โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตรียมเลือกตั้ง สว. 67 คือใคร มีหน้าที่-อำนาจอะไรบ้าง สำคัญทางการเมืองอย่างไร

Khaosod

อัพเดต 11 มี.ค. 2567 เวลา 09.27 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. 2567 เวลา 08.58 น.

เตรียมเลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภา (สว.) 2567 รู้จัก สว. คือใคร มีบทบาท-หน้าที่และอำนาจอะไรบ้าง รับผิดชอบส่วนไหน สำคัญอย่างไรทางการเมือง

จากกรณี วุฒิสมาชิก (สว.) 250 คน จากการแต่งตั้งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ 2560 จะครบวาระห้าปี ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2567 นี้ นำไปสู่การ เลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา 2567

เตรียมพร้อมการ เลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา 2567 พารู้จัก สว. คืออะไร มีบทบาท-หน้าที่และอำนาจอะไรบ้าง รับผิดชอบส่วนไหน สำคัญอย่างไรทางการเมือง

senator

ภาพประกอบ

สมาชิกวุฒิสภา (สว.) คืออะไร

ส.ว. ย่อมาจาก สมาชิกวุฒิสภา เป็นตัวแทนของประชาชนลักษณะเดียวกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่มีข้อแตกต่าง อาทิ ที่มา, การสังกัดพรรคการเมือง, จำนวน ตามรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับได้กําหนด

สมาชิกวุฒิสภา (สว.) มีอำนาจ-หน้าที่อะไร

รัฐธรรมนูญได้กำหนดบทบาทหน้าที่ของ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ทั้งเป็นหน้าที่เฉพาะตัวและหน้าที่ที่ต้องใช้พร้อมกับสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้

  • วุฒิสภาตามบทบัญญัติหลัก

1.การพิจารณาและการกลั่นกรองกฎหมาย

รัฐธรรมนูญได้บัญญัติให้วุฒิสภามีหน้าที่และอำนาจ ทั้งการพิจารณาและการกลั่นกรองกฎหมายร่วมกับสภาผู้แทนราษฎรในฐานะรัฐสภา และการกลั่นกรองกฎหมายที่สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติให้ความเห็นชอบแล้ว

1.1)การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ

ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 132 ได้บัญญัติให้การเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญให้เสนอต่อรัฐสภา และให้รัฐสภาประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน ดังนั้น บทบาทอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญจึงเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกวุฒิสภา

1.2)การกลั่นกรองร่างพระราชบัญญัติ

กรณีที่เป็นร่างพระราชบัญญัติทั่วไป รัฐธรรมนูญได้บัญญัติให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรก่อน เมื่อลงมติเห็นชอบ ให้เสนอต่อวุฒิสภาโดยวุฒิสภาต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันแต่หากกรณีที่เป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน

กรณี ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับงบประมาณรายจ่าย รัฐธรรมนูญได้บัญญัติให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา เมื่อเห็นชอบกับร่างกฎหมายแล้ว ให้เสนอต่อวุฒิสภาเพื่อพิจารณา โดยวุฒิสภามีเวลาพิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่ภายใน 20 วัน

1.3)การอนุมัติพระราชกำหนด

พระราชกำหนดเป็นกฎหมายที่พระมหากษัตริย์ทรงตราขึ้นใช้บังคับดังเช่น พระราชบัญญัติตามคำแนะนำของคณะรัฐมนตรี โดยการอนุมัติพระราชกำหนดแบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้

พระราชกำหนดทั่วไป ให้กระทำได้เฉพาะเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่าเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้เพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ

พระราชกำหนดเกี่ยวด้วยภาษีอากรหรือเงินตรา ให้กระทำได้เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่ามีความจำเป็นต้องมีกฎหมาย เกี่ยวด้วยภาษีอากรหรือเงินตราซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณาโดยด่วนและลับเพื่อรักษาประโยชน์ ของแผ่นดิน

1.4)การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ

รัฐธรรมนูญได้บัญญัติให้อำนาจในการเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ต้องมาจากคณะรัฐมนตรีหรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา สมาชิกวุฒิสภาจึงมีส่วนสำคัญในการพิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ

โดยรัฐธรรมนูญยังกำหนดว่า การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่หนึ่งขั้นรับหลักการ ต้องมีสมาชิกวุฒิสภาเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา

และในการออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สามขั้นสุดท้าย ให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย และต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา

โดยในจำนวนนี้ต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคการเมืองที่สมาชิกมิได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าร้อยล ะ20 ของทุกพรรคการเมืองดังกล่าวรวมกัน และมีสมาชิกวุฒิสภาเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา

2.การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้กำหนดให้วุฒิสภามีหน้าที่และอำนาจในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ได้แก่

2.1)การตั้งกระทู้ถาม

มาตรา 150 รัฐธรรมนูญได้บัญญัติให้สมาชิกวุฒิสภา มีสิทธิตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรี ในเรื่องใดเกี่ยวกับงานในหน้าที่ได้เช่นเดียวกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

2.2)การเปิดอภิปรายทั่วไปในวุฒิสภา

มาตรา 153 รัฐธรรมนูญได้บัญญัติให้สมาชิกวุฒิสภามีสิทธิเข้าชื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไปในวุฒิสภาเพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริงหรือชี้แจงปัญหา โดยไม่มีการลงมติ

2.3)การเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมรัฐสภา

มาตรา 155 รัฐธรรมนูญได้บัญญัติในกรณีที่มีปัญหาสำคัญเกี่ยวกับความมั่นคงปลอกภัยหรือเศรษฐกิจของประเทศ สมควรที่จะปรึกษาหารือร่วมกันระหว่างรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี โดยขอให้เปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมรัฐสภาก็ได้ แต่รัฐสภาจะลงมติในปัญหาที่อภิปรายไม่ได้

2.4)การตั้งกรรมาธิการ

วุฒิสภามีอำนาจตั้งคณะกรรมาธิการสามัญหรือคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใด ๆ และรายงานผลการพิจารณาให้วุฒิสภาทราบ โดยต้องเป็นเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของสภา

คณะกรรมาธิการมีอำนาจเรียกเอกสาร หรือเรียกบุคคลใดมาแถลง ข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็นในกิจการที่กระทำหรือในเรื่องที่พิจารณาสอบ หาข้อเท็จจริงหรือศึกษาอยู่นั้นได้

3.การให้คำแนะนำหรือให้ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่ง

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้กำหนดให้วุฒิสภามีหน้าที่และอำนาจในการให้คำแนะนำหรือให้ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่ง ดังต่อไปนี้

  • ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
  • คณะกรรมการการเลือกตั้ง
  • ผู้ตรวจการแผ่นดิน
  • คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
  • คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินและผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน
  • คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ข้อสังเกต วุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่มีอำนาจในการถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่ง ซึ่งแตกต่างจากอำนาจของวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 ซึ่งบัญญัติให้วุฒิสภามีอำนาจใน การถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่ง

  • วุฒิสภาตามบทเฉพาะกาล

สำหรับวุฒิสภาตามบทเฉพาะกาลนั้น นอกจากจะมีหน้าที่และอำนาจเช่นเดียวกับวุฒิสภาตามบทบัญญัติหลักแล้ว รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้เพิ่มหน้าที่และอำนาจโดยเฉพาะ ดังนี้

1.การติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ

รัฐธรรมนูญ มาตรา 270 บัญญัติให้วุฒิสภาตามบทเฉพาะกาล มีหน้าที่และอำนาจติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตาม โดยคณะรัฐมนตรีต้องแจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศต่อรัฐสภาเพื่อทราบ ทุก 3 เดือน

2. การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเพื่อดำเนินการตามหมวด 16 การปฏิรูปประเทศ

รัฐธรรมนูญ มาตรา 270 บัญญัติว่าร่างพระราชบัญญัติที่จะตราขึ้นเพื่อดำเนินการตามหมวด 16 การปฏิรูปประเทศ ให้เสนอและพิจารณาในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา

3. การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่วุฒิสภาหรือสภาผู้แทนราษฎรยับยั้งไว้ ตามมาตรา 137 (2) หรือ (3) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

รัฐธรรมนูญ มาตรา 271 บัญญัติให้ในวาระเริ่มแรกภายในอายุของวุฒิสภาตามบทเฉพาะกาล (5 ปี) การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่วุฒิสภาหรือสภาผู้แทนราษฎรยับยั้งไว้ ให้กระทำได้โดยที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา

4. การพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี

ตามบทเฉพาะกาล ในระหว่าง 5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ การให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้กระทำใน"ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา" ซึ่งประกอบด้วย "สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร" และ "สมาชิกวุฒิสภา" มติของรัฐสภาที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องกระทำโดยการลงคะแนนโดยเปิดเผย และมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา

ที่มา : สำนักกฎหมาย, รัฐสภาไทย, ilaw

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เตรียมเลือกตั้ง สว. 67 คือใคร มีหน้าที่-อำนาจอะไรบ้าง สำคัญทางการเมืองอย่างไร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...