โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดอกมันปลา บูชาพระวันมหาสงกรานต์ อีสานบ้านเฮา

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 04 เม.ย. 2567 เวลา 04.07 น. • เผยแพร่ 06 เม.ย. 2567 เวลา 01.00 น.

เมื่อนึกถึงสมุนไพรไม้มงคลวันมหาสงกรานต์ คนโดยทั่วไปมักถึงส้มป่อยซึ่งเป็นซิกเนเจอร์คู่กับพิธีรดน้ำดำหัวในประเพณีมหาสงกรานต์ล้านนา ซึ่งจัดกันอย่างยิ่งใหญ่จนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

อันที่จริงประเพณีการรดน้ำวันมหาสงกรานต์เป็นเทศกาลฉลองปีใหม่ของชาวไทยทั้งประเทศ ซึ่งเป็นสังคมเกษตรแต่โบราณ เมื่อเสร็จสิ้นงานเก็บเกี่ยวในหน้าหนาวก็เข้าสู่ฤดูคิมหันต์อันร้อนแล้ง จึงถือเอาโอกาสนี้แต่งองค์ทรงเครื่องกันเต็มที่ ชวนกันเข้าวัดทำบุญใหญ่ไหว้พระและรดน้ำขอพรผู้ใหญ่เป็นสิริมงคล พร้อมกับเล่นสาดน้ำดับร้อนกันอย่างสนุกสนาน ดังนั้น ใน “นิราศเดือน” ของหมื่นพรหมสมพัตสร หรือนายมี ศิษย์เอกของสุนทรภู่ จึงขึ้นต้นบทกลอนด้วยเดือนแรกของปีใหม่ไทย คือ เดือนห้าเมษาหน้าร้อนวันตรุษสงกรานต์ ดังนี้

“โอ้ระดูเดือนห้าหน้าคิมหันต์

พวกมนุษย์สุดสุขสนุกครัน ได้ดูกันพิศวงเมื่อสงกรานต์

ทั้งผู้ดีเข็ญใจใส่อังคาส อภิวาทพุทธรูปในวิหาร

ล้วนแต่งตัวทั่วกันวันสงกรานต์ ดูสะคราญเพริศพริ้งทั้งหญิงชาย

ล้วนแต่งตัวเต็มงามทรามสวาสดิ์ ใส่สีฉาดฟุ้งเฟื้องด้วยเครื่องหอม

สงกรานต์ทีตรุษทีไม่มีมอม ประดับพร้อมแหวนเพชรเม็ดมุกดา

มีเท่าไรใส่เท่านั้นฉันผู้หญิง ดูเพริศพริ้งเพราเอกเหมือนเมขลา

รามสูรเดินดินสิ้นศักดา เที่ยวไล่คว้าลางทีก็มีเชิง”

ประเพณีวันมหาสงกรานต์แต่ละภูมิภาค แต่ละท้องถิ่นก็จะมีอัตลักษณ์แตกต่างกันไป ในที่นี้จะขอกล่าวถึงไม้มงคลที่เป็นซิกเนเจอร์ของประเพณีมหาสงกรานต์บ้านเฮา คือ ต้นมันปลา หรือที่รู้จักกันดีในชื่อต้นกันเกรา (ชื่อวิทยาศาสตร์ : Fagraea fragrans) นั่นเอง ถือว่าเป็นหนึ่งในไม้มงคล 9 ประการ ที่นิยมใช้เป็นไม้ปักรองก้นหลุมของเสาเอกในพิธีวางศิลาฤกษ์ก่อนที่จะสร้างอาคารบ้านเรือน

นพพฤกษ์หรือไม้ทั้ง 9 มีชื่อเป็นมงคลนาม ดังนี้คือ ราชพฤกษ์ ขนุน ชัยพฤกษ์ ทองหลาง ไผ่สีสุก ทรงบาดาล สัก พะยูง และกันเกราหรือมันปลานั่นเอง

ต้นมันปลาโดดเด่นกว่าไม้มงคลชนิดอื่น ตรงที่ให้ดอกมีกลิ่นหอมมากสมชื่อวิทยาศาสตร์ว่า ฟรากรานส์ (fragrans) ซึ่งแปลว่า กลิ่นหอม ชาวอีสานและชาวไทยทั่วไปเชื่อกันว่า ต้นมันปลาหรือกันเกราเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยคุ้มครองป้องกันภัยอันตรายทั้งปวง โดยเฉพาะชาวอีสานยิ่งมีความเชื่อเช่นนี้เป็นพิเศษ เพราะต้นมันปลาจะออกดอกเหลืองสะพรั่งโชยกลิ่นหอมชื่นใจต้อนรับวันตรุษสงกรานต์ในถิ่นอีสานทุกปี

ตรงนี้ขอแทรกความรู้เรื่องที่มาของคำว่า “สงกรานต์” ตามคำอธิบายของเสฐียรโกเศศ (นามปากกาของพระยาอนุมานราชธน) ว่า “สงกรานต์” มาจากภาษาสันสกฤต แปลว่า การเคลื่อนที่ หรือการ เคลื่อนย้าย หมายถึงการเคลื่อนย้ายของพระอาทิตย์จากราศีหนึ่งสู่อีกราศีหนึ่ง ดังนั้น ตามความหมายในภาษาสันสกฤต สงกรานต์จึงเกิดขึ้นทุกเดือน ส่วนระยะเวลาที่คนไทยเรียก “วันตรุษสงกรานต์” หรือวันสิ้นปีเก่าขึ้นปีใหม่นั้น เป็นช่วงที่พระอาทิตย์เคลื่อนย้ายจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ นับว่าเป็น “มหาสงกรานต์” เพราะเป็นวันและเวลาตั้งต้นปีใหม่ตามสรุยคติซึ่งถือปฏิบัติในอินเดีย ประเพณีวันตรุษสงกรานต์จึงน่าจะเป็นประเพณีฉลองการขึ้นปีใหม่ที่รับมาจากอินเดีย ซึ่งเหมาะสมกับสังคมเกษตรบ้านเราเนื่องจากเดือนเมษายนเป็นเวลาที่คนไทยว่างจากการทำนา จึงเป็นการเหมาะที่จะฉลองปีใหม่ในช่วงเวลานั้น ซึ่งตกอยู่ในวันที่ 13-14-15 เมษายนทุกปี

โดยวันที่ 13 เมษายน เรียกว่า “วันมหาสงกรานต์” วันที่ 14 เป็นวันเนา แปลว่า “วันอยู่” เป็นวันที่ดวงอาทิตย์เข้าที่เข้าทาง อยู่ประจำที่ในราศีตั้งต้นปีใหม่แล้ว ส่วนวันที่ 15 เป็นวันเถลิงศก เป็นวันเปลี่ยนจุลศักราชใหม่ หรือขึ้นปีใหม่ของไทยนั่นเอง

เมื่อปลายปี 2566 คนไทยไชโยที่ยูเนสโกประกาศให้ “สงกรานต์ในประเทศไทย” เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของโลก ก่อนทุกชาติในอุษาคเนย์ที่เขาก็มีประเพณีสงกรานต์เหมือนบ้านเราแต่ไม่ให้ความสำคัญ เมื่อวันมหาสงกรานต์ปีใหม่ไทยกลายเป็นมรดกโลกแล้ว จึงน่าจะโหวตให้ดอกมันปลาเป็นดอกไม้ประจำวันมหาสงกรานต์ด้วย

เท่าที่ทราบดอกมันปลาเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดอีสาน 2 จังหวัด คือ สุรินทร์ (เรียกดอกมันปลาว่า ปกาสะตราว) กับนครพนม และยังเป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยนครพนม และมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดอีกด้วย

ดอกมันปลากลายเป็นความหลังอันหอมสดชื่นของพ่อใหญ่แม่ใหญ่หลายๆ คนเมื่อครั้งยังเป็นบ่าวสาวที่ชักชวนกันนำพวงมาลัยหอมดอกมันปลาสีงามอร่ามเหลืองไปถวายพระในงานบุญมหาสงกรานต์ จากนั้นก็ผลัดกันเอาพวงมาลัยดอกมันปลาคล้องคอให้กัน และเล่นสาดน้ำท่ามกลางกลิ่นหอมอบอวลของดอกมันปลาแทนกลิ่นแป้งร่ำน้ำปรุง

ต้นมันปลายังเป็นไม้มงคลที่มีสรรพคุณยาดี ที่นายฮ้อยทมิฬเคยใช้ทั้งใบและแก่นต้มได้น้ำยารสมัน ฝาด ขม ให้กองคาราวานดื่มกินต่างน้ำแก้ไข้ป่าฝ่าข้ามดงพญาไฟมาได้อย่างปลอดภัยในอดีต นี่ยังไม่นับสรรพคุณบำรุงกำลัง แก้เส้นเอ็นยึด แก้ไข้ป่วง บิด ผิดสำแดง แก้หืดไอ แน่นหน้าอก ยิ่งไปกว่านั้นใบและผลมีสารคาลอยด์ที่ชื่อว่าเจนเทียนีน (Gentianine) ตามชื่อวงศ์ว่า Gentianaceae ซึ่งมีฤทธิ์ในการระงับปวดได้

ในอดีตไม่นานไกลแดนดินถิ่นอีสานทั่วไปเคยมีดงต้นมันปลาตามธรรมชาติอยู่ตามหัวไร่ปลายนา บางท้องถิ่นถึงกับมีพิธีกรรมแห่ดอกมันปลาที่เก็บตามข้างถนนและท้องไร่ท้องนาที่มีอยู่ดาษดื่นในช่วงเดือน 5 เดือน 6 เพื่อมาบูชาพระพุทธรูปพร้อมที่จะเข้าพิธีอุปสมบท แต่ในปัจจุบันต้นมันปลาเป็นไม้หายาก เพราะเป็นไม้เนื้ออ่อนสีน้ำตาลเข้มลายสวย ขัดเป็นมันเงา ปลวกไม่กิน จึงถูกตัดไปทำเฟอร์นิเจอร์ราคาดี สมควรที่ภาครัฐและภาคเอกชนในภาคอีสานโดยเฉพาะจังหวัดสุรินทร์ นครพนม จะร่วมด้วยช่วยกันปลูกต้นมันปลาให้เต็มทุ่งเหมือนเก่าก่อน เพื่อให้ดอกมันปลาสีเหลืองกลับมาบานสะพรั่งโชยกลิ่นหอมบูชาพระในเทศกาลมหาสงกรานต์ปีใหม่ไทยอีสานบ้านเรา

ซึ่งเป็นซอฟต์เพาเวอร์ของแท้ที่รัฐบาลไม่ควรมองข้าม •

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ | โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งพาตนเอง

มูลนิธิสุขภาพไทย www.thaihof.org

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดอกมันปลา บูชาพระวันมหาสงกรานต์ อีสานบ้านเฮา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...