โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน เปิดตำนาน 101 ปี วังพญาไท

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 ก.พ. 2567 เวลา 07.17 น. • เผยแพร่ 10 ก.พ. 2567 เวลา 07.17 น.

เรามีนัดกันค่ะ ช่วงแดดร่มลมตก ในวันแห่งความรัก วันพุธที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 ตั้งแต่เวลา 18.00 น.เป็นต้นไป ณ พระราชวังพญาไท (ถนนราชวิถี) โดยมี “มูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไท” ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เป็นเจ้าภาพ

ชมรมคนรักวัง เจ้าภาพใหญ่

ซึ่งมูลนิธินี้เปลี่ยนแปลงสถานะมาจาก “ชมรมคนรักวัง” ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2540 รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและพระคุณูปการของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงดำริจัดงาน “101 ปี พระราชวังพญาไท” THE GLORY OF SIAM ในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน (NIGHT MUSEUM) เพื่อเฉลิมฉลอง พระราชวังพญาไท ครบรอบ 101 ปี ออกสู่สายตาประชาชนชาวไทยและต่างชาติให้เข้ามาชื่นชมความงดงามของพระราชวังพญาไท โดยกำหนดจัดงานแบบ SOFT OPENING

และนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยที่จะได้รับชมความงามของ “พระราชวังพญาไท” ในรูปแบบไนต์ไลฟ์ ทุกคนจะตื่นตาตื่นใจไปกับการแสดงศิลปะ ARCHITECTURE LIGHTING & PROJECTION MAPPING บนตัวอาคารพระที่นั่งพิมานจักรี, พระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน และ INTERIOR LIGHTING ชื่นชมสถาปัตยกรรมภายในอันงดงามได้ทุกมุมจาก ณ พระที่นั่งเทวราชสภารมย์

พร้อมรับชม LIGHTING INSTALLATION นิทรรศการจัดแสดงแสงไฟอันได้รับแรงบันดาลใจจากบทพระราชนิพนธ์ “มัทนะพาธา” ที่วรรณคดีสโมสรยกย่องให้เป็นยอดแห่งบทละครพูด คำฉันท์ ซึ่งเป็นบทพระราชนิพนธ์ใน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ สวนโรมัน และสถานที่สักการะ “ท้าวหิรัญพนาสูร” อันอลังการ อย่างวิจิตรตราตรึงอยู่ในใจ ด้วยเป้าหมายพัฒนางานสมโภชที่ยิ่งใหญ่ของคนไทยให้ทัดเทียมงานสมโภชระดับโลก

งานจะเริ่มต้นแบบเบา ๆ ที่เวลา 17.00 น. หลังลงทะเบียนแล้ว สามารถเดินชม เดินเล่น และรับประทานของว่างได้ที่ “คาเฟ่นรสิงห์” ร้านกาแฟย้อนยุคที่สุดแสนโรแมนติก ห้ามพลาดเด็ดขาด

เรื่องเล่าในบทบาทใหม่ ประวัติศาสตร์ภาคภูมิใจ

“พระราชวังพญาไท” มีประวัติศาสตร์นานกว่าหนึ่งศตวรรษ เคยเป็นที่ประทับสำราญพระราชอิริยาบถของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นโรงนาหลวง เป็นพระตำหนักของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นพระราชวังของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นโรงแรมชั้นหนึ่ง เป็นสถานีวิทยุกระจายเสียง และเป็นโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า จวบจนปัจจุบัน

ทุกวันนี้สถานที่ประวัติศาสตร์ที่น่าภาคภูมิใจได้ปรับบทบาทเป็น “พิพิธภัณฑ์” อันทรงคุณค่า และเปิดกว้างสำหรับประชาชนให้เข้าชมได้แล้ว โดยมูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไท เตรียมจัดงาน “101 ปี พระราชวังพญาไท” THE GLORY OF SIAM ในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน ระหว่างวันพุธที่ 14 กุมภาพันธ์-วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 18.00-21.30 น.

100 กว่าปีก่อน ถนนราชวิถี เป็นเพียงถนนสายสั้น ๆ เริ่มจากริมแม่น้ำเจ้าพระยา มาสุดด้านหลังพระราชวังดุสิต ที่ประทับของในหลวงรัชกาลที่ 5 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามถนนสายนี้ว่า “ถนนซางฮี้” อันเป็นคำมงคลของจีน มีความหมายว่า “ยินดีอย่างยิ่ง” ภายหลังในรัชสมัยในหลวงรัชกาลที่ 6 ได้พระราชทานนามใหม่ว่า “ถนนราชวิถี” บริเวณปลายถนนซังฮี้

ตอนตัดใหม่นั้นเป็นสวนผักและไร่นา มีคลองสามเสนไหลผ่าน พื้นที่ยังโล่ง กว้าง อากาศโปร่งสบาย จึงเป็นที่ต้องพระราชหฤทัยในรัชกาลที่ 5 เป็นอันมาก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ซื้อที่ดินประมาณ 100 ไร่เศษ จากชาวนาชาวสวนบริเวณย่านนั้น มาทดลองปลูกธัญพืช และเป็นที่ประทับสำราญพระราชอิริยาบถ

มาปี 2452 ได้เริ่มก่อสร้าง “พระตำหนักพญาไท” ชาวบ้านเรียกว่า “วังพญาไท” โดย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็นพระตำหนักเป็นที่ประทับ รวมถึงพื้นที่บริเวณตรงข้ามกับพระตำหนัก ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพื้นที่สำหรับเสด็จฯ ทอดพระเนตรการทำนา ปลูกผักและเลี้ยงสัตว์

รวมทั้งโรงนาที่ได้พระราชทานนามว่า “โรงนาหลวงคลองพญาไท” พร้อมตั้งการพระราชพิธีเริ่มนาขวัญ “พระตำหนักพญาไท” เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในระยะเวลาเพียงอันสั้น และได้เสด็จสวรรคต ในวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453

เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทรงย้ายมาประทับ ณ พระตำหนักแห่งนี้เป็นการถาวร ตราบจนเสด็จสวรรคต เมื่อปี 2462 จากนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รื้อพระตำหนักพญาไท พระราชทานแก่โรงเรียนมหาดเล็กหลวงกรุงเทพฯ คงไว้เพียง “พระที่นั่งเทวราชสภารมย์” ซึ่งเป็นท้องพระโรง

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกขึ้นเป็น “พระราชวังพญาไท” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมชนกาธิราช และ สมเด็จพระบรมราชชนนี และให้สร้างพระที่นั่งขึ้นใหม่หลายองค์ด้วยกัน กระทั่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีเฉลิมพระที่นั่งตามพระราชประเพณี เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2465

ถือเป็นจุดเริ่มต้นของพระราชวังสำคัญแห่งหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์ชาติไทย โดย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ประทับ ณ พระราชวังแห่งนี้ไปโดยตลอดจนปีสุดท้ายแห่งรัชกาล อีกทั้ง พระราชวังพญาไท ยังมีความสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ เป็นที่ตั้งของ “ดุสิตธานี” เมืองจำลองประชาธิปไตยตามพระราชดำริอีกด้วย

ต่อมารัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมรถไฟหลวงปรับปรุงพระราชวังพญาไท เป็นโรงแรมชั้นหนึ่งสำหรับให้ชาวต่างชาติ ตามที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชประสงค์ไว้ รองรับพระราชดำริการจัดงานสยามรัฐพิพิธภัณฑ์ “โฮเต็ลพญาไท” เริ่มดำเนินการเมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2468

ระหว่างนั้นได้ใช้พระราชวังพญาไทเป็นที่ตั้งของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งแรกของสยาม ออกอากาศเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2473 กรมรถไฟฯได้ดำเนินการโฮเต็ลพญาไท ไปจนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2475 และปิดกิจการลง เนื่องจากเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงการปกครอง

ต่อมากองทัพบกได้ปรับปรุงพระราชวังพญาไทให้เป็นสถานพยาบาล ได้มีการสร้างโรงพยาบาลทหารบกขึ้น ในบริเวณใกล้เคียงกับพระราชวัง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จึงได้ขนานนามโรงพยาบาลเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติว่า “โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า” ตราบจนปัจจุบัน พระราชวังพญาไท คงเหลือพระที่นั่งที่สร้างครั้งรัชสมัยรัชกาลที่ 5 เพียงองค์เดียว คือ พระที่นั่งเทวราชสภารมย์

ส่วนพระที่นั่งองค์อื่น ๆ ล้วนสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 มีนามคล้องจองกัน ได้แก่ ไวกูณฐเทพยสถาน พิมานจักรี ศรีสุทธนิวาส เทวราชสภารมย์ อุดมวนาภรณ์ ลักษณะสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นของพระราชวังพญาไท คือ “หอคอยสูงและหลังคายอดแหลมของพระที่นั่งพิมานจักรี ภายในมีภาพเขียนแบบปูนเปียกเป็นลวดลายงดงามแบบตะวันตก”

เปิดลายแทงงานแสง สี เสียง 6 โซน

ชมรมคนรักวัง ในฐานะคณะดำเนินงาน ได้ออกแบบสร้างสรรค์ระบบแสง สี เสียง ให้กับพิพิธภัณฑ์ NIGHT MUSEUM อันเป็นเอกลักษณ์ที่เตะตาต้องใจ โดยเฉพาะงาน “101 ปี พระราชวังพญาไท” ที่จะเกิดขึ้นนี้ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เราจะได้ชมวังเก่าในยามราตรี ถือเป็นความงามที่ทรงพลัง เปิดโอกาสให้ผู้คนได้ชื่นชมงานศิลปะบนอาคารที่เคลื่อนไหวเสมือนจริง

ทั้งพระที่นั่งพิมานจักรี, พระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน, พระที่นั่งเทวราชสภารมย์, ห้องธารกำนัล หรือห้องรับแขก, สวนโรมัน และสถานที่สักการะท้าวหิรัญพนาสูร ที่จะส่งแสงสีเสียงอย่างอลังการ ด้วยความวิจิตร ตราตรึง ตลอดการจัดงาน 32 วัน สมกับเป็นงานสมโภชในระดับโลก

เริ่มจำหน่ายบัตรเข้าชมงาน ผ่าน 3 ช่องทาง คือ Agoda, KKday, Zipevent ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป การชมงานไม่เสียค่าใช้จ่าย 2 โซน ส่วนที่ต้องซื้อบัตรมี 4 โซน

ไฮไลต์คือ โซน PROJECTION MAPPING & LIGHTING INSTALLATION : จินตนาการงานศิลปะเคลื่อนไหวในโลกของพระราชวังโบราณผสานจินตนาการที่น่าอัศจรรย์ พร้อมบทพระราชนิพนธ์ “มัทนะพาธา” ที่วรรณคดีสโมสรยกย่องให้เป็นยอดแห่งบทละครพูด คำฉันท์ ซึ่งเป็นบทพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 และโซนความงามของดอกบัวนับพันดอก ณ เส้นทางเดินไปสักการะ “ท้าวหิรัญพนาสูร” สุด ๆ ของความประทับใจ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน เปิดตำนาน 101 ปี วังพญาไท

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...