โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บูมถ่ายหนัง-ซีรีส์ ตปท.ในไทย อัดมาตรการเพิ่มเงินคืนสูงสุด 30%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 พ.ย. 2567 เวลา 08.45 น. • เผยแพร่ 18 พ.ย. 2567 เวลา 23.15 น.

คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ

ข้อมูลของกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ในแต่ละปีมีผู้ผลิตภาพยนตร์จากต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยปีละประมาณ 400-500 เรื่อง โดยปี 2566 ที่ผ่านมาประเทศไทยสามารถสร้างรายได้จากการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศถึงประมาณ 6.6 พันล้านบาท

ขณะที่รัฐบาลได้เดินหน้าสนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้ผลิตภาพยนตร์และซีรีส์ในต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยให้มากขึ้น โดยล่าสุด “แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมหารือกับผู้ผลิตภาพยนตร์รายใหญ่ของสหรัฐ พร้อมให้ข้อมูลเรื่องสิทธิประโยชน์ให้ผู้ผลิตที่เข้ามาถ่ายทำในไทยว่า มีอัตราคืนเงินให้ผู้สร้างต่างประเทศสูงสุดถึง 30% เพราะถือเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์และสร้างรายได้เข้าประเทศ

เพิ่มเงินคืนสูงสุด 30%

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์พิเศษ “จาตุรนต์ ภักดีวานิช” อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการส่งเสริมการให้กองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย ถึงแนวทางการส่งเสริมดังกล่าว ดังนี้

“จาตุรนต์” บอกว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมของกองถ่ายทำภาพยนตร์จากทั่วโลก โดยมีจำนวนภาพยนตร์และซีรีส์เข้ามาถ่ายทำราว 400-500 เรื่อง ทุก ๆ ปี สร้างรายได้เข้าประเทศปีละหลายพันล้านบาท

โดยในปี 2567 นี้คาดว่าจะมีภาพยนตร์และซีรีส์ต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และสร้างรายได้มากกว่า 7 พันล้านบาท แนวโน้มนี้สะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมในการรองรับกองถ่ายทำภาพยนตร์ขนาดใหญ่ของประเทศไทย และความเป็นศูนย์กลางการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในระดับภูมิภาค

“ตอนนี้รัฐบาลมีนโยบายผลักดันให้มีกองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศเข้ามาในไทยมากขึ้น จึงมีแผนเพิ่มวงเงินการขอคืนเงินตามมาตรการอินเซนทีฟ หรือ Incentive Measures ให้กับผู้ที่จะเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศสูงสุดถึง 30% จากเดิมที่สูงสุดแค่ 20% เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เข้ามาถ่ายทำในไทยเพิ่มขึ้น”

ย้ำจ่ายคืนแบบขั้นบันได

“จาตุรนต์” ให้ข้อมูลว่า กรมการท่องเที่ยว โดยกองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ (TFO Thailand Film Office) หน่วยงานที่มีภารกิจส่งเสริมและสนับสนุนการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ได้รับงบประมาณจากรัฐบาลเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการสร้างแรงจูงใจให้กับกองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ ตามมาตรการ Incentive ในรูปแบบ Cash Rebate

โดยมาตรการ Incentive ในรูปแบบ Cash Rebate หรือการคืนเงิน ตามประกาศกรมการท่องเที่ยว เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข สำหรับการขอรับสิทธิประโยชน์ตามมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย พ.ศ. 2560 กำหนดไว้ว่าบุคคลหรือนิติบุคคลที่มีการใช้จ่ายสำหรับถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป และเข้าเงื่อนไขต่าง ๆ ตามที่กำหนด สามารถรับเงินคืนสูงสุดร้อยละ 20 (จำกัดเพดานไม่เกิน 150 ล้านบาทต่อเรื่อง)

ล่าสุด กรมการท่องเที่ยว โดยกองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ ได้ทบทวนและเสนอปรับเรื่องของอินเซนทีฟที่ให้เป็น 15-30% โดยเป็นการคืนในรูปแบบ Cash Rebate หรือคืนเงินให้เลย

พร้อมทั้งมีการปรับปรุงเงื่อนไขการใช้มาตรการเพิ่มเติม โดยคิดเป็นขั้นบันได ได้แก่ ลงทุน 50 ล้านบาทขึ้นไปจะได้รับเงินคืนในสัดส่วน 15% ลงทุนเกิน 100 ล้านบาท ได้รับเงินคืน 20% ลงทุนเกิน 150 ล้านบาท ได้รับเงินคืน 25%

และสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เช่น ลดเงื่อนไขการถ่ายทำเมืองรอง จากเดิมต้องถ่ายทำเมืองรองไม่ต่ำกว่า 50% ของเวลาที่ถ่ายทำในเมืองไทย เป็นไม่ต่ำกว่า 20% ได้สิทธิรับเงินคืน 3% หรือหากมีค่าใช้จ่ายในกระบวนการหลังการถ่ายทำ (Post-Production) จากให้คืนเงิน 2% เพิ่มเป็น 3% และกรณีมีการจ้างบุคลากรหลักของไทยเป็นคณะทำงานในกองถ่าย ให้เงินคืนเพิ่มจากเดิม 3% เป็น 5% เป็นต้น

“สาระสำคัญอีกอันหนึ่งคือ เดิมเมื่อปี 2560 เรากำหนดอัตราลงทุนสูงสุดไว้ที่ 65 ล้านบาท และมีการแก้ไขเพิ่มเติมในปี 2565 ขยายเพดานเงินลงทุนเป็น 150 ล้านบาท รอบนี้เราปลดล็อกเพดาน โดยเปิดให้ลงทุนเท่าไหร่ก็ได้สิทธิรับเงินคืนตามเงื่อนไขได้เลย”

พร้อมประกาศใช้ต้นปี 2568

อธิบดีกรมการท่องเที่ยวบอกด้วยว่า ปัจจุบันแผนงานดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนรอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ หลังจากผ่านบอร์ดภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติจะนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.).เพื่อพิจารณาอนุมัติ และประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

ทั้งนี้ ตั้งเป้าผลักดันให้แล้วเสร็จหรือประกาศใช้ได้ในช่วงต้นปี 2568

“เราเพิ่งไปออกคูหานิทรรศการในงาน American Film Market 2024 : AFM 2024 ซึ่งเป็นงานตลาดซื้อ-ขายภาพยนตร์ขนาดใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา และเป็นงานเทศกาลภาพยนตร์ที่สำคัญงานหนึ่งของโลก เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2567 ที่เมืองลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา เพื่อประชาสัมพันธ์สถานที่ถ่ายทำที่มีคุณภาพ ศักยภาพของทีมงานชาวไทย”

รวมถึงประชาสัมพันธ์สิ่งอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ ในการรองรับกองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ และได้ให้ข้อมูลมาตรการจูงใจอัตราใหม่ให้กับผู้สร้างภาพยนตร์รายใหญ่ ๆ ในสหรัฐอเมริกาไปเรียบร้อยแล้ว

พร้อมระบุว่า สหรัฐอเมริกานับเป็นตลาดใหญ่อันดับ 3 ของประเทศไทย โดยในปี 2567 นี้มีผู้ผลิตภาพยนตร์จากสหรัฐอเมริกาเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย 28 เรื่อง สร้างรายได้ราว 780 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2567)

การออกคูหานิทรรศการในงาน AFM 2024 นั้นน่าจะทำให้มีคณะถ่ายทำภาพยนตร์จากสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่น ๆ ที่เข้าร่วมงาน สนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากกว่า 1,500 ล้านบาท

ปี’67 จ่ายเงินคืนกองถ่าย 500 ล้าน

“จาตุรนต์” ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า ในปีงบประมาณ 2567 มีตัวเลขยอดเงินคืนกองถ่ายทำหนังต่างประเทศ จากมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย (Incentive Measures) รวมกว่า 509 ล้านบาท จากภาพยนตร์ 15 เรื่อง

อาทิ ภาพยนตร์ไซไฟโลกอนาคต The Creator ซีรีส์ภาคต่อชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา S.W.A.T. Season 6 ภาพยนตร์ฉลามยักษ์ที่ได้รับความนิยมจากผู้ชมทั่วโลก Meg 2 : The Trench ภาพยนตร์โรแมนติกคอเมดี้ที่ถ่ายทอดความสวยงามของเมืองภูเก็ต Mother of the Bride และมินิซีรีส์ดราม่าตลกแนวประวัติศาสตร์ The Sympathizer

ทั่วโลกแข่งอัดอินเซนทีฟ

ทั้งนี้ มองว่ามาตรการสนับสนุนและส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย (Incentive Measures) นั้นเป็นหนึ่งในมาตรการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้มากยิ่งขึ้น ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทางเศรษฐกิจ สร้างงานให้กับบุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และภาคธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง สามารถกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนท้องถิ่น

รวมถึงผลักดัน Soft Power วัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยวของประเทศไทยไปสู่สายตาผู้ชมภาพยนตร์ทั่วโลก และเกิดการท่องเที่ยวตามรอยสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ต่อไป

“จาตุรนต์” บอกด้วยว่า หลายประเทศทั่วโลกก็มีมาตรการจูงใจเพื่อดึงผู้สร้างภาพยนตร์เข้ามาถ่ายทำในประเทศของตนเช่นกัน เช่น ฮังการี ฝรั่งเศส ที่จัดทำในรูปแบบ Tax Rebate ออสเตรเลีย สเปน อังกฤษ มีมาตรการในรูปแบบ Tax Credit ส่วน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ ไอซ์แลนด์ อินเดีย กรีซ ที่มีมาตรการในรูปแบบ Cash Rebate เช่นเดียวกับประเทศไทย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บูมถ่ายหนัง-ซีรีส์ ตปท.ในไทย อัดมาตรการเพิ่มเงินคืนสูงสุด 30%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...