พืชขาดธาตุอาหาร จะมีอาการอย่างไร เช็คเลย
พืชขาดธาตุอาหาร จะมีอาการอย่างไร เช็คเลย
พืชผักต่างๆ ที่เราปลูกไว้จำเป็นต้องได้รับธาตุอาหาร เพื่อช่วยให้พืชเจริญเติบโตสมบูรณ์ โดยธาตุอาหารหลักที่พืชต้องการได้แก่ ไนโตรเจน (Nitrogen) ฟอสฟอรัส (Phosphorus) และโพแทสเซียม (Potassium)
เมื่อพืชขาดธาตุอาหารหลักเหล่านี้จะทำให้พืชชะงักการเจริญเติบโต รวมถึงมีความอ่อนแอต่อโรคและแมลงศัตรูพืชต่างๆ การไม่ได้รับธาตุอาหารที่เพียงพออาจทำให้ผลผลิตมีขนาดเล็กลง ความสุกสมบูรณ์ลดลง หรือคุณภาพที่ไม่ดีอีกด้วย
หากพืชขาดธาตุอาหาร จะมีอาการดังนี้
1. อาการพืชขาดไนโตรเจน (Nitrogen)
เมื่อพืชขาดธาตุอาหารไนโตรเจน การเจริญเติบโตของพืชจะหยุดชะงัก ใบจะเริ่มแสดงอาการเหลืองซีด โดยเฉพาะใบแก่ ใบอ่อนจะยังคงมีสีเขียวนานกว่าในพืชอื่น ๆ เช่น ข้าวโพดและมะเขือเทศ นอกจากนี้ ลำต้น ก้านใบ และผิวใบด้านล่างอาจเปลี่ยนสีเป็นสีม่วงได้
2. อาการขาดฟอสฟอรัส (Phosphorus)
เมื่อพืชขาดธาตุอาหารฟอสฟอรัส ใบล่างของพืชจะเริ่มแสดงอาการมีสีม่วงตามแผ่นใบ ต่อมาใบของพืชจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและร่วงหล่น ลำต้นของพืชที่ขาดฟอสฟอรัสอาจแสดงอาการแคระแกร็น และไม่สามารถผลิตดอกและผลได้ตามปกติ รากอาจเจริญเติบโตและแพร่กระจายช้ากว่าปกติ ดอกและผลที่ออกอาจไม่สมบูรณ์ บางครั้งอาจหลุดร่วงหรือมีขนาดเล็กกว่าปกติ นอกจากนี้ พืชที่มีลำต้นอวบน้ำหรือลำต้นอ่อนๆ อาจล้มง่าย
3.อาการพืชขาดโพแทสเซียม (Potassium)
เมื่อพืชขาดธาตุอาหารโพแทสเซียม ใบแก่ของพืชจะแสดงอาการเหลืองซีด โดยจะเริ่มจากขอบใบและปลายใบ
พืชบางชนิดอาจพบจุดสีน้ำตาลไหม้กระจายไปทั่ว หรือจุดสีแดงหรือเหลืองระหว่างเส้นใบในใบอ่อน ในกรณีที่อาการขาดโพแทสเซียมรุนแรงใบอาจแห้งและร่วงก่อนเวลา ผลอาจมีขนาดเล็กกว่าปกติ สีผิวไม่สวย และรสชาติไม่ดี
เพื่อให้พืชเจริญเติบโตได้ดี เราต้องรู้ว่าพืชขาดธาตุอาหารอะไรและมีอาการอย่างไร เมื่อเรารู้ว่าพืชขาดธาตุอาหารแบบใด เราสามารถเพิ่มธาตุอาหารเหล่านั้นลงในดินเพื่อเสริมสร้างสภาพดินที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของพืช อย่างไรก็ตามเราควรระมัดระวังในการให้ธาตุอาหารมากเกินไป ในกรณีที่มีการใช้ปุ๋ยเคมีควรให้ธาตุอาหารที่ถูกต้องและปริมาณที่เหมาะสม เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :