โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ดีเอสไอจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์กัมพูชา ศาลพิพากษาจำคุกสูงสุด24ปี

PostToday

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 20.50 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 03.39 น.

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เผยแพร่คำพิพากษาศาลจังหวัดทุ่งสง ในคดีหมายเลขแดงที่ อ 397/2568 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2568 ซึ่งเป็นคดีสำคัญที่สะท้อนถึงความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประเทศไทย

ย้อนไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2566 DSI ได้รับเบาะแสว่ามีกลุ่มคนร้ายชาวไทยและชาวจีนใช้โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นฐานปฏิบัติการหลอกลวงเหยื่อทางโทรศัพท์ หรือที่รู้จักกันในนาม "แก๊งคอลเซ็นเตอร์" โดยโรงแรมดังกล่าวเป็นอาคารพาณิชย์ 5 คูหา 4 ชั้น มี 22 ห้องพัก ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นศูนย์บัญชาการหลอกลวง มีคนไทยทำหน้าที่รักษาความปลอดภัย ขณะที่คนจีนและคนไทยอีกหลายสิบคนนั่งทำงานหลอกเหยื่อในต่างประเทศ ทั้งภาษาจีน ญี่ปุ่น รัสเซีย และไทย โดยใช้อุปกรณ์แปลภาษาช่วยสื่อสาร

ปฏิบัติการครั้งประวัติศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2567 โดย DSI ภายใต้การนำของกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ บูรณาการกำลังร่วมกับกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 5 (บก.สอท.5), ตำรวจภูธรภาค 8, สำนักงาน กสทช., สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกรมการจัดหางาน เข้าปิดล้อมตรวจค้นพร้อมกัน 3 จุด และขยายผลเพิ่มอีก 1 จุด ในอำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช

ผลการตรวจค้น สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวจีนได้ 52 คน และชาวไทย 19 คน รวมทั้งสิ้น 71 คน พร้อมของกลางจำนวนมหาศาล ได้แก่ คอมพิวเตอร์ 223 เครื่อง, โทรศัพท์ 1,001 เครื่อง, ไอแพด 14 เครื่อง, ซิมการ์ด 298 ซิม, สมุดบัญชีธนาคาร 86 เล่ม และสินค้าหลีกเลี่ยงภาษีอีกจำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบหนังสือเดินทางจีนที่ใช้เดินทางเข้า-ออกกัมพูชาบ่อยครั้ง และบางรายอยู่เกินกำหนดอนุญาตในประเทศ รวมถึงโทรศัพท์มือถือจำนวนมากที่ใช้ส่งลิงก์หลอกลวงเหยื่อ

ต่อมา อัยการจังหวัดทุ่งสงได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาชาวจีน 52 คน ชาวไทย 16 คน และนิติบุคคล 2 ราย รวม 70 ราย ในข้อหาอั้งยี่ ซ่องโจร ฉ้อโกงประชาชน รวมถึงความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

ศาลจังหวัดทุ่งสงได้พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่เป็นคนจีนและคนไทยทั้ง 68 ราย โดย หัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ถูกตัดสินจำคุกสูงสุดถึง 24 ปี! ส่วนนิติบุคคลอีก 2 รายถูกปรับรายละ 88,000 บาท ที่สำคัญ ศาลยังสั่งให้จำเลยทั้ง 70 คนร่วมกันชดใช้เงินคืนให้แก่ผู้เสียหายชาวญี่ปุ่น 2 ราย เป็นจำนวนเงิน 10,670,000 เยน (ประมาณ 2,475,636.47 บาท) และ 450,000 เยน (ประมาณ 10,408.29 บาท) พร้อมทั้งริบของกลางที่ใช้ในการกระทำผิดทั้งหมด

คดีนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายไทยในการกวาดล้างอาชญากรรมไซเบอร์ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนทั้งในและต่างประเทศ

ที่มา ประกอบเนื้อหาข่าว เฟซบุ๊ก DSI กรมสอบสวนคดีพิเศษ (คลิ๊กอ่าน)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...