อภิสิทธิ์ชี้ ‘Get REAL’ คือทางรอด! ย้ำ เปลี่ยนวิธีคิด-เปลี่ยนโลก
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากปัญหาสิ่งแวดล้อมและความเหลื่อมล้ำทางสังคม ความยั่งยืนได้กลายเป็นโจทย์สำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม ล่าสุด‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ รองประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ได้นำเสนอแนวคิดอันน่าสนใจในเวทีเสวนา ESGNIVERSE 2025 : Real – World of Sustainability จักรวาลแห่งความยั่งยืน ซึ่งจัดโดย BRAND BUFFET เว็บไซต์ข่าวสารการตลาดและธุรกิจออนไลน์ ร่วมกับ SD Thailand พร้อมฉายภาพให้เห็นว่า การเปลี่ยนผ่านไปสู่โลกที่ยั่งยืนต้องเริ่มจาก ‘การเผชิญหน้ากับความจริง’ ด้วยการเปลี่ยนมุมมองและปรับเปลี่ยนวิธีคิด
อภิสิทธิ์กล่าวย้ำถึงสิ่งที่เรียกว่า‘Get REAL’ ซึ่งหมายถึงการยอมรับความจริงที่ไม่สะดวกใจ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการลงมือทำอย่างมีความรับผิดชอบ มีคุณธรรม พร้อมคิดและวางแผนในระยะยาว โดยกล่าวว่า “เมื่อทุกคนเชื่อเรื่องความยั่งยืน ต้องการเห็นความยั่งยืน ความหวังนี้ถ้าจะสมหวังได้ต้องเริ่มที่ความจริงก่อน ต้องเปลี่ยน Mindset เปลี่ยนหลายอย่างเพื่อนำไปสู่ความยั่งยืนได้”
โลกเผชิญวิกฤตสิ่งแวดล้อมรุนแรง
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา โลกได้ตระหนักถึงวิกฤตสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ ‘อัล กอร์’ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยความจริงอันไม่สะดวกใจเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนผ่านภาพยนตร์สารคดี An Inconvenient Truth เมื่อปี 2006 ซึ่งจุดประกายให้เกิดการลงนามในข้อตกลงปารีส ปี 2015 ที่มีเป้าหมายจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส
อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบัน ความพยายามในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของโลกยังไม่เพียงพอ โดยในปี 2024 มีการปล่อยคาร์บอนรวมกันสูงถึง 4-5 หมื่นล้านตัน และหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง โลกอาจร้อนขึ้นเกิน 2.7 องศาเซลเซียสภายในปี 2030 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้
SDGs ไทยยังล่าช้า
แม้โลกจะมีเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติที่ต้องบรรลุ 17 ข้อภายในปี 2030 แต่หลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยยังคงล้าหลังในหลายประเด็น มีเพียงไม่กี่เรื่องที่เดินหน้าได้ตามเป้าหมาย เช่น การขจัดความยากจน และคุณภาพการศึกษา ขณะที่ประเด็นสิ่งแวดล้อม พลังงานสะอาด และการแก้ปัญหาความหิวโหย ยังห่างไกลจากความสำเร็จ สะท้อนถึงความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลที่ยังได้รับเงินอุดหนุนมหาศาลถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ทั่วโลก
ESG ต้องจริงจัง ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์
ในระดับองค์กร อภิสิทธิ์ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการทำ ESG อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่แปะป้ายหรือรายงานตัวเลขบนกระดาษ แต่ต้องเริ่มต้นจากการรู้จัก ‘คาร์บอนฟุตพริ้นท์’ ขององค์กรอย่างแท้จริง พร้อมวางแผนลดการปล่อยคาร์บอน และหากจำเป็นต้องซื้อคาร์บอนเครดิตก็ต้องมีการตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างโปร่งใส เพื่อให้ทุกการกระทำเป็นไปเพื่อความยั่งยืนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงเพื่อภาพลักษณ์ โดยย้ำว่า “ก็เหมือนเราจะประกาศปลอดหนี้ เราต้องรู้ก่อนว่ามีหนี้เท่าไหร่” พร้อมเชื่อว่าจากนี้ไป การประเมิน ESG จะโปร่งใสมากขึ้น โดยข้อมูลต่างๆ จะต้องเปิดเผยอย่างเป็นทางการในเว็บไซต์องค์กร เพื่อให้สังคมร่วมตรวจสอบได้
แนวคิด ESG ของเครือสหพัฒน์ได้รับแรงบันดาลใจจากค่านิยมของ ‘เทียม โชควัฒนา’ ผู้ก่อตั้ง ที่ยึดหลัก ‘สร้างคนดี สินค้าดี สังคมดี’ เป็นเข็มทิศในการดำเนินธุรกิจซึ่งยังคงสอดคล้องกับความยั่งยืนในยุคปัจจุบัน นายอภิสิทธิ์สะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนต้องเริ่มจากตัวเองก่อน และต้องวางอยู่บนพื้นฐานของความซื่อสัตย์และธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้จริงและควรทำทันที
สหพัฒน์นำร่องขับเคลื่อนความยั่งยืน
ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของการลงมือทำอย่างจริงจังของสหพัฒน์คือโครงการต่างๆ ที่สะท้อนแนวคิด ESG ในมิติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โครงการสหพัฒน์ให้น้อง ที่ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 เพื่อส่งเสริมคุณธรรมและจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมในเยาวชนกว่า 230 โรงเรียนทั่วประเทศ, โครงการสหพัฒน์แอดมิชชั่น ปีที่ 27 ที่เปิดโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนกว่า 77 จังหวัดได้เข้าถึงการติวเข้มแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย,
โครงการ Care the Whale: ขยะล่องหน ที่ลดขยะได้กว่า 6 แสนกิโลกรัม และลดการปล่อยคาร์บอนได้กว่า 3.6 แสนกิโลกรัม CO2eq, โครงการปลูกป่าชายเลน SPC Zero #GoGrowGreen ที่สร้างพื้นที่สีเขียวเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ, โครงการ Green PLEASE ที่เปิดรับฟังเสียงชุมชนเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ต่างๆ ตลอดจนการนำรถขนส่งพลังงานไฟฟ้ามาใช้จริง ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 4,369 กิโลกรัม
“อนาคตของโลกขึ้นอยู่กับการเลือกของเราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินธุรกิจ การสร้างสรรค์สังคม หรือการรักษาสิ่งแวดล้อม ทุกย่างก้าวต้อง Get REAL และลงมือทำอย่างจริงจังเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน” อภิสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย