ยอดใช้ น้ำมัน ไทย 5 เดือนแรกโต 0.8% Jet A1 พุ่ง สวนทางดีเซล-NGV หด
อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานเผยภาพรวมการใช้ น้ำมัน เชื้อเพลิงช่วง ม.ค.-พ.ค. 2568 เพิ่มขึ้นเล็กน้อย การบินฟื้นตัวดันยอดใช้น้ำมันอากาศยานโตต่อเนื่อง ดีเซลลดลงจากเศรษฐกิจฟื้นช้า เบนซินเริ่มชะลอตัวจากแรงฉุดยานยนต์ไฟฟ้า-ขนส่งมวลชนขยายตัว
กรุงเทพฯ ประเทศไทย - นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยถึงภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม-พฤษภาคม) ว่ามีปริมาณเฉลี่ยอยู่ที่ 158.44 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยพบว่าน้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) มีอัตราการเติบโตโดดเด่นถึง 12.3% และน้ำมันเตาเพิ่มขึ้น 6.7% ในขณะที่กลุ่มเบนซินเพิ่มขึ้น 0.8% แต่การใช้ LPG ลดลง 2.3% น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ณ สถานีบริการลดลง 1.5% และ NGV ลดลงมากที่สุดถึง 16.1%
กลุ่มเบนซินส่งสัญญาณชะลอตัว
การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินโดยรวมเฉลี่ยอยู่ที่ 31.85 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 0.8% โดยมีน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ที่เติบโตมาอยู่ที่ 19.22 ล้านลิตรต่อวัน สาเหตุหลักมาจากส่วนต่างราคาที่สูงกว่าแก๊สโซฮอล์ 91 เพียง 0.37 บาทต่อลิตร (ราคาเฉลี่ย 5 เดือนแรก) ซึ่งเมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีส่วนต่างสูงถึง 1.39 บาทต่อลิตร ทำให้ผู้บริโภคหันมาเลือกใช้แก๊สโซฮอล์ 95 มากขึ้น สวนทางกับการใช้แก๊สโซฮอล์ 91 ที่ลดลงมาอยู่ที่ 6.69 ล้านลิตรต่อวัน, แก๊สโซฮอล์ E20 ลดลงมาอยู่ที่ 5.15 ล้านลิตรต่อวัน, เบนซินลดลงมาอยู่ที่ 0.39 ล้านลิตรต่อวัน และแก๊สโซฮอล์ E85 ลดลงมาอยู่ที่ 0.06 ล้านลิตรต่อวัน
อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานชี้ว่า การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินเริ่มเห็นสัญญาณของการชะลอตัวลงจากหลายปัจจัย ทั้งการขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้า (BEV, HEV, และ PHEV) ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วน 6.3% ของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน รวมถึงการใช้งานระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนที่มีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 3.6% เทียบกับปีก่อน
ดีเซลลดลง 1.5% สะท้อนเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า
การใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ณ สถานีบริการเฉลี่ยอยู่ที่ 68.22 ล้านลิตรต่อวัน ลดลง 1.5% โดยเฉพาะดีเซลหมุนเร็วธรรมดาที่ลดลงมาอยู่ที่ 68.20 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งสอดคล้องกับดัชนีการขนส่งสินค้า (Shipment Index) ที่หดตัวลง 1.0% ในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน เมื่อเทียบกับปีก่อน ปัจจัยสำคัญมาจากการที่ปริมาณฝนรวมทั้งประเทศสูงกว่าค่าปกติ โดยเฉพาะในเดือนพฤษภาคมที่สูงกว่าค่าปกติถึง 52.03% รวมถึงสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมที่ยังคงฟื้นตัวช้า และความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
แม้การส่งออกจะยังขยายตัวจากการเร่งส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐอเมริกาเนื่องจากแรงกดดันจากมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันและเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย สำหรับดีเซลหมุนเร็ว B20 ลดลงมาอยู่ที่ 0.03 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่ดีเซลพื้นฐานเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.21 ล้านลิตรต่อวัน ภาพรวมปริมาณการใช้น้ำมันกลุ่มดีเซลอยู่ที่ 70.44 ล้านลิตรต่อวัน
น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์โตต่อเนื่อง
การใช้น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากปีก่อน โดยมีปริมาณเฉลี่ยอยู่ที่ 18.06 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 12.3% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของจำนวนผู้เยี่ยมเยือนทั้งคนไทยและต่างชาติที่เพิ่มขึ้น 2.05% รวมถึงการขยายตัวของบริการขนส่งสินค้าทางอากาศ
อย่างไรก็ตาม จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยสะสม 5 เดือนแรกของปี 2568 กลับลดลง 2.7% อยู่ที่ 14.36 ล้านคน ซึ่งเป็นการลดลงของนักท่องเที่ยวชาวเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ (โดยเฉพาะจีน) ที่ลดลง 22.86% เมื่อเทียบกับปีก่อน อันเป็นผลมาจากปัจจัยด้านความเชื่อมั่นและเศรษฐกิจภายในประเทศจากนโยบายการค้าโลก
LPG และ NGV หดตัว
การใช้ LPG เฉลี่ยอยู่ที่ 17.60 ล้านกิโลกรัมต่อวัน ลดลง 2.3% โดยหลักมาจากภาคปิโตรเคมีที่ลดลงมาอยู่ที่ 7.33 ล้านกิโลกรัมต่อวัน และภาคขนส่งลดลงมาอยู่ที่ 2.30 ล้านกิโลกรัมต่อวัน ในขณะที่การใช้ในภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5.90 ล้านกิโลกรัมต่อวัน และภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.07 ล้านกิโลกรัมต่อวัน
สำหรับการใช้ NGV เฉลี่ยอยู่ที่ 2.44 ล้านกิโลกรัมต่อวัน ลดลง 16.1% ซึ่งมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับจำนวนรถจดทะเบียน NGV สะสมที่ลดลง และจำนวนสถานีบริการ NGV ที่มีแนวโน้มปิดตัวลง อย่างไรก็ตาม ปตท. ยังคงให้ความช่วยเหลือผ่านโครงการบัตรสิทธิประโยชน์ให้กับกลุ่มรถแท็กซี่และรถโดยสารสาธารณะ ในขณะที่ราคาขายปลีก NGV สำหรับรถทั่วไปปรับเพิ่มขึ้น 0.10 บาทต่อกิโลกรัม อยู่ที่ 18.80 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง
ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 การนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยอยู่ที่ 1,060,825 บาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 1.4% คิดเป็นมูลค่าการนำเข้ารวม 83,004 ล้านบาทต่อเดือน โดยเป็นการนำเข้าน้ำมันดิบอยู่ที่ 1,031,520 บาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 4.6% คิดเป็นมูลค่า 81,254 ล้านบาทต่อเดือน สำหรับการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป (น้ำมันเบนซินพื้นฐาน, น้ำมันดีเซลพื้นฐาน, น้ำมันอากาศยาน และ LPG) อยู่ที่ 29,305 บาร์เรลต่อวัน ลดลง 51.3% คิดเป็นมูลค่า 1,750 ล้านบาทต่อเดือน
ขณะที่การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปเฉลี่ยอยู่ที่ 147,535 บาร์เรลต่อวัน ลดลง 4.9% เป็นการส่งออกน้ำมันเบนซิน, น้ำมันดีเซล, น้ำมันเตา, น้ำมันอากาศยาน และ LPG คิดเป็นมูลค่าส่งออกรวม 12,416 ล้านบาทต่อเดือน