โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จุฬาฯพลิกโฉมการศึกษา เรียนข้ามศาสตร์ทันตะ+วิศวะ คว้า 2 ปริญญา

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 ก.พ. 2567 เวลา 06.50 น. • เผยแพร่ 11 ก.พ. 2567 เวลา 04.05 น.

การเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานในยุคดิจิทัล ส่งผลให้เทรนด์การศึกษาโลกเปลี่ยนแปลงตาม เนื่องจากหลายอาชีพจำเป็นต้องใช้ทักษะใหม่ ๆ เพราะทักษะเดิมอาจไม่เพียงพอ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นว่าหลายมหาวิทยาลัยทั่วโลกมีการปรับตัว และเปิดหลักสูตรใหม่ ๆ ขึ้นมา เพื่อผลิตคนรองรับตลาดแรงงานในสายอาชีพต่าง ๆ ที่มีความเฉพาะทางมากขึ้น

ในส่วนของประเทศไทย ขณะนี้หลายมหาวิทยาลัยเริ่มเปิดหลักสูตรสองปริญญามากขึ้น ซึ่งถือว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะมหาวิทยาลัยไทยเริ่มทำมานานแล้ว เพียงแต่ปัจจุบันเริ่มมีความหลากหลายมากขึ้น อย่างล่าสุดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเปิดตัว “หลักสูตรสองปริญญาแบบข้ามศาสตร์” รูปแบบปริญญาตรี ควบปริญญาโท โดยใช้เวลาเรียน 6 ปี

เพราะจะเรียนหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต คณะทันตแพทยศาสตร์ และหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สหสาขาวิชาวิศวกรรมชีวเวช คณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งถือเป็นหลักสูตรแรกของประเทศไทยที่นิสิตเรียนจบแล้วได้ปริญญา 2 ใบ

“ศ.ดร.ทันตแพทย์พรชัย จันศิษย์ยานนท์” คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่เป็นการเปิดหลักสูตรใหม่ เพียงแต่เป็นหลักสูตรเดิมที่ทั้งสองคณะเปิดการเรียนการสอนอยู่แล้ว แต่นำมารวมกัน เนื่องจากมีความสอดคล้องกัน เพราะสาขาวิศวกรรมชีวเวชนั้น เป็นศาสตร์ความรู้ทางวิศวกรรมศาสตร์ประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ก็จะเกี่ยวข้องกับการวิจัย การคิดค้นเครื่องมือแพทย์

“หลักสูตร 2 ปริญญาทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ ที่อยากเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่เฉพาะเจาะจงสาขาวิชาหลักของตนเองเท่านั้น โดยเฉพาะนิสิตทันตแพทยศาสตร์ หากสนใจอยากเรียนต่อ ป.โท วิศวกรรมชีวเวช ก็จะต้องเรียนครบ 120 หน่วยกิตก่อน ซึ่งปัจจุบันจากการสำรวจพบว่ามีนิสิตทันตแพทยศาสตร์ของเราประมาณ 5 คนที่เข้าเรียนหลักสูตรวิศวกรรมชีวเวชต่อเนื่อง ถือเป็นรุ่นแรกของหลักสูตรนี้ และเราตั้งเป้าไว้ว่าจะรับนิสิตเรียนต่อโทภายใต้หลักสูตรนี้จำนวน 10 คน คาดว่าปีต่อ ๆ ไปน่าจะทำได้”

“ศ.ดร.ทันตแพทย์พรชัย” กล่าวต่อว่า หลักสูตรนี้เราเตรียมการร่วมกันมากว่า 2 ปี เพราะอยากผลิตนิสิตทันตแพทย์ที่จบไปแล้วเก่ง เชี่ยวชาญจริง ๆ และต้องแตกต่างจากที่อื่น ๆ เป็นคนที่เก่งกว่าที่อื่น และมีคุณภาพสูง เราไม่อยากให้นิสิตของเราจบไปแล้วเหมือนเดิม ความรู้เหมือนเดิม แต่อยากให้เก่งและมีความรู้มากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าไปดูต่างประเทศตอนนี้เขามีหลักสูตรลักษณะนี้เยอะมากที่เป็นการข้ามศาสตร์ระหว่างกัน

“โจทย์อีกอย่างคือ มหาวิทยาลัยอยากให้เกิดนวัตกรรมขึ้น ซึ่งถ้าหลักสูตรเราเหมือนเดิมจะไม่ทำให้เกิดนวัตกรรม อีกทั้งยังมีเสียงสะท้อนจากวิชาชีพ และศิษย์เก่ามักพูดว่าทำไมเราผลิตเด็กออกมาแล้วยังเหมือนเดิม เด็กจุฬาฯ ต้องเก่งกว่านี้สิ ต้องเก่งขึ้น ก็เลยเป็นแรงผลักดันให้เกิดการพัฒนาหลักสูตรนี้ขึ้นมา ผมว่าจะกลายเป็นต้นแบบแก่คณะอื่น ๆ ด้วย”

“ศ.ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล” คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ กล่าวเสริมว่าการทำหลักสูตรนี้เป็นการขับเคลื่อนผู้เรียน เพราะเราต่างรู้กันอยู่แล้วว่าปัจจุบันความรู้ศาสตร์เดียวเริ่มไม่เพียงพอ ต้องบูรณาการเยอะขึ้น ถ้าให้ไปทำงานก่อนแล้วค่อยกับมาคิด เรียนรู้เพิ่มเติม ก็อาจจะช้าไป ซึ่งการส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเอง หรือการเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็นนโยบายที่จุฬาฯให้ความสำคัญ

เพราะอยากให้นิสิตของเราไม่ว่าจะคณะไหนมีโอกาสที่จะเลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองอยากเรียนมากขึ้น ออกแบบการเรียนของตนเองได้ โดยมหาวิทยาลัยเป็นผู้สนับสนุน ดังจะเห็นว่าเทรนด์การศึกษาโลกตอนนี้ไปในทิศทางเดียวกันหมด จุฬาฯก็อยากจะสนับสนุนการเรียนรู้ของนิสิต โดยเฉพาะระดับปริญญาตรีจะต้องกว้างขวางขึ้น นิสิตอาจจะมีหลักสูตรที่สองเรียน และอาจจะเน้นไปที่วิชาชีพมากขึ้น

“เมื่อนิสิตทันตแพทย์เข้ามาเรียนวิศวกรรมชีวเวช สิ่งที่เขาจะได้เรียนหลัก ๆ จะเป็นเรื่องของ AI ส่วนใหญ่ เพราะความต้องการของตลาดตอนนี้ชัดเจนมากว่าทักษะความรู้ด้าน AI, 3D Printing เป็นสิ่งที่จำเป็น เราต้องมีการผลิตเทคโนโลยีใหม่ ๆ ขึ้นมา เพื่อซัพพอร์ตสาธารณสุขของประเทศ เพราะวิศวกรรมชีวเวชคือการผสมผสานระหว่างศาสตร์ทางด้านวิศวกรรมศาสตร์, วิทยาศาสตร์ และศาสตร์ด้านการแพทย์เข้าด้วยกัน”

“เรามีห้องแล็บสำหรับให้นิสิตเข้าไปเรียนรู้และฝึกปฏิบัติ ความคาดหวังคืออยากให้นิสิตทันตแพทย์มีองค์ความรู้สำหรับต่อยอดด้านอุปกรณ์การแพทย์ เพราะถ้าทันตแพทย์ไม่เข้าใจสิ่งเหล่านี้ สุดท้ายเราได้แค่การนำเข้าผลิตภัณฑ์ แต่ถ้าเราเริ่มปูพื้นฐานใหม่ ๆ ให้กับนิสิต เขาจะเริ่มทำได้ด้วยตัวเองเยอะขึ้น หรืออย่างน้อยก็จะเข้าใจกระบวนการมากขึ้น”

“ศ.ดร.สุพจน์” กล่าวต่อว่า ถ้าทำได้ผมว่ามูลค่าทางเศรษฐกิจจะเยอะมาก ยกตัวอย่างรากขาเทียม วิศวะ จุฬาฯ ทำงานร่วมกับศูนย์วิจัยฯ ถ้าเราไม่ทำเราก็ต้องไปนำเข้าจากต่างประเทศ ความสามารถทางเรื่องเศรษฐฐานะของเราก็อาจจะเข้าไม่ถึงสิ่งเหล่านั้น จึงเป็นสิ่งที่มหาวิทยาลัยต้องช่วยกันหานวัตกรรมเข้ามา หรืออย่างเรื่องนวัตกรรมการสแกนช่องปากสำหรับทันตแพทย์ใช้ เพื่อนำไปทำรากฟัน หากตีเป็นมูลค่า ผมว่าสูงมาก

ตอนนี้ใครไปหาหมอจะพบว่าเทคโนโลยีไปไกลมาก แต่เรานำเข้าอย่างเดียว ถามว่าถ้าเรายังนำเข้าตลอดเวลา แพทย์ยังใช้สิ่งที่เป็นของสำเร็จรูปเข้ามา บางทีอาจไม่เหมาะกับคนไทยด้วยซ้ำ อย่างเช่น กระดูกเทียม บางทีเป็นไซซ์ฝรั่ง เราก็อยากทำกระดูกที่เหมาะกับไซซ์คนไทย

ถ้าทางแพทย์ หรือทันตแพทย์เริ่มมีพื้นฐานทางด้านนี้ จะรู้ว่าการทำสิ่งเหล่านี้พอทำได้ หรือเราทำได้เหมือนกัน เพื่อให้คนไทยได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของไทย เพราะการนำเข้าสินค้าแต่ละชนิดแพงมาก คนไทยเข้าไม่ถึงการรักษาทุกคน แต่ถ้าเราทำเองจะได้ในราคาที่ถูกกว่า

หรืออย่างเท้าเทียม ที่เรียกว่า “Dynamic Foot” ขณะนี้คณะวิศวกรรมศาสตร์ทำเท้าเทียมส่งมอบให้กับสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ประมาณเกือบ 1 พันขา ราคา 3 หมื่นนิด ๆ ตอนนี้กำลังรอส่งมอบให้กับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพราะเราไม่อยากทำราคาสูง เนื่องจากคนที่เขามีความต้องการอาจเข้าไม่ถึง ตรงนี้เป็นสิ่งที่ตีมูลค่าทางเม็ดเงินได้ยาก แต่เป็นการสร้างคุณค่าให้กับคุณภาพชีวิตและสังคมมากกว่า

“ศ.ดร.ทันตแพทย์พรชัย” กล่าวเสริมว่า การรักษารากฟันเทียม ปกติค่ารักษาทั่วไปอยู่ที่ 50,000-100,000 บาท แต่ถ้าเราทำได้เอง อาจจะทำให้ค่ารักษาลดลงมาไม่เกิน 30,000 บาท และตอนนี้เราพยายามพัฒนา และศึกษานวัตกรรมทางเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ 3D Printing เข้ามาใช้ในกระบวนการทดลอง แต่กระนั้น เราก็จะต้องสร้างคนเพื่อมารองรับผลการศึกษาต่อไปในอนาคตด้วย

สุดท้ายผมอยากให้เกิดสตาร์ตอัพ อย่างน้อยจะได้ไอเดียต่อยอด เพราะจุฬาฯ มี CU Enterprise อยู่แล้ว เพื่อสนับสนุนการสร้างนวัตกร นวัตกรรม ผู้ประกอบการ และธุรกิจในประชาคมจุฬาฯ โดยมุ่งสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม เพื่อให้นิสิตตั้งบริษัทเองข้างนอก หรือทำภายใต้ CU Enterprise ก็ได้ นี่คือความหวังของเรา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จุฬาฯพลิกโฉมการศึกษา เรียนข้ามศาสตร์ทันตะ+วิศวะ คว้า 2 ปริญญา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...