ชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET : ปวดหัว ยิ่งกินยา ยิ่งติดยา จริงหรือ ?
สำนักข่าวไทย Online
อัพเดต 27 พ.ย. 2567 เวลา 15.56 น. • เผยแพร่ 12 พ.ย. 2567 เวลา 02.34 น. • สำนักข่าวไทย อสมท11 พฤศจิกายน 2567 – ปวดหัวแค่ไหน ถึงควรใช้ยา จริงหรือไม่ ยิ่งปวดหัว ยิ่งกินยา ยิ่งติดยา และทำให้ยิ่งปวดหัวกว่าเดิม
🎯 ตรวจสอบกับ อ.นพ.ประกิต อนุกูลวิทยา อายุรแพทย์โรคระบบประสาท คลินิกโรคปวดศีรษะ สาขาวิชาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กรรมการชมรมศึกษาโรคปวดศีรษะ ภายใต้สมาคมประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย
ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับยาแก้ปวดหัว
- ยิ่งกินยา ยิ่งติดยา จริงหรือ ?
ตอบ : จริง เฉพาะยาแก้ปวดบางชนิด เช่น พาราเซตามอล ยาแก้อักเสบ แต่ยาป้องกันไมเกรนไม่ทำให้ติดยา - กินยาแก้ปวดมาก ๆ แล้วจะปวดหัวมากขึ้น ?
ตอบ : จริง หากกินยาแก้ปวดติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดภาวะ “ปวดหัวจากยา” (Medication Overuse Headache) คือ สมองจะชินชากับยา ทำให้ต้องกินยาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ยาแก้ปวดหัวมี 2 กลุ่ม ได้แก่
- ยาแก้ปวด: เช่น พาราเซตามอล ยาแก้อักเสบ ใช้บรรเทาอาการปวดเมื่อมีอาการ ไม่ควรกินทุกวัน หรือติดต่อกันนานเกินไป
- ยาป้องกัน: เช่น ยากันชัก ยาต้านเศร้า ใช้ลดความถี่ของการปวดหัว ต้องกินทุกวัน ตามที่แพทย์สั่ง จนกว่าอาการจะดีขึ้น
คำแนะนำในการใช้ยาแก้ปวด
ใช้ให้ถูกต้อง 3R:
Right Drug: ใช้ยาให้ถูกชนิด เหมาะสมกับอาการ
- Right Dose: ใช้ยาในขนาดที่ถูกต้อง
- Right Duration: ใช้ยาในระยะเวลาที่เหมาะสม
กินยาแก้ปวดทันทีที่เริ่มปวดหัว: เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
ไม่ควรกินยาแก้ปวดเกิน 10 วันต่อเดือน
ถ้าปวดหัวบ่อย หรือกินยาแล้วไม่หาย ควรพบแพทย์
สัมภาษณ์เมื่อ : 24 ตุลาคม 2567
ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย : พีรพล อนุตรโสตถิ์
เรียบเรียงโดย : ชยานิษฐ์ ผ่องใส