นิกเกอิ ปิดตลาดบวก 459.44 จุด หลังร่วงลง 6 วันติดต่อกัน นลท.เข้าช้อนซื้อหุ้นที่ราคาปรับตัวลง
ดัชนี นิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดบวกในวันนี้ (23 ธ.ค.) ยุติการร่วงลง 6 วันทำการติดต่อกัน หลังนักลงทุนเข้าช้อนซื้อหุ้นที่ราคาปรับตัวลงมาก และเข้าซื้อหุ้นกลุ่มส่งออกจากปัจจัยค่าเงินเยนอ่อน
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนี นิกเกอิ ปิดตลาดที่ระดับ 39,161.34 จุด เพิ่มขึ้น 459.44 จุด หรือ +1.19%
หุ้นที่ปรับตัวขึ้นวันนี้นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานไฟฟ้าและก๊าซ, กลุ่มอุปกรณ์การขนส่ง และกลุ่มบริการ
ตลาดบวกตลอดทั้งวัน ดัชนีนิกเกอิทะลุกรอบ 39,000 จุดอีกครั้ง นำโดยหุ้นผู้ผลิตยานยนต์และหุ้นส่งออกอื่น ๆ ที่ได้อานิสงส์จากค่าเงินเยนอ่อน ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่ากำไรจากต่างประเทศเมื่อแปลงกลับมาเป็นเงินเยน
"แม้เงินเยนจะอ่อนค่าช้าลง แต่ยังอ่อนกว่าที่บริษัทส่วนใหญ่ประเมินไว้ จึงเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นส่งออก" มาซาฮิโระ อิชิกาวะ หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของบริษัทซูมิโตโม มิตซุย ดีเอส แอสเซต แมเนจเมนต์ กล่าว
โบรกเกอร์หลายสำนักระบุว่า หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่บางตัวปรับตัวขึ้นตามดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐฯ ที่พุ่งขึ้นแรงเมื่อวันศุกร์ (20 ธ.ค.) ขณะที่นักลงทุนยังเข้าช้อนซื้อหุ้นราคาถูกหลังดัชนีนิกเกอิร่วงกว่า 1,000 จุดในช่วง 6 วันที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม อิชิกาวะกล่าวว่า ตลาดอาจไม่ปรับตัวขึ้นแรงในสัปดาห์นี้ เนื่องจากปริมาณการซื้อขายมีแนวโน้มเบาบางลงจากช่วงวันหยุดคริสต์มาสในต่างประเทศและเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงในญี่ปุ่น
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดลบในวันนี้ (23 ธ.ค.) หลังจากปรับตัวผันผวนในระหว่างวัน โดยดัชนีปิดลบต่อเนื่องจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (20 ธ.ค.) ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ขณะที่ยังขาดมาตรการกระตุ้นที่แข็งแกร่งจากรัฐบาล
ทั้งนี้ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดที่ระดับ 3,351.26 จุด ลดลง 16.81 จุด หรือ -0.50%
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยกำไรของภาคอุตสาหกรรมจีนในวันศุกร์นี้ (27 ธ.ค.) เพื่อประเมินทิศทางเศรษฐกิจ
ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดบวกในวันนี้ (23 ธ.ค.) ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์ก หลังจากมีรายงานว่าสหรัฐฯ สามารถหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานของรัฐบาล หรือชัตดาวน์ นอกจากนี้ นักลงทุนยังคลายความวิตกังวลเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อต่ำกว่าคาด
ดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดที่ระดับ 19,883.13 จุด เพิ่มขึ้น 162.43 จุด หรือ +0.82%
สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว และส่งต่อให้ปธน.โจ ไบเดน ลงนามเป็นกฎหมายเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (21 ธ.ค.) ซึ่งการอนุมัติกฎหมายฉบับใหม่นี้จะช่วยให้หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงเปิดทำการต่อไปได้จนถึงกลางเดือนมี.ค. 2568
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยในวันศุกร์ (20 ธ.ค.) ว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.5% จากระดับ 2.3% ในเดือนต.ค.
ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดบวกมากกว่า 1% ในวันนี้ (23 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนคลายความวิตกังวลเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อต่ำกว่าคาด นอกจากนี้ ตลาดยังขานรับรายงานที่ว่าสหรัฐฯ สามารถหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานของรัฐบาล หรือชัตดาวน์
ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ปิดที่ 2,442.01 จุด เพิ่มขึ้น 37.86 จุด หรือ +1.57% โดยมีปริมาณการซื้อขายปานกลางที่ 415.4 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่า 7.18 ล้านล้านวอน (4.94 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ขณะที่จำนวนหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบอย่างมากในสัดส่วน 717 ต่อ 185 ตัว