ์โฆษณา แอพพ์เกม หรือแอพพ์จากผู้ให้บริการมือถือ ควรผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อเตรียมการในอนาคต อาจมีการพิจารณา กระบวนการรับรองความปลอดภัยของแอพพ์ (App Security Certification) ก่อนให้ผู้ผลิตติดตั้งบนอุปกรณ์ที่จำหน่ายในไทย
7.คำแนะนำสำหรับประชาชนในการป้องกันความเสี่ยงจาก Bloatware ร่วมกับ สกมช. พิจารณาตรวจสอบและประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับประชาชน เช่น วิธีลบหรือปิดใช้งาน Bloatware วิธีตรวจสอบพฤติกรรมแอพพ์ที่เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวเกินความจำเป็น แนะนำแอพพ์ความปลอดภัยที่ช่วยป้องกันภัยไซเบอร์บนมือถือ และการจัดทำ White List & Black List ของแอพพ์ที่ปลอดภัยและอันตราย เพื่อให้ประชาชนรับทราบ
8.การให้สิทธิแก่ผู้ใช้ในการเข้าควบคุมแอพพลิเคชั่น โดยผู้ใช้ต้องสามารถเลือกเปิดหรือปิดฟีเจอร์บางอย่างของแอพพ์ที่ติดตั้งล่วงหน้าได้ หากเป็นแอพพ์ที่มีโฆษณาหรือโปรโมชั่น ต้องมีตัวเลือกให้ ปิดโฆษณาได้ ทั้งนี้ หากเป็นแอพพ์ที่มีการเก็บข้อมูล ควรมีโหมดความเป็นส่วนตัว (Privacy Mode) เพื่อให้ผู้ใช้เลือกได้ว่าอยากให้เก็บข้อมูลหรือไม่
9.การจำกัดการทำงานของแอพพลิเคชั่นในพื้นหลัง ซึ่งผู้ผลิตต้องกำหนดให้ แอพพ์ที่ติดตั้งล่วงหน้าใช้ทรัพยากรเครื่องอย่างมีประสิทธิภาพต้องไม่มี แอพพ์ที่ทำงานอยู่เบื้องหลังโดยไม่จำเป็น หรือใช้พลังงานแบตเตอรี่มากเกินไป โดยห้ามมีแอพพ์ที่ทำงาน Auto-start โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ใช้
10.ข้อกำหนดด้านความเป็นส่วนตัวของแอพพลิเคชั่น (Privacy Compliance) โดยผู้ผลิตต้องระบุ นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) ของแต่ละแอพพ์ให้ชัดเจน ขณะเดียวกัน ต้องมีตัวเลือกให้ ผู้ใช้สามารถดูและจัดการข้อมูลส่วนตัวของตนเองได้ และห้ามส่งข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ไปยังเซิร์ฟเวอร์ภายนอก โดยไม่ได้รับความยินยอม
ด้านพ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบและกำกับดูแล สคส. กล่าวว่า รายงานล่าสุดจาก OPPO และ Realme ในไทยติดตั้งแอพพลิเคชั่นสินเชื่อความสุข หรือ Fineasy รวมกว่า 4 ล้านเครื่อง โดยทั้งสองบริษัทได้ยุติการติดตั้งแอพพ์ดังกล่าวและทยอยส่งอัพเดตโอทีเอ (OTA) ให้ลูกค้าสามารถลบแอพพ์ได้เอง
“สคศ.อยู่ระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริงจากผู้เสียหาย ก่อนเสนอข้อมูลให้คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลพิจารณาโทษทางปกครอง คาดว่าจะมีข้อสรุปภายใน 1 เดือน” พ.ต.อ.สุรพงศ์กล่าว
นายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา รองเลขาธิการสำนักงาน สภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า วันที่ 21 มกราคม 2568 เวลา 09.00 น. สภาองค์กรของผู้บริโภค เตรียมนำผู้เสียหายบางส่วนเข้ายื่นร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ณ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
“การดำเนินการครั้งนี้ มุ่งให้ตำรวจสืบสวนหาผู้กระทำผิดและพิจารณาความรับผิดชอบในกรณีที่ละเมิดสิทธิผู้บริโภค เพื่อสร้างความเป็นธรรมและปกป้องสิทธิประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม” นายอิฐบูรณ์กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดีอี ถก 28 แบรนด์มือถือ ชงกฎเหล็ก 10 ข้อ ฟันอาญา-แพ่ง สร้างความยุติธรรมคุ้มครองผู้บริโภค
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th