โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ในการประชุมระดับโลก รมต.ต่างประเทศสหรัฐฯ ห้ามจนท. “จับมือทักทาย” กับคนจีน

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 30 มี.ค. 2567 เวลา 06.13 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. 2567 เวลา 09.25 น.
คณะผู้แทนจากประเทศต่างๆ และ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ในการประชุมกรุงเจนีวา เมื่อปี 1954

จอห์น ฟอสเตอร์ ดัลเลส รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ออกคำสั่งไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ จับมือทักทายกับชาวจีน ในการประชุมกรุงเจนีวา เมื่อปี 1954 สาเหตุเพราะอะไร?

การประชุมกรุงเจนีวา ค.ศ. 1954 เป็นการประชุมเพื่ออภิปรายแก้ปัญหาเกาหลีโดยสันติวิธี และปัญหาการฟื้นฟูสันติภาพในอินโดจีน

ทว่า ประเด็นที่หลายฝ่ายจับตา คือ นี่เป็นการประชุมระหว่างประเทศครั้งแรกที่ “จีน” กับ “สหรัฐอเมริกา” คู่ปรปักษ์ นั่งร่วมโต๊ะเจรจากัน

สถานการณ์เวลานั้นไม่ว่าจะเป็น บทบาทในเวทีโลก, บารมีทางการเมือง หรือ อำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจ จีนเทียบอเมริกาไม่ได้เลย

สายตาหลายคู่จับจองมาที่ โจวเอินไหล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีต่างประเทศจีน เพราะตั้งแต่จีนประกาศสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี 1949 โจวเอินไหลพยายามสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศต่างๆ

ขณะที่จอห์น ฟอสเตอร์ ดัลเลส รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ และหัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายอเมริกัน ดำเนินนโยบายแข็งกร้าว ด้วยท่าทีที่ตั้งตนเป็นศัตรู และไม่รับรองสาธารณรัฐประชาชนจีน

ในการประชุมที่เจนีวาครั้งนั้น สมาชิกของคณะผู้แทนพบหน้ากันอยู่ในห้องประชุมเกือบจะทุกวัน ดัลเลส กลับไม่อนุญาตให้สมาชิกในคณะผู้แทนของเขาติดต่อกับชาวจีน ทั้งกำชับให้สมาชิกคณะผู้แทนอเมริกันเมินเฉยต่อชาวจีน หากต้องพบหน้ากันระหว่างการประชุม

ทั้งมีข่าวร่ำลือกันว่า ดัลเลสปฏิเสธที่จะสัมผัสมือกับโจวเอินไหล ซึ่งพบกันโดยบังเอิญที่ห้องพักผ่อนในอาคาร

หลังจากการประชุมใหญ่ครั้งแรกของการประชุมเจนีวาผ่านไป คณะผู้แทนของสหรัฐฯ ก็เปลี่ยนหัวหน้าคณะเป็น นายพลวอลเตอร์ บีเดล สมิท เสนาธิการใหญ่ของไอด์เซนฮาวในยามสงคราม แต่ท่าทีของสหรัฐฯ ยังคงเป็นเช่นเดิม

ช่วงสัปดาห์ท้ายๆ ของการประชุมเจนีวา นายพลสมิทที่ดูเหมือนจะมีท่าทีที่ผ่อนปรนลง เป็นฝ่ายเริ่มต้นสนทนากับล่ามของโจวเอินไหลในห้องบาร์เหล้า เป็นท่าทีที่มีความหมาย โจวเอินไหลรู้สึกว่า คณะผู้แทนสหรัฐฯ ไม่ได้มีท่าทีต่อจีนเช่นเดียวกับดัลเลส

วันรุ่งขึ้น โจวเอินไหล เห็นนายพลสมิทกำลังรินกาแฟอยู่ที่เคาน์เตอร์ โจวเอินไหลเดินไปหาและยื่นมือออกไปทักทาย หากนายพลสมิทแสดงอาการอึกอักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนโต้ตอบอย่างรวดเร็ว โดยรีบเอามือขวายกถ้วยกาแฟขึ้นมา (มือซ้ายของเขาคีบซิการ์อยู่ตัวหนึ่ง) เป็นการจงใจแสดงให้เห็นว่า “มือทั้งสองของเขาไม่ว่าง” แต่ทั้งสองยังคงสนทนากันสั้นๆ

ไม่นานต่อมา ในเปิดการประชุมใหญ่ครั้งสุดท้าย โจวเอินไหลกำลังสนทนาอยู่กับคนอื่นในห้องพักผ่อน นายพลสมิทเดินตรงเข้าไปทักทายโจวเอินไหล นายพลสมิทกล่าวถึงการประชุมว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และกล่าวชื่นชมความสามารถทางการทูตของโจวเอินไหลว่าน่าประทับใจอย่างยิ่ง ทั้งมีความยินดีที่ได้รู้จักโจวเอินไหล

โจวเอินไหลตอบกลับว่า “คราวก่อนที่เราพบหน้ากัน ผมเป็นคนยื่นมือให้คุณก่อนไม่ใช่หรือ?”

นั่นทำให้นายพลสมิทนึกถึงท่าทีของตนเอง ที่พยายามทำให้ “สองมือไม่ว่าง” ด้วยรู้สึกขัดเขินในใจ

เหตุที่นายพลสมิทหัวหน้าคณะของคณะผู้แทนอเมริกา พยายามเลี่ยงไม่จับมือทักทายกับโจวเอินไหล เพราะยังยึดติดกับคำสั่งของดัลเลส ที่ไม่อนุญาตให้จับมือทักทายกับชาวจีน

คำสั่งห้ามของดัลเลสถูกทลายลง ด้วยการไกล่เกลี่ยของ ฮัมฟรีย์ ดูวิลเลียม อุปทูตอังกฤษประจำกรุงปักกิ่งที่มาเข้าร่วมการประชุมด้วย คณะผู้แทนจีน-สหรัฐฯ พบปะกัน เพื่ออภิปรายวาระการเจรจาในเรื่องการส่งคนของทั้งสองฝ่ายที่ถูกกักตัวเอาไว้กลับประเทศ และตามมาด้วยการพบปะเจรจาระดับเอกอัครราชทูตของทั้งสองฝ่ายในเวลาต่อมา

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

ข้อมูลจาก :

ฟางจี้เฉิง, เจียงกุ้ยหนง-เขียน, บุญศักดิ์ แสงระวี-แปล. โจวเอินไหล ฝากชื่อไว้ในแผ่นดิน, สำนักพิมพ์สุขภาพใจ, พิมพ์ครั้งที่ 2 ธันวาคม 2551

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 28 มีนาคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ในการประชุมระดับโลก รมต.ต่างประเทศสหรัฐฯ ห้ามจนท. “จับมือทักทาย” กับคนจีน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...