โอสถสภา ปักธงขยายเพอร์ซันนัลแคร์ 4 ปี 4 พันล้าน
โอสถสภา รุกชิงส่วนแบ่งตลาดเพอร์ซันนัลแคร์ทุกเซกเมนท์ ตั้งเป้าเติบโต 4 พันล้าน ใน 4 ปี เร่งเครื่อ ขยายพอร์ตโฟลิโอ แฟลกชิปแบรนด์ เข้มการตลาด-ช่องทางการจัดจำหน่าย ครอบคลุมผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ
นางสาวสุทิพา ปัญญามหาทรัพย์ Chief Home & Personal Care and Health Care Officer เปิดเผยว่า ตลาดผลิตภัณฑ์เพอร์ซันนัลแคร์และโฮมแคร์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็กมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
เช่นเดียวกันกับตลาดผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล ที่พร้อมขยายตัวตอบรับการใช้ชีวิตนอกบ้าน เทรนด์ความงาม และการดูแลตัวเองที่เริ่มกลับมาอีกครั้งหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย
ทั้งนี้โอสถสภาได้มีการศึกษาเทรนด์และไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคอยู่เสมอ พร้อมมองหาโอกาสและวางกลยุทธ์ขยายการเติบโตทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก และกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงาม เพื่อครองใจกลุ่มเป้าหมายหลักอย่างเหนียวแน่นและพร้อมขยายสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่
โดยผลิตภัณฑ์กลุ่ม House of Mildness ที่มี ‘เบบี้ มายด์’ เป็นแบรนด์ชูธงที่อยู่คู่ครอบครัวคนไทยมาตลอดกว่า 30 ปี ครองตำแหน่งผู้นำอันดับ 1 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สบู่เหลวอาบน้ำเด็กอย่างแข็งแกร่งด้วยส่วนแบ่งทางการตลาด 38.3%
ในปีที่ผ่านมาโอสถสภาปรับกลยุทธ์การตลาดเจาะอินไซต์คุณแม่และปรับ Brand proposition ใหม่ “The Power of Gentle Touch พลังสัมผัสอันอ่อนโยน สานสัมพันธ์ให้แข็งแรง” ด้วยสูตรใหม่“เอสเซ้นส์ออร์แกนิก 100%”
และในไตรมาส 2 ของปีนี้ เบบี้ มายด์ เตรียมปล่อยแคมเปญ “Momchestra” เปิดออดิชั่น ชวนคุณแม่ร่วมส่งคลิปร้องเพลงกล่อมลูกเข้านอน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในหนังโฆษณาเบบี้มายด์ ตอกย้ำแนวคิดไม่มีใครที่จะทำให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายและหลับได้ที่สุดเท่ากับแม่
นอกจากนี้ในปีที่ผ่านมาได้ออกผลิตภัณฑ์ในกลุ่มแบรนด์ อัลตร้ามายด์ บาย เบบี้มายด์ ครอบคลุมตั้งแต่ ครีมอาบน้ำสำหรับผู้ใหญ่ ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม ผลิตภัณฑ์ล้างจาน และล่าสุด ผลิตภัณฑ์สำหรับทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น ซึ่งเป็นสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟวางจำหน่ายเฉพาะที่ร้านวัตสันและได้ผลตอบรับที่ดีมาก
นอกจากนี้ยังได้ขยายกลยุทธ์ด้านการจัดจำหน่ายให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยใช้ศักยภาพด้านการกระจายสินค้าของโอสถสภาผ่านกว่า 400,000 ร้านค้าทั่วประเทศ และขยายสู่ช่องทางอีคอมเมิร์ซเพื่อตอบโจทย์คุณแม่ยุคใหม่ที่ไม่ค่อยมีเวลา
โดย เบบี้ มายด์ สามารถครองตำแหน่งสินค้าผลิตภัณฑ์อาบน้ำและดูแลผิวเด็กยอดขายอันดับ 1 (วัดจากยอดขายร้าน official store) บนแพลตฟอร์ม Lazada และ Shopee โดยปัจจุบัน เบบี้ มายด์ มียอดขายจากช่องทางดังกล่าวเติบโตขึ้นถึง 7 เท่า (693%) นับจากปีแรกที่เริ่มขายบนช่องทางอีคอมเมิร์ซ
ด้านผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม House of Beauty แบรนด์‘ทเวลฟ์พลัส’ และ‘เอ็กซิท’ มีการเติบโตต่อเนื่อง ตอบโจทย์การใช้ชีวิตนอกบ้านที่กำลังเติบโต โดยแบรนด์‘ทเวลฟ์พลัส’ เป็นผู้นำอันดับ 2 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ลูกกลิ้งระงับกลิ่นกายสำหรับผู้หญิง ด้วยส่วนแบ่งตลาด 10.7% ด้าน‘เอ็กซิท’ ตั้งเป้าหมายเป็นผู้นำตลาดอันดับ 2 กลุ่มผลิตภัณฑ์โรลออนสำหรับผู้ชาย
ล่าสุด ทเวลฟ์พลัสได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ “ทเวลฟ์พลัส โรลออน สมูท เรเดียนซ์ ไฮยา” นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกับช่องทางการขายแบบเอ็กซ์คลูซีฟอื่นๆ เช่น Twelve Plus Brightening Perfume Lotion โลชั่นน้ำหอมกลิ่นเคาน์เตอร์แบรนด์ในราคาที่เข้าถึงได้ มีวางจำหน่ายในร้านวัตสันเท่านั้น
รวมถึงการ collab ข้ามแบรนด์ของ ทเวลฟ์พลัส กับ เบบี้มายด์ เป็นผลิตภัณฑ์โคโลญกลิ่นแป้งเด็ก วางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก
“โอสสถสภา ก้าวสู่ความเป็นผู้นำของกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในบ้าน และพร้อมรุกตลาดอย่างเต็มที่ โดยสร้างความแข็งแกร่งของตราสินค้าหลักและขยายไปยังกลุ่มสินค้าใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการในตลาดที่มีศักยภาพ อาทิ ผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยนสำหรับผู้ใหญ่ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ
เตรียมแตกไลน์สินค้าและออกผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับทุกคนในครอบครัวที่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยน รองรับโอกาสทางการตลาดที่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง พร้อมแผนกลยุทธ์เพื่อรักษาความเป็นผู้นำที่แข็งแกร่ง ครองใจกลุ่มเป้าหมายหลักอย่างเหนียวแน่น และขยายสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ เพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาดในเซ็กเมนต์อื่นๆ ตามแผนยุทธศาสตร์การเติบโตระยะยาวของโอสถสภา”