โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ก่อนหน้าวิล สมิธ ตบหน้าพิธีกร ซีเนดิน ซีดาน เคยเฮดบัตต์คู่แข่งเพราะโดนบูลลี่

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 31 มี.ค. 2565 เวลา 04.49 น. • เผยแพร่ 29 มี.ค. 2565 เวลา 09.47 น.
มาร์โก้ มาเตราซซี่ ล้มลง หลัง ซีเนดิน ซีดาน เฮดบัตต์ใส่หน้าอกในฟุตบอลโลก 2006 รอบชิงชนะเลิศ (ภาพจาก AFP)

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลกปี 2006 ที่เยอรมนี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 กรกฎาคม 2549 เกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น เมื่อ ซีเนดิน ซีดาน กัปตันทีมชาติฝรั่งเศสเกิดตบะแตกใช้หัวโขกหน้าอก มาร์โก้ มาเตราซซี่ กองหลังอิตาลี ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ซีดานถูกลงโทษด้วยใบแดงไล่ออกจากสนาม ส่วนผลการแข่งขันในวันนั้นฝรั่งเศสแพ้อิตาลี 3-5 ในการดวลจุดโทษหลังจากเสมอกัน 1-1 ใน 120 นาที

นอกจากการนำเสนอข่าวเหตุการณ์ดังกล่าว สื่อต่างๆ ก็พยายามหาคำตอบว่านั้นวัน มาเตราซซี่พูดอะไรกับซีดาน?

วันที่ 11 กรกฎาคม 2549 หนังสือพิมพ์เดอะซันของอังกฤษ ให้มาเรียนเน่ เฟรเร่ ผู้เชี่ยวชาญด้านอ่านริมฝีปากอ่านปากของมาร์โก้ มาเตราซซี่จากการดูวิดีโอซ้ำหลายๆ ครั้ง เฟรเร่พบว่ามีหลายคำพูดที่มาเตราซซี่ที่ค่อนข้างรุนแรง แต่ที่ดูจะหนักข้อที่สุดคือ “พวกเรารู้ดีว่าคุณคือลูกโสเภณีก่อการร้าย”

วันที่ 13 กรกฎาคม 2549 ซีเนดิน ซีดาน เปิดใจให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกกับสถานีโทรทัศน์ของฝรั่งเศส ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าเป็นเพราะมาเตราซซี่พูดจาเสียดสีแม่และน้องสาวของเขา โดยระหว่างเกม มาเตราซซี่ ดึงเสื้อเขาหลายครั้ง ซีดานเลยบอกไปว่า หากอยากได้ก็มาแลกกันหลังเกม แต่พอเดินออกไป มาเตราซซี่ ก็เริ่มพูดจาเสียดสีแม่และน้องสาวเขา มันเป็นถ้อยคำที่รุนแรง หยาบคาย และทำร้ายจิตใจอย่างมาก

ซีดานได้กล่าวขอโทษสำหรับพฤติกรรมของตนเองว่า “ผมรู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ผมไม่ควรทำ ผมต้องการพูดให้ดังและชัดเจน เพราะมีคน 2-3 พันล้านคนที่ชมเกมการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศเมื่อวันอาทิตย์ และมีเด็กหลายล้านคนรวมอยู่ด้วย ผมต้องการขอโทษพวกเขา แต่ไม่รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ทำ เพราะหากถ้าเสียใจก็หมายความว่าผมยอมในสิ่งที่มาเตราซซี่พูดออกมา ผมสอนลูกๆ ให้รู้จักเคารพผู้อื่น และสอนๆ ว่าพวกเขาก็สมควรได้สิ่งนั้นตอบกลับมา ผมไม่สามารถปล่อยให้ใครพูดจาดูหมิ่นเหยียดหยามแบบนั้นได้โดยไม่ตอบโต้ออกไป ผมทำไปเพื่อปกป้องเกียรติของแม่และน้องสาวของผม”

ซีดานกัปตันทีมชาติฝรั่งเศสวัย 34 ปี ที่ประกาศอำลาชีวิตนักเตะหลังเสร็จศึกฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมนี ยังกล่าวอีกว่า “ผมทำสิ่งที่ผิดพลาดและโดนลงโทษแล้วที่ต้องปิดฉากอาชีพค้าแข้งในห้องแต่งตัวคนเดียว แต่ผมเป็นคนที่ถูกยั่วยุก่อน และผมก็ตอบโต้กลับไป โดยปกติเรามักพูดถึงเฉพาะคนตอบโต้ที่ต้องถูกโทษ ไม่ได้พิจารณาถึงคนที่ยั่วยุซึ่งไม่ยุติธรรมเลย เพราะหากไม่มีการยั่วยุ ก็คงไม่มีการตอบโต้ที่รุนแรงแบบนั้น และมันก็เป็นการยั่วยุที่รุนแรงมาก

ผมไม่มีข้อแก้ตัวกับพฤติกรรมก้าวร้าวของตัวเอง แต่ผู้กระทำผิดที่แท้จริงคือคนที่ยั่วยุ คุณลองคิดดูว่าในฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศ และเหลือเวลาอีก 10 นาทีก่อนการอำลาสนามของผม แล้วผมจะทำอะไรแบบนั้นเพียงเพื่อความสะใจอย่างนั้นหรือ”

ขณะที่ มาร์โก้ มาเตราซซี่ นักเตะอิตาลีคู่กรณี ออกมาปฏิเสธและยืนยันว่า ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวเรื่องสีผิว ศาสนา หรือการเมือง รวมถึงพูดดูถูกแม่ของซีดาน การยั่วยุของตนจริงๆ คือต้องการหยุดซีดานไม่ให้เล่นลูกกลางอากาศ เพราะก่อนหน้านั้นเกือบทำประตูให้ฝรั่งเศสขึ้นนำด้วยลูกโหม่ง แต่นายทวารป้องกันไว้ได้หลังจากดึงเสื้อ ตนไม่ได้เป็นคนแรกที่พูด และไม่คาดหวังว่าซีดานจะตอบโต้ด้วยการเอาหัวโขก

วันที่ 20 กรกฎาคม 2549 สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟี่ฟ่า) ได้ประกาศคำตัดสินโทษ หลังจากเรียกตัวซีดานและมาเตราซซี่มาให้ปากคำ โดยลงโทษซีเนดิน ซีดาน ห้ามลงสนามในเกมระดับชาติ 3 นัด แต่เนื่องจากเขาเลิกเล่นฟุตบอลแล้วจึงให้บำเพ็ญประโยชน์ด้วยการช่วยเหลือกิจกรรมเกี่ยวกับมนุษยธรรม หรือเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนเป็นเวลา 3 วัน และปรับเป็นเงิน 7,500 สวิสฟรังก์ หรือ 225,000 บาท โทษฐานใช้หัวโขกหน้าอกมาร์โก้ มาเตราซซี่

ส่วนมาร์โก้ มาเตราซซี่ ที่ไม่โดนลงโทษในวันเกิดเหตุ ครั้งนี้ฟีฟ่าได้ลงโทษห้ามลงแข่งในเกมระดับชาติ 2 นัด และปรับเป็นเงิน 5,000 สวิสฟรังก์ หรือ 150,000 บาท โทษฐานที่พูดจายั่วยุให้นักเตะฝ่ายตรงข้ามโมโห

มาเตราซซี่ ให้สัมภาษณ์กับ L’Equipe เมื่อปี 2016 เผยว่า สิ่งที่เขาพูดถึงคือน้องสาวของดาวเตะฝรั่งเศสไม่ใช่แม่ของซีดาน ตามที่มีรายงานออกมาก่อนหน้านี้

กองหลังทีมชาติอิตาลีในเวลานั้นยอมรับว่า เขาใช้คำพูดที่โง่เขลา “แต่มัน (คำพูด) ไม่ควรถึงกระตุ้นให้เขามีปฏิกิริยากลับมาแบบนั้น” และระบุว่า ไม่มีวันปล่อยให้ตัวเองก้าวล่วงแม่ของซีดาน เพราะตัวเขาเองก็สูญเสียแม่ไปเมื่อนานมาแล้ว

“ถ้าคุณไปอยู่ในสนามฟุตบอลที่ชานเมืองโรม เนเปิลส์ ตูริน มิลาน หรือปารีส คุณจะรับรู้ว่าสิ่งที่ผมพูดไปค่อนข้างเบาแล้วเมื่อเทียบกับสิ่งที่คุณจะได้ยินจากที่เหล่านั้น” มาเตราซซี่ กล่าว

มาเตราซซี่ ให้สัมภาษณ์ภายหลังอีกว่า “มีการกระทบกระทั่งกันบ้าง ซีดานทำประตูให้ฝรั่งเศสในครึ่งแรก และโค้ช (มาร์เซลโล ลิปปี) สั่งให้ผมประกบเขา หลังจากเริ่มครั้งแรก ผมขอโทษไปแต่ปฏิกิริยาของเขาไม่ค่อยดี”

“หลังจากการกระทบกระทั่งกันครั้งที่ 3 ผมทำหน้าบึ้ง เขาโต้ย้อนมาว่า ‘ผมจะให้เสื้อกับคุณทีหลัง’ ผมตอบกลับว่า ‘ผมเลือกน้องสาวคุณมากกว่าเสื้อ’ ” 

ขณะที่เสียงของสังคมต่อทั้ง 2 กรณี อาจมีผู้เห็นด้วยกับการตอบโต้ของทั้งสมิธและซีดาน แต่ก็มีผู้คัดค้านว่าเป็นการกระทำที่รุนแรง แต่ที่เหมือนกันจากกรณีดังกล่าวคือ แม่ เมีย ไปจนถึงสมาชิกรายอื่นในครอบครัวเป็นสิ่งที่มิบังอาจล่วงละเมิด

คลิกอ่านเพิ่มเติม : ฟุตบอลโลกกับคนรุ่นใหม่ที่ได้เลือกตั้งครั้งแรก สร้างปรากฏการณ์ในการเลือกตั้งอังกฤษ 1970

คลิกอ่านเพิ่มเติม : ย้อนเส้นทาง กว่าจะเป็นฟุตบอลอิตาลี ยุคฟาสซิสต์ “มุสโสลินี” ใช้กีฬาฮิตปลุกชาตินิยม

อ้างอิงจาก :

“ ‘ลูกอีตัวก่อการการร้าย’ คำด้านซีดาน มาเตราซซี่โผล่โต้” ใน, ข่าวสด ฉบับวันที่ 12 กรกฎาคม 2549

“ ‘ซีดาน’ แฉ แล้ว ด่าแม่-น้องสาว” ใน, ข่าวสด ฉบับวันที่ 14 กรกฎาคม 2549

“ฟีฟ่าแบนซีดาน 3 นัด ปรับอีก 2 แสน” ใน, มติชน ฉบับวันที่ 21 กรกฎาคม 2549

“Marco Materazzi: I used ‘stupid words’ before Zinedine Zidane head-butt”. ESPN. Online.  Published 9 JUL 2016. Access 29 MAR 2022.

“Materazzi reveals what he said that made Zidane headbutt him in the 2006 World Cup final”. AS. Online. Published 3 MAY 2020. Access 29 MAR 2022.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 29 มีนาคม 2565

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...