โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

เกษตรกรสวนยางบึงกาฬ เลี้ยงไก่งวงเสริมรายได้ ไก่โตไม่ทันขาย ตลาดยังนิยมบริโภค

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 31 มี.ค. 2565 เวลา 02.19 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. 2565 เวลา 21.43 น.
คุณคณิศร มังก้อน

บึงกาฬ เป็นจังหวัดน้องใหม่ที่ได้รับการก่อตั้งขึ้นในปี 2554 ให้เป็นจังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย ในอดีตเป็นชุมชนที่มีขนาดเล็กและเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดหนองคาย ด้วยภูมิภาคที่มีเนื้อที่ทอดยาวตามลำน้ำโขง ทำให้มีความห่างไกลจากตัวเมืองหนองคายเป็นอย่างมาก ความสามารถในการพัฒนาจึงไม่สะดวกเท่าที่ควร และมีความยากลำบากในการติดต่อประสานงานต่างๆ เพื่อความสะดวกแก่ประชาชนที่มาติดต่อราชการ จึงได้มีการเรียกร้องไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อตั้งเป็นจังหวัดในปี 2537 กว่าจะได้ตั้งเป็นจังหวัดใช้เวลาเกือบ 20 ปี

การทำเกษตรส่วนใหญ่ของจังหวัดบึงกาฬ เกษตรกรนิยมที่จะปลูกพืชเชิงเดี่ยว เมื่อผลผลิตของพืชชนิดนั้นมีจำนวนที่มากขึ้นก็จะทำให้ราคาลดลง จึงเป็นผลทำให้เกษตรกรจำหน่ายสินค้าได้ราคาต่ำกว่าทุนที่ลงไป ซึ่งต่อมาภาครัฐได้มีการจัดการให้เกษตรกรทำพืชชนิดแบบตลาดนำ โดยไม่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวมากเกินไปแต่ต้องหาสิ่งอื่นมาทดแทนเพื่อให้มีรายได้แบบหมุนเวียน

ซึ่งจังหวัดบึงกาฬ จัดได้ว่าเกษตรกรส่วนใหญ่มีการทำสวนยางพาราเป็นอาชีพที่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ดี แต่ถ้าราคายางตกการมีอาชีพเสริมสำรองไว้เพื่อทดแทนจากการทำสวนยางจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ โดยการเลี้ยงปศุสัตว์เป็นอาชีพเสริมหลังกรีดยางก็สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้ด้วยเช่นกัน

คุณคณิศร มังก้อน อยู่บ้านเลขที่ 96 หมู่ที่ 8 ตำบลชัยพร อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรในจังหวัดบึงกาฬที่มีอาชีพปลูกยางพาราเช่นกัน ซึ่งในเวลาต่อมาราคาน้ำยางที่กรีดจำหน่ายได้ขึ้นลงตามกลไกของตลาด ราคาไม่แน่นอน เขาจึงได้มองหาอาชีพเสริมทางด้านปศุสัตว์มาปรับใช้ให้เข้ากับพื้นที่ภายในสวนยางคือ การเลี้ยงไก่งวง

เกษตรกรสวนยางพารา เลี้ยงไก่งวงเป็นอาชีพเสริม

คุณคณิศร เล่าให้ฟังว่า มีความสนใจที่จะเลี้ยงไก่งวงเมื่อประมาณปี 2555 โดยทำควบคู่ไปกับสวนยางพารา สาเหตุที่เลือกเลี้ยงไก่งวง มองทิศทางเรื่องตลาดว่ายังสามารถไปได้ดี เพราะในจังหวัดบึงกาฬยังมีคนเลี้ยงไม่มากนัก จึงมองว่าถ้าได้นำไก่งวงมาเลี้ยงเพื่อจำหน่ายให้กับผู้ที่ชื่นชอบในการบริโภค ก็น่าจะเป็นการสร้างรายได้ที่ดี และที่สำคัญยังสามารถนำมูลของไก่งวงมาทำเป็นปุ๋ยใส่ให้กับต้นยางพาราได้อีกด้วย

“จากที่ผมทำสวนยางพารามามากกว่า 10 ปี ผมได้มีการจดบันทึกบัญชีครัวเรือนไว้ มองเห็นเลยว่าการทำสวนยาง เงินที่หายไปส่วนใหญ่จะเป็นในเรื่องของการซื้อปุ๋ยเคมีเสียส่วนมาก ก็เลยมาคิดทบทวนดูว่าอยากจะทำอะไรดีที่มันน่าจะเกื้อกูลกับการทำสวนยาง ก็คิดว่าเราต้องเลี้ยงสัตว์ที่สามารถนำเอามูลมาทำปุ๋ยได้ มันก็เลยเป็นที่มาของการเลี้ยงไก่งวงตั้งแต่นั้นมา” คุณคณิศร เล่าถึงที่มาด้วยแววตาที่เปี่ยมสุข

สายพันธุ์ของไก่งวงที่นำมาเลี้ยงในช่วงแรกนั้น คุณคณิศร บอกว่า ติดต่อขอซื้อมาจากฟาร์มที่อยู่ภายในจังหวัดนครพนม พร้อมทั้งศึกษาวิธีการเลี้ยงจากฟาร์มที่ซื้อมาอย่างละเอียดเพื่อให้การเลี้ยงไม่เป็นอุปสรรค จึงทำให้ไก่งวงที่นำมาเลี้ยงทั้งหมด 10 ตัว ประสบผลสำเร็จสามารถขยายพันธุ์ได้ จนมีผู้มาติดต่อขอซื้อเพื่อนำไปประกอบอาหารตั้งแต่นั้นมา

แบ่งพื้นที่ในสวนยาง ทำเป็นที่เลี้ยงไก่งวง

ในช่วงแรกที่นำไก่งวงมาเลี้ยงใหม่ๆ คุณคณิศร บอกว่า แบ่งพื้นที่เลี้ยงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น กั้นเป็นเล้าเล็กๆ ต่อมาเมื่อคิดที่จะเลี้ยงมากขึ้นจึงจัดสรรพื้นที่ให้ใหญ่ขึ้น โดยเลี้ยงให้อยู่แบบสวนป่ามากที่สุด เพราะไก่งวงมีอุปนิสัยชอบอยู่แบบป่าจึงจะวางไข่ได้ดี

เมื่อนำพ่อแม่พันธุ์ที่สมบูรณ์แล้วมาเลี้ยงได้สักระยะ ไก่งวงตัวเมียจะเริ่มวางไข่อยู่ในพื้นที่ที่จัดให้เหมือนป่า ซึ่งแม่พันธุ์ 1 ตัว จะวางไข่อยู่ที่ 15-18 ฟอง จากนั้นหมั่นคอยเก็บไข่ทุกวันแล้วนำมาใส่ในตู้ฟัก อุณหภูมิฟักอยู่ที่ 35-37 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 28 วัน ไข่ก็จะเริ่มฟักออกมา

“พอไข่ฟักออกมาเป็นตัวแล้ว เราก็จะเตรียมลูกไก่งวงไปกก ซึ่งการกกก็ดูที่สภาพอากาศ ถ้าอากาศร้อนมากก็กกแค่ 1-2 วัน แต่ถ้าเป็นช่วงหน้าหนาวก็กกถึง 7 วัน ซึ่งอาหารที่ให้ลูกไก่งวงระยะนี้กินก็จะเป็นอาหารไก่เล็ก ให้กินตลอดทั้งวัน พอครบกำหนดแล้วจึงจะย้ายไปเลี้ยงที่กรงยกสูงต่อ โดยต้องมีที่กันยุงให้ไก่ด้วย เพื่อไม่ให้ยุงมากัดกินเลือดได้ อาหารก็จะเป็นอาหารไก่บ้าง ควบคู่กับอาหารอื่น ใช้เวลาเลี้ยงไก่ชุดนี้ไปอีกประมาณ 4-5 เดือน ถึงจะเอาออกจากกรงสูง” คุณคณิศร บอกถึงวิธีการดูแลลูกไก่งวง

ไก่งวงที่เลี้ยงในกรงยกสูงมีอายุครบจะมีน้ำหนักอยู่ที่ 5 กิโลกรัม ต่อตัว ปล่อยเลี้ยงลงดินได้ปกติเหมือนกับตัวอื่นๆ ซึ่งในระยะนี้ถ้ามีคนมาติดต่อขอซื้อก็สามารถจำหน่ายได้เลย แต่ถ้ายังไม่จำหน่ายก็สามารถเลี้ยงไว้เป็นพ่อแม่พันธุ์ต่อไปได้

ในเรื่องของการป้องกันโรคนั้น คุณคณิศร บอกว่า ถ้าเลี้ยงแบบกึ่งธรรมชาติให้ไก่ได้วิ่งเล่นคุ้ยเขี่ยดิน ไก่จะมีความแข็งแรงโดยที่ไม่ต้องทำวัคซีน ซึ่งตั้งแต่เลี้ยงมาก็ยังไม่เจอโรคที่ระบาดหนักจนทำให้ไก่ตายจนเสียหาย

ต่อยอดการสร้างตลาด ด้วยการทำเมนูอาหารไก่งวง

คุณคณิศร เล่าถึงการจำหน่ายไก่งวงให้ฟังว่า ช่วงแรกที่นำมาเลี้ยงก็มีผู้สนใจอยากกินเนื้อไก่งวงได้เข้ามาติดต่อขอซื้อถึงที่ฟาร์ม ต่อมาได้เกิดแนวความคิดที่อยากจะมีการต่อยอดเพื่อฐานตลาดกว้างขึ้น จึงได้เปิดร้านสำหรับปรุงเมนูอาหารจากไก่งวง เพื่อให้ลูกค้าที่ชื่นชอบได้มีโอกาสชิมโดยที่ไม่ต้องซื้อไก่งวงแบบยกตัวไปประกอบอาหารเอง

“ตอนนี้ไก่งวงเราก็มีเพื่อนสมาชิกที่เลี้ยงกันมากขึ้น โดยแยกกันเลี้ยง พอที่ร้านเริ่มขายดีขึ้นก็จะนำเนื้อไก่งวงของสมาชิกที่มีอยู่ มาส่งให้ที่ร้าน เพื่อปรุงเป็นอาหาร เพราะลำพังผมเลี้ยงคนเดียว ไก่งวงมีไม่พอขาย เพราะตอนนี้คนแถวนี้นิยมกินกันมากขึ้น ซึ่งไก่งวงก็สามารถทำเป็นอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นลาบ ต้มยำ ทอด ก็สามารถทำได้หมด ซึ่งบางทีคนที่อยู่ฝั่ง สปป.ลาว ก็มีข้ามมากินที่ร้านเราด้วย เพราะเขาบอกว่าชอบ ฝั่งประเทศเขายังหากินยากอยู่” คุณคณิศร บอกถึงการนำมาแปรรูปเป็นเมนูอาหาร

นอกจากนี้ ที่ฟาร์มของคุณคณิศรยังมีลูกไก่งวงที่ฟักออกจากไข่อายุ 7 วัน จำหน่ายให้กับคนที่สนใจอยากจะซื้อไปทดลองเลี้ยง โดยราคาจำหน่ายอยู่ที่ตัวละ 100 บาท ส่วนตัวใหญ่ที่มีอายุ 5 เดือนขึ้นไป ราคาอยู่ที่ตัวละ 500 บาท ส่วนผู้ที่ชื่นชอบในเนื้อไก่งวงจะซื้อไปประกอบอาหารเอง ก็มีจำหน่ายแบบยกตัวอยู่ที่กิโลกรัมละ 200 บาท

ทั้งนี้ คุณคณิศร บอกว่า การเลี้ยงไก่งวงถือว่าเป็นอาชีพที่เลี้ยงครอบครัวได้ เพียงมีการจัดการที่ดีและทำการตลาดให้หลากหลาย ก็สามารถทำเป็นอาชีพหลักได้แบบสบายๆ เพราะตลาดของไก่งวงยังสามารถเติบโตได้อีก ซึ่งในพื้นที่ของจังหวัดบึงกาฬเองยังผลิตจำหน่ายได้ไม่เพียงพอ และที่สำคัญผู้บริโภคฝั่ง สปป.ลาว ยังเข้ามาหาซื้อกันมากขึ้น จึงทำให้ตลาดของไก่งวงเป็นอาชีพที่ยังไปได้อีกไกล

“ยิ่งเราสามารถทำส่งขายฝั่ง สปป.ลาว ได้นี่จะยิ่งดี ราคาจะยิ่งสูง เพราะคนที่นั่นชอบมาก อย่างที่ร้านเขาก็ข้ามมากินที่ร้านอยู่ประจำ เวลาที่เขามาเที่ยวฝั่งบ้านเรา เมนูที่เขานิยมก็จะเป็นลาบไก่งวง ต้มยำ และก็ไก่งวงทอด 3 เมนูนี้จะเป็นเมนูหลักที่ใครมาต้องสั่งกิน ซึ่งไก่งวง 1 ตัว เนื้อค่อนข้างมาก สามารถทำอาหารเลี้ยงคนได้ประมาณ 20 คน โดยชาวบ้านแถวนี้บางทีก็หุ้นเงินกันมาซื้อแบบยกตัวไปทำกินกันเองก็มี ยิ่งช่วงเทศกาลจะขายดีมาก โตไม่ทันขายว่ากันง่ายๆ” คุณคณิศร เล่าถึงความต้องการของตลาด

สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะเลี้ยงไก่งวงเป็นอาชีพ คุณคณิศร ให้คำแนะนำว่า ต้องคิดทบทวนก่อนว่ามีความชอบที่จะเลี้ยงสัตว์หรือไม่ เพราะสัตว์เป็นสิ่งมีชีวิต บางครั้งการเลี้ยงต้องมีการดูแลเอาใจใส่ แต่เมื่อเลี้ยงแล้วจะบอกว่ามีข้อดีหลายประการ เช่น มูลของสัตว์ ไม่ว่าจะวัว ควาย หรือแม้แต่ไก่งวงก็สามารถนำมูลมาทำเป็นปุ๋ยใส่ต้นไม้พืชผลทางการเกษตรได้ จึงทำให้เกษตรกรสามารถลดเรื่องการซื้อปุ๋ยลงไปได้มาก ทำให้ประหยัดต้นทุน

“พอเรามีไก่งวงที่เลี้ยงไว้ ช่วงที่ราคายางไม่ดี เรายังไม่อยากกรีดขาย เราก็ไม่เดือดร้อนก็ยังไม่ต้องกรีด รอให้ราคาขึ้นก็ค่อนกรีดขาย เพราะเรายังมีไก่งวงที่เลี้ยงไว้ อย่างน้อยรายได้เราก็สามารถได้จากทางนี้ และที่สำคัญตั้งแต่มาเลี้ยงไก่งวง เรื่องการซื้อปุ๋ยเคมีถือว่าลดลงไปมาก ผมก็จะใช้มูลของไก่งวงนี่แหละ มาใส่ให้กับต้นยางพาราที่ปลูก เท่ากับว่าต้นทุนการผลิตเราก็ถูกลง ยังไงเราก็ต้องได้ผลกำไรอย่างแน่นอน การเกษตรทำเงินให้เราได้ไม่ยาก ขอเพียงผู้ที่จะทำมีแนวคิดในเรื่องของการจัดการให้ดีเท่านั้นพอ” คุณคณิศร กล่าวแนะนำ

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณคณิศร มังก้อน ที่หมายเลขโทรศัพท์ 081-058-3987

เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์วันจันทร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2560

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...