โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตรัง เกษตรกรทุกข์หนักปลากะพงมาเลเซียตีตลาดทำค้างในกระชังนับร้อยตันขายไม่ได้

77kaoded

เผยแพร่ 25 มี.ค. 2567 เวลา 06.09 น. • 77 ข่าวเด็ด

ตรัง-เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงในกระชังทุกข์หนัก มีการนำเข้าปลากะพงจากมาเลเซียมาขายตีตลาดกก.ละไม่เกิน 90 บาท ทำปลากะพงคุณภาพของเกษตรกรตรังซึ่งเลี้ยงปลาคุณภาพธรรมชาติให้อาหารเป็นเหยื่อปลา ต้นทุนสูงคงค้างในกระชังขายไม่ได้หลายร้อยตัน วอนรัฐเร่งแก้ปัญหาการนำเข้าปลากะพงจากมาเลเซีย ทำลายเกษตรกรไทย เลิกเลี้ยงชั่วคราวแล้วจำนวนมาก

เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงในกระชังในบริเวณชายฝั่งทะเลหลายอำเภอในจ.ตรัง โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.กันตัง จ.ตรัง รวมทั้งเกษตรกรในพื้นที่หมู่ 3 บ้านแหลม ต.วังวน อ.กันตัง จ.ตรัง กำลังเป็นทุกข์อย่างหนักกับปัญหาปลากะพงที่เลี้ยงเอาไว้ในกระชังขายออกไม่ได้ ต้องทนเลี้ยงต่อไปโดยไม่มีกำหนดขาย ซึ่งปลาทั้งหมดที่มีเป็นปลาที่ขนาดหรือน้ำหนักมากกว่าที่เคยเลี้ยงและจับขายในอดีต บางรายต้องทนเลี้ยงมาแล้วนานกว่าปีครึ่ง แต่ยังขายออกไม่ได้ เหตุไม่มีพ่อค้า แม่ค้า ทั้งในพื้นที่จ.ตรังและจังหวัดใกล้เคียงมารับซื้อไปจำหน่ายเหมือนก่อนหน้านี้ เนื่องจากมีปลากะพงนำเข้าจากประเทศมาเลเซีย ในราคาถูกแค่ไม่เกินกก.ละ 90 บาท มาตีตลาด ทำปลากะพงคุณภาพปลาธรรมชาติที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ในทะเลหน้าหมู่บ้าน ซึ่งเลี้ยงด้วยเหยื่อปลาจากธรรมชาติขายไม่ได้เลย

ทั้งนี้ เกษตรกรบางราย ( สวมเสื้อยืดแขนยาว สีน้ำตาล ตราช้าง 2 เชือก ) บอกว่า วันนี้จับขาย 100 กก. ให้เพื่อนจากจ.กระบี่มาติดต่อช่วยซื้อนำไปทำอาหารงานเลี้ยงที่จ.กระบี่ ในราคากก.ละ 150 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เพื่อนช่วยซื้อ แต่หากเป็นราคาที่ขายทั่วไป พ่อค้าแม่ค้ากดเหลือกก.ละ 130-140 บาทเท่านั้น ซึ่งเป็นราคาที่ขาดทุน โดยปลาของตนเป็นปลาไซส์ใหญ่น้ำหนักตอนนี้ตัวละกว่า 4 กก.แล้ว โดยตนซื้อปลาไซส์ขนาด 700 กรัม จากเพื่อนเกษตรกรมาเลี้ยงต่อเป็นปลาไซส์ใหญ่ รวมจำนวน 3 กระชัง แต่เลี้ยงมานานร่วม 5 เดือนแล้ว แต่ยังขายไม่ได้ คนอื่นๆก็เช่นกัน ขายไม่ได้ บางคนเลี้ยงนานเป็นปี หรือปีกว่าก็ยังไม่ได้ขาย น้ำหนักปลาไปถึงตัวละกว่า 10 กก.ก็มี แต่ละรายเดือดร้อนมาก ไม่มีเงินทุนซื้อเหยื่อ ขณะที่เหยื่อ (ปลา) ก็ราคาแพง กก.ละ 15 บาท ต่อวันของตนมี 3 กระชังให้เหยื่อวันละเกือบ 2,000 บาท แต่ละคนมีหลายกระชัง จึงต้องแบกต้นทุนที่หนักมาก วอนรัฐเร่งแก้ปัญหาอย่าให้มีการนำเข้าปลาจากมาเลเซียมาตีตลาด เมื่อก่อนเคยขายได้กก.ละ 180 บาท ตอนนี้ขายไม่ได้เลย เคยประสบปัญหาราคาตกต่ำมาแล้วระลอกหนึ่ง คือ ปี 2564 ราคาตกเหลือกก.ละ 100 บาท มารอบนี้เป็นระลอกที่ 2 ที่ประสบปัญหา

นางสาวบุญเรือง แว่นนาค เกษตรกร ( พูดข้างรถกระบะ และในกระชัง) บอกว่า วันนี้ตนเองจับก่อนจำนวน 10 ตัว น้ำหนักประมาณ 3-4 กก.กว่า เอาไปเสนอให้แม่ค้าดูปลาก่อน ขนาด ไซส์ สีของปลาว่าแม่ค้าจะสามารถรับได้หรือไม่ เพราะเขาต้องเอาไปขายต่อ ตอนนี้ปัญหาหนักผู้เลี้ยงปลากะพง คือ ปลาขายไม่ได้ ไม่มีใครมาซื้อ สู้ตลาดไม่ได้ เพราะมีปลาจากประเทศมาเลเซียนำเข้ามาตีตลาดปลากะพงเราในราคาที่ต่ำมากกก.ละ 90 บาท ซึ่งเกษตรกรเราจะขายราคาต่ำเหมือนเขาก็ขายไม่ได้ เพราะขาดทุน ซึ่งปลาที่นำเข้ามาจากมาเลเซีย ทราบมาว่าเขาเลี้ยงในบ่อดินให้กินอาหาร มีเงินทุนรัฐบาลของเขาช่วยด้วย แต่ปลาของเกษตรกรไทยเราเป็นปลาคุณภาพจากธรรมชาติเราเลี้ยงในกระชังในทะเล มีน้ำทะเลขึ้น-น้ำลง และให้กินเหยื่อปลา ซึ่งเท่ากับเป็นปลาในธรรมชาติ เพราะปลาที่อยู่ในธรรมชาติในทะเลมันก็กินปลาตัวเล็ก ปลาที่ได้จึงเป็นปลาคุณภาพส่งถือมือผู้บริโภค ไม่มีกลิ่นสาป ไม่มีกลิ่นคาว และก่อนจับปลาคนเลี้ยงจะเว้นการให้เหยื่อเป็นเวลา 2 วัน เพื่อล้างท้องปลา ทั้งนี้ เหยื่อปลา หากเป็นหัวปลาราคากก.ละ 10 บาท แต่หากเป็นปลาตัวราคากก.ละ 15 -18 บาท บางช่วงราคาสูงไปถึงกก.ละ 22 บาท ของตนตอนนี้มี 16 กระชัง ค่าเหยื่อวันละกว่า 200 กก.ตกประมาณ 2,500 บาทต่อวัน เพราะให้อาหารวันละมื้อเท่านั้น แต่ตอนนี้บางคนก็ให้วันเว้นวัน บางคนหมดเงินทุนแล้วต้องลากให้เหยื่ออาทิตย์ละมื้อ ส่วนตัววางแผนในการเลี้ยงคือ แบ่งเลี้ยงเป็นรุ่นๆ โดยปล่อยรุ่นหนึ่งแล้วก็จะเว้น 2 เดือน ก็จะลงลูกปลาอีกรุ่น รวมทั้งหมด 3 รุ่น โดยแต่ละรุ่นใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 8 เดือน จะได้น้ำหนักตัวละประมาณ 1,200 กรัม ก็สามารขายยกบ่อต่อให้คนที่ซื้อไปเลี้ยงเป็นปลาใหญ่ ตนวางเผนว่าได้มีปลาไว้หมุนเวียนจับขายได้ทุกๆ 2 เดือน แต่ปรากฎว่าถึงเวลานี้ตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงรุ่นที่ 3 ผิดแผน ไม่ได้ขายเลยมา อายุปลามากสุดตอนนี้เลี้ยงมา 17 เดือน หรือปีครึ่งแล้ว ไม่ได้ขาย น้ำหนักปลาตัวละกว่า 4 กก.โดยปลาค้างอยู่ในบ่อตอนนี้ประมาณ 3,000 -4,000 กก. เงินจมอยู่ในกระชังปลาประมาณ 200,000 -300,000 บาท ไม่มีเงินทุนหมุนไปซื้อเหยื่อแล้ว ต้องยอมขึ้นครั้งละ 4-5 ตัวก็ยอม พยายามช่วยตัวเองจะเอาปลาไปขายที่จ.นครศรีธรรมราช โดย 1 กระชัง ขาย 3 วันก็ขายไม่หมด ค่าน้ำมันด้วยแพง จึงขายไม่ได้ เฉพาะ อ.กันตัง ที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องกับสำนักงานประมงจังหวัดตรังรวม 20 กว่าราย คาดว่ามีปลาค้างอยู่ในบ่อกว่า 100 ตัน ตอนนี้จังหวัดตรังได้งบช่วยเหลือเกษตรกรมาแล้วจำนวนเงินเพียง 200,000 บาทเท่านั้น ขณะที่เกษตรกรขึ้นทะเบียนถูกต้องไว้100 กว่าราย หากเกษตรกรร่วมโครงการหมดทุกรายจะได้ขายแค่รายละ 40-50 กก.เท่านั้น แล้วปลาที่เหลือของแต่ละคนจะเอาไปไหน เหยื่อก็ต้องให้ทุกวัน ทุกรายเดือดร้อนหนัก หลายรายยอมขายในราคาขาดทุน บางคนจับไปขายขาดทุนถึงจ.ภูเก็ต ในราคากก.ละ 100 บาท จากนั้นก็หยุดเลี้ยงปล่อยกระชังร้างจนตอนนี้ รัฐควรเร่งช่วยเหลืองดการนำเข้าปลากะพงจากมาเลเซีย

เช่นเดียวกับนายโชติพัฒน์ หวังบริสุทธิ์ เกษตรกร ( เสื้อสีชมพู ในทะเล) บอกว่า ของตนหยุดปล่อยลูกปลารุ่นใหม่มาประมาณ 4-5 เดือนแล้ว ตอนนี้ทยอยจับปลาที่เหลือในกระชังไปเรื่อยๆ ยอมขาดทุน ตอนนี้ท้องตลาดรับซื้อทั้งปลาไซส์ น้ำหนัก 700-800 กรัม และปลาใหญ่น้ำหนัก 1-2 กก.ขึ้นไป ราคาไม่เกินกก.ละ 130 บาท จากเดิมที่เคยขายได้ ปลาไซส์ราคาส่ง กก.ละ 140 บาท ส่วนปลาขนาด 1-2 กก. ราคาไม่ต่ำกว่ากก.ละ 160 บาท แต่ตอนนี้ขายไม่ได้ไม่มีใครมาซื้อ หลายรายจึงหยุดเลี้ยง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...