โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พระพุทธรูปงาม และศักดิ์สิทธิ์ในวิหาร โรงพยาบาลสงฆ์ กรุงเทพมหานคร

The Better

อัพเดต 07 พ.ย. 2567 เวลา 03.52 น. • เผยแพร่ 07 พ.ย. 2567 เวลา 03.42 น. • THE BETTER
โดย สมาน สุดโต

ผมเชื่อว่าผู้คนจำนวนมาก ต้องพบเห็นโรงพยาบาลนี้ เพราะตั้งอยู่ ณ สี่แยกถนนศรีอยุธยามาตั้งแต่ พศ.2493 หรือ 73 ปีใน พ.ศ.2567

โรงพยาบาลมีวิหารขนาดกระทัดรัดเป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณ ชาวโรงพยาบาล เพราะภายในประดิษฐานพรพุทธรูปสมัยเชียงแสนแบบสิงห์หนึ่ง อายุประมาณ 850 ปี หล่อด้วยทองสำริด เป็นประธาน

ก่อนหน้านั้นพระพุทธรูปองค์นี้เป็นสมบัติส่วนพระองค์ ของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต ซึ่งพระองค์ท่าน ได้ประทานไว้ เป็นสมบัติ ของพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ต่อมา 21 ธันวาคม พ.ศ 2475 ได้มีการเเชิญไปประดิษฐานไว้ ณพระวิหารทิศวัดเบญจมบพิตร

พระประธานในวิหาร โรงพยาบาลสงฆ์งามบริสุทธิ์

ครั้งถึงวาระอันเป็นมหามงคลวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2496 เวลา 9:00 น ได้มีพิธีแห่อย่างมโหฬาร อัญเชิญพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์นี้มาจากวัดเบญจมบพิตรพร้อมด้วยต้นพระศรีมหาโพธิ มาประดิษฐาน ณ วิหาร โรงพยาบาล โดยมี สมเด็จพระวันรัต (ปลด กิตติโสภโณ ต่อมาได้รับการสถาปนา เป็นสมเด็จพระสังฆราช) เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตร ตำแหน่งสังฆนายก ทำหน้าที่เป็นประธาน ส่วนคฤหัสถ์ ได้แก่จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

ตรียัมปวาย ซึ่งได้รับเชิญจากนายแพทย ์วิรัช มรรคดวงแก้ว นายแพทย์ผู้อำนวนการคนแรกของโรงพยบาล ให้มาเขียนบรรยายพุทธลักษณะว่างามอย่างไรเมื่อ ธันวาคม 2496ได้บรรยายว่าพระพุทธรูปเป็นปางสมาธิราบ ส่วนสูง 123 ซม หน้าตักกว้าง 75 เซนติเมตร ฝีมือสกุลช่างเชียงแสนยุคแรก ในราวพุทธศตวรรษที่ 16 พระเกศมาลาเป็นตุ้มคล้ายดอกบัวตูมหรือที่เรียกกันว่าเกศตุ้ม มีพระศกเป็นปมขมวดหรือหย่อมขนาดเขื่อง กรอบพระพักตร์ป้อม สั้น รายละเอียดเช่น พระขนง พระเนตร พระนาสิกและพระโอษฐ์ ยังปรากฏเค้าลักษณะของพระพุทธรูปอินเดีย สกุลปาละ อันเป็นแม่แบบอยู่พร้อม

วิหาร โรงพยาบาลสงฆ์

ท่านพรรณาพระพุทธลักษณะว่าพระพาหา อ่อนดุจมีชีวิต ปลายนิ้วพระหัตถ์งอนเรียกว่าเล่นพระหัตถ์
พระบาททั้งสองมีลักษณะหักวาดไปตามลีลาของสัดส่วนที่เรียกว่าเล่นพระบาท
อาสนะของพระพุทธรูปที่งามบริสุทธิ์นี้ประกอบด้วยบัวเล็บช้าง ประดับด้วยลายตุ่มเม็ดบัวและลายเส้นดิ่งโดยรอบ

งามบริสุทธิ์และศักดิ์เหนือคำบรรยาย หากจะประเมินค่าแล้ว ตรียัมปวายบอกว่า ของวิเศษจริง ซึ่งแม้แต่ บุคคลผู้มีทุนทรัพย์มากหลาย หากแต่จะเอาออกมากองให้สูงท่วมสุวรรณบรรพตก็ไม่อาจจะเอามาประเมินเป็นค่าแห่งการแลกเปลี่ยนได้ แต่ถ้าแม้ของวิเศษนี้จะชำรุดหักพังสูญสิ้นไปก็ดีก็ไม่อาจหามาแทนที่ให้เหมือนเดิมได้เพราะพระพุทธปฏิมากรองค์นี้มีเพียงองค์เดียวในโลกเป็นศิลปะโบราณวัตถุซึ่งเกิดจากฝีมือสกุลช่างชั้นสูงทั้งทางปฏิมากรรมของบรรพบุรุษชาวเรา

จึงได้สร้างสรรค์ขึ้นไว้ให้เป็นสมบัติแก่เราผู้เป็นลูกหลานทำให้เราหยิ่งพอที่จะกล้าพูดได้ว่าเราหาได้อายศิลปะวัตถุของชาติใดๆในโลกเลยไม่ (รายละเอียดมีในรายงานประจำปี 73 ปีโรงพยาบาลสงฆ์ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2567)

พระนามของพระพุทธรูปนั้น ท่านตรียัมปวาย ตั้งถวายว่าพระพุทธสัมปทานนิโรคาพาธ มีความหมายว่า พระพุทธองค์ผู้ทรงบันดาลให้ซึ่งความปราศจากโรคาพยาธิภัยทั้งปวง

ส่วนความ ความศักดิ์สิทธิ์นั้น คุณหมอวิรัชผู้อำนวยการบอกว่า ตั้งแต่อัญเชิญพระพุทธรูปนี้มาประดิษฐาน งานการของโรงพยาบาลดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย และรุดหน้าไปเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่และ พนักงานมีความ สมัครสมานสามัคคีกันดี

ในส่วนพระสงฆ์ซึ่งเป็นกรรมการโรงพยาบาล แม้จะต่างนิกายกันไม่ถือนิกายเป็นหลัก มีความสามัคคีทำงานร่วมกันด้วยดี

ประชาชนทั่วไปก็มีศรัทธาปสาทะ บริจาค สมทบทุนเพื่อช่วยกิจการต่างๆของโรงพยาบาลเป็นที่น่าอบอุ่นและชื่นชมยิ่ง

นายแพทย์วิรัชผู้อำนวยการในขณะนั้นเล่าว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9) องค์อัครศาสนูปถัมภก ได้พระราชทานตู้เย็นถึง 2 ตู้และบริจาคพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นจำนวนมากแก่โรงพยาบาล

ในขณะที่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่นับแต่นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความอุปการะสม่ำเสมอ รวมทั้งท่านจอมพลผิน ชุณหะวัณ ได้ส่งข้าวสารบำรุง เป็นประจำ เป็นที่น่าชื่นชมยิ่ง

โรงพยาบาลสงฆ์ สร้างขึ้นโดยดำริของคณะสงฆ์ และรัฐบาลที่มีจอมพล ป .พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อ 2492 หลังจากแผนเดิมที่จะสร้าง ณ วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ในปี 2484 ล้มไปเพราะเป็นช่วสงครามหาเอเซียบูรพา

ปัจจุบันเป็นโรงพยาบาลสังกัดกรมการแพทย์กระทรวงสาธารณะสุข มีนายแพทย์ อภิชัย สิรกุลจิรา เป็นผู้อำนวยการ

เป็นโรงพยาบาลที่รักษาผู้ป่วยที่เป็นพระสงฆ์เท่านั้น ยกเว้นการรักษาจักษุ เปิดให้ฆราวาสเข้ารักษาได้ เพราะสถาบันจักษุแห่งประเทศไทยตั้ง ณ โรงพยาบาลนี้

นอกจากรักษาพระสงฆ์อาพาธแล้ว ยังเป็นโรงพยาบาลแห่งเดียวในไทย ที่จัดบริการประชาชน ในมงคลพิธีต่างๆ เช่นห้องพิธีมงคลสมรสแบบเอกเทศ หรือพิธีมงคลสมรสหมู่ พิธีถวายสังฆทาน พิธีทำบุญวันเกิด หรืจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลของเจ้าภาพและครอบครัวเป็นต้น

ตึกกัลยาณิวัฒนา ใน รพ.สงฆ์

ในการนี้โรงพยาบาลจะจัดศาสนพิธีให้ครบสมบูรณ์ ตั้งแต่นิมนต์พระสงฆ์ จัดอาหารคาวหวาน เตรียมเครื่องไทยธรรมหรือชุดสังฆทานที่พระใช้ได้ คนถวายได้บุญ ให้เจ้าภาพถวายพระสงฆ์ที่มาประกอบพิธีหรือถ้าต้องการทำบุญกับพระสงฆ์อาพาธ ในแบบต่างๆ ตั้งแต่ค่ายา ค่าเลือด และแพมเพิรธ รวมทั้งบำรุงโรงพยาบาล ก็มีห้องรับรองไว้ต้อนรับท่านที่ศรัทธาเสมอ (ใบอนุโมทนาลดหย่อนภาษีได้)

ท่านผู้มีจิตกุศล การทำบุญแก่พระสงฆ์อาพาธนั้นเหมือนได้อุปัฏฐากพระพุทธเจ้าทีเดียว ดังพุทธดำรัสว่า โย ภิกขเว มํ อุปฏฺฐเหยย โส คิลานํ อุปฏฺฐเหยย แปลว่าผู้ใดปรารถนาอุปัฏฐากเรา (ตถาคต) ผู้นั้นพึงอุปัฏฐากภิกษุไข้เถิด

พระสงฆ์ฉันเพลที่ รพ.สงฆ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...