โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เดลต้า ลงทุนสวนเศรษฐกิจตกต่ำ ดึงจีน-ไต้หวันตั้งโรงงานในไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 มี.ค. 2567 เวลา 13.27 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. 2567 เวลา 00.38 น.
แจ๊คกี้ จาง

บิ๊กธุรกิจชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ทุนไต้หวัน “Delta” โชว์ผลงาน 9 เดือนกวาดรายได้ทะลุ 1 แสนล้าน ปี’67 เตรียมเทงบฯลงทุน 1 หมื่นล้านบาท เสริมแกร่งการผลิต-บุคลากร ดีเดย์ มี.ค.นี้ เตรียมคิกออฟโรงงานใหม่พร้อมศูนย์ R&D รับบทบาท “ทูตการลงทุน” ดึงพันธมิตรซัพพลายลงทุนฐานผลิตในไทย

ถึงแม้เทรนด์เศรษฐกิจปี 2567 มีความเปราะบางและเต็มไปด้วยปัจจัยท้าทายนานาประการ แต่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์มีทิศทางเป็นดาวรุ่งมาโดยตลอด ปัจจัยหนุนมาจากความต้องการใช้จากรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทำให้มีการลงทุนจากบริษัทข้ามชาติเดินหน้าขยายการลงทุนฐานผลิตในประเทศไทยต่อเนื่อง

นายแจ็คกี้ จาง ประธาน บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ผลประกอบการรอบ 9 เดือนปี 2566 มีรายได้ 3,300 ล้านเหรียญสหรัฐ โต 29% รวมทั้งกําไรก็มีการเติบโตเช่นกัน

“สัดส่วนรายได้ ตัวหลักมาจากอีวี ต้นปีมีสัดส่วน 20% ณ ไตรมาส 3/66 อยู่ที่ 33% ของรายได้รวม ขณะที่ 9 เดือนสัดส่วนรายได้อีวีคิดเป็น 29% ส่วนดาต้าเซ็นเตอร์ค่อนข้างทรงตัว ไม่ได้เติบโตแรงเท่าอีวี สัดส่วนรักษาระดับที่ 25% ที่เหลือเป็นธุรกิจโซลูชั่นบิสซิเนส ทั้งอินฟราสตรักเจอร์ ออโตเมชั่น รวมกัน 15-20% โดยอีวีเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตของเดลต้า”

มองบวกเศรษฐกิจไทยโตสดใส

ประธานเดลต้าฉายภาพมุมมองเศรษฐกิจปีนี้ว่า เดลต้าเป็นผู้ผลิตเพื่อส่งออกถึง 95% ไปยังตลาดยุโรป อเมริกา และมีธุรกิจโซลูชั่นบิสซิเนส อีวีชาร์จเจอร์ ระบบอัตโนมัติสําหรับภาคอุตสาหกรรม อาคารอัจฉริยะ และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสนับสนุนเกี่ยวกับสาธารณูปโภคไอซีทีต่าง ๆ ที่ทำตลาดในอาเซียน ออสเตรเลีย อินเดีย จึงมองถึงปัจจัยความท้าทายจากภายนอกเป็นหลัก

โดยปีนี้ เรื่องภูมิรัฐศาสตร์ อัตราเงินเฟ้อ สงครามการค้า ทะเลแดง เสถียรภาพเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจต่าง ๆ ยังเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังสําหรับเดลต้า ไทยแลนด์ เมื่อแนวโน้มเศรษฐกิจและความท้าทายในปี 2024 อาจจะไม่ได้โตแรงเท่าปีที่แล้ว ภาพรวมในครึ่งปีแรก 2024 เดลต้ายังคงมีมุมมองที่เฝ้าระวัง มอนิเตอร์สถานการณ์ต่าง ๆ

ขณะที่เศรษฐกิจไทย เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีในครึ่งปีหลังมากกว่าครึ่งปีแรก โดยภาพรวมคาดว่าจะดีขึ้นจากรายได้ภาคการท่องเที่ยว และผลพวงจากสงครามการค้า ทําให้หลายบริษัทอยากลงทุนในอาเซียนมากขึ้น

“แม้ว่าครึ่งปีแรกภาพรวมยังคลุมเครือ ไม่ได้เห็นสัญญาณของธุรกิจที่เข้มแข็งมากนัก เราพยายามเร่งการผลิต รีบส่งมอบเพื่อซัพพอร์ตดีมานด์ระยะกลาง-ยาว โดยยังมีมุมมองเชิงบวก เพราะผลิตภัณฑ์ของเราสอดคล้องกับเมกะเทรนด์ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น AI ระบบเครือข่าย ดาต้าเซ็นเตอร์ ธุรกิจเกมมิ่งที่ใช้จีพียูเพื่อมาประมวลผล และต้องการพาวเวอร์ซัพพอร์ตที่มีกําลังไฟสูงมาก ทําให้เราค่อนข้างมีความมั่นใจว่าแนวโน้มต่าง ๆ เหล่านี้จะเติบโตที่เรียกได้ว่าสดใส”

เร่งขยายสวนทางเศรษฐกิจอ่อนตัว

นายจางกล่าวต่อว่า ปีนี้เดลต้าวางแผนลงทุนเพิ่ม 15-20% จากปีก่อน หรือจาก 250 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 300 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่ผ่านมางบฯลงทุนในไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี โดยปี 2022 มีวงเงิน 180 ล้านเหรียญสหรัฐ ปี 2023 ต้นปีลงทุนเพิ่มขึ้น 20-30% เป้าหมายเดิมวางไว้ 200 กว่าล้านเหรียญสหรัฐ แต่รอบ 9 เดือนลงทุนไปแล้ว 250 ล้านเหรียญสหรัฐ เกินจากเป้าหมายเมื่อรวมกับไตรมาส 4/66 ภาพรวมการใช้งบฯสูงเกือบ 300 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนปี 2024 ตั้งเป้าลงทุนเพิ่ม 15-20% หรือมากกว่า 300 ล้านเหรียญสหรัฐ

“ตอนนี้เป็นจังหวะดีมากที่เราจะลงทุน ในช่วงเศรษฐกิจไม่ดีเราเห็นเป็นโอกาสในการปรับปรุงกระบวนการต่าง ๆ ให้ดีกว่าเดิม ทั้งในองค์กร เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และทรัพยากรบุคคล โดยเฉพาะการสร้างวิศวกรเพื่อเป็นตัวช่วยสนับสนุนภาคการผลิตของไทย บริษัทจึงร่วมกับพันธมิตรสถาบันการศึกษาหลายแห่งในการพัฒนาคน การสร้าง Power Electronics Lab ในมหาวิทยาลัย”

ล่าสุดในเดือนมีนาคมนี้ จะมีการเปิดตัว 2 อาคารสร้างเสร็จใหม่ ได้แก่ DET 8 และโครงการ 9 ศูนย์วิจัยและพัฒนาโปรดักต์ดีไซน์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และเอ็นจิเนียร์ รองรับไทยเป็นฐานผลิตหลักของอีวีสําหรับภูมิภาคอาเซียน และเตรียมก่อสร้างโรงงานเพิ่มอีก 2 อาคาร ที่นิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ คาดว่าจะสร้างเสร็จภายในสิ้นปี 2025 เพื่อรองรับและสนับสนุนการเติบโตของลูกค้าได้ทันที

รับบทบาท “ทูตการลงทุน”

ประธานเดลต้ากล่าวว่า ได้มีการเจรจากระตุ้นให้ซัพพลายเออร์ของบริษัทเข้ามาลงทุนปักฐานการผลิตที่เมืองไทย ไม่ใช่ต้องการลดต้นทุนเพราะค่าแรงในไทยไม่น่าจะถูกกว่าเวียดนามและจีน แต่มี 3 เหตุผลคือ 1.ปัจจัยหลักเรื่องการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสนับสนุนความต่อเนื่องในการทําธุรกิจของเดลต้า สถิติ 2 ปีก่อนบริษัทใช้วัตถุดิบในประเทศ 30% ปัจจุบันเกิน 45% เป้าหมายเพิ่มเป็น 60-70%

2.เพื่อช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมและดึงเม็ดเงินเข้ามาสู่ระบบเศรษฐกิจไทย และ 3.เรื่องความยั่งยืน ถ้าขนส่งวัตถุดิบระยะทางไกลจะเพิ่มการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งไม่ดีต่อโลก

“การดึงพันธมิตรเข้ามาลงทุนในไทย เดลต้าพร้อมจะดำรงบทบาทแอมบาสซาเดอร์ หรือทูตที่จะดึงนักลงทุนเข้ามาลงทุนอุตฯอิเล็กทรอนิกส์ในไทย โดยมีบางส่วนเข้ามาลงทุนกันไปบ้างแล้ว เช่น PCB หรือ Printed Circuit Board”

เป้าหมายดึงพันธมิตรโฟกัสไปที่ผู้ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่มีขนาดใหญ่ มีน้ำหนักบรรทุกเยอะ เช่น เคส บรรจุภัณฑ์กล่องเหล็กต่าง ๆ หรือชิ้นส่วนที่บริษัทใช้จำนวนมาก และซัพพลายเออร์เพื่อมาซัพพอร์ตวัตถุดิบที่เรียกว่า “แอ็กทีฟ อิเล็กทรอนิกส์ อีควิปเมนต์” ซึ่งนำเข้าจากต่างประเทศจำนวนมาก โดยจะชักชวนกลุ่มเคเบิล ไวท์ฮาร์ทเน็ต สเปเชียลคอนเน็กเตอร์จากจีนและไต้หวัน

“ปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนกลุ่มนี้ตัดสินใจมาลงทุนไทย มีทั้งมาตรการส่งเสริมการลงทุนภาครัฐ ซึ่งเราเป็นตัวกลางกระตุ้นให้เขาตัดสินใจ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากโควิด-19 การเกิดดิสรัปชั่นของโลจิสติกส์ซัพพลายเชน ทำให้มีการตั้งฐานการลงทุนในไทยมากขึ้น เพื่อซัพพอร์ตลูกค้าและสร้างยอดขายได้ดีขึ้น”

ต้องนำหน้าคู่แข่ง 1 ก้าวเสมอ

สำหรับการเติบโตของยอดขายอีวีในปี 2022 มีจำนวน 400 ล้านเหรียญสหรัฐ ช่วง 9 เดือนแรกปี 2023 ยอดขายเพิ่มเท่าตัวเป็น 880 ล้านเหรียญสหรัฐ การขยายโรงงานแห่งที่ 8 ในนิคมอุตสาหกรรมบางปู จึงรองรับการเติบโตเป็นทริปเปิลหรือ 3 เท่าตัว เพราะแนวโน้มความต้องการชิ้นส่วนและโซลูชั่นที่เกี่ยวกับอีวี ซึ่งเดลต้าป้อนให้ฝั่งยุโรปและอเมริกา รวมทั้งเทรนด์อีวีค่อนข้างจะเร่งตัวขึ้นเรื่อย ๆ

โดยข้อมูลบลูมเบิร์กประมาณการปีนี้ อีวีจะเพิ่ม 20% จากปีแรก 27% แนวโน้มในปี 2029 คาดว่าตลาดอีวีจะมีสัดส่วน 40% จากเทรนด์ดังกล่าวทำให้ต้องมีการลงทุนล่วงหน้า เพราะโปรเจ็กต์ออโตโมทีฟแต่ละไลน์ผลิตใช้เวลายาว 5-6 ปี ไม่ใช่แค่ระยะสั้น จึงต้องเผื่อกำลังการผลิตรองรับล่วงหน้า

ปัจจุบันเดลต้าอยู่ทำเนียบแถวหน้า ซัพพอร์ตให้ลูกค้าอุตฯยานยนต์เทียร์ 1-เทียร์ 2 ความท้าทายอยู่ที่การออกแบบเครื่องยนต์สันดาปใช้เวลาเฉลี่ย 5 ปี แต่ธุรกิจอีวีการแข่งขันสูงมาก ความต้องการลูกค้าเปลี่ยนเร็ว มีความหลากหลาย การออกแบบและพัฒนาแพลตฟอร์มมีเวลาลดน้อยลงมาก ต้องสนองให้ทันต่อความต้องการของลูกค้า และต้องนําหน้าคู่แข่ง 1 ก้าวเสมอ

“ปัจจัยท้าทายในเรื่องการพัฒนาการสื่อสารกับตัวซอฟต์แวร์ หรือเฟิร์มแวร์ของตัวอีวี ซึ่งเราไม่ใช่แค่ทําพาวเวอร์ซัพพลายแต่ไม่สามารถจะเชื่อมต่อหรือสื่อสารกับอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อควบคุมการทํางานของรถอีวีได้ อันนี้เป็น Challenge ที่เราต้องอัพเกรดให้ไว แล้วก็พัฒนาปรับปรุงไปพร้อม ๆ กับการออกแบบ” นายจางกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เดลต้า ลงทุนสวนเศรษฐกิจตกต่ำ ดึงจีน-ไต้หวันตั้งโรงงานในไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...