โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“จ่ายสด-ลดเครดิต” ธุรกิจตั้งการ์ด ชี้สภาพคล่องฝืดจัด เสี่ยงเบี้ยวหนี้

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 06.55 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 20.19 น.

ภาวะเศรษฐกิจโลกและไทยที่ชะลอตัวต่อเนื่อง ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อระบบการค้าในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับมหภาคจนถึงรากหญ้า ลามเข้าสู่กลไกสำคัญของห่วงโซ่อุปทานในระบบการค้าไทยอย่าง “เครดิตเทอม” หรือการให้เงื่อนไขชำระเงินล่าช้า ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีบทบาทสำคัญต่อการรักษาสภาพคล่องและความเชื่อมั่นทางธุรกิจ

ผู้ประกอบการในหลายภาคส่วนเริ่มส่งสัญญาณความกังวลและปรับกลยุทธ์อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ส่งออก ผู้ผลิตอาหาร ร้านอาหาร โรงแรม ไปจนถึงธุรกิจแฟรนไชส์ ซึ่งต่างประเมินความเสี่ยงของการเบี้ยวหนี้หรือชำระเงินล่าช้า และเริ่มขยับเงื่อนไขเครดิตให้เข้มงวดขึ้น ทั้งการลดระยะเวลาชำระเงิน วางเงินมัดจำล่วงหน้า หรือแม้กระทั่งยกเลิกการให้เครดิตกับลูกค้าใหม่

“ข้าว”ลดปริมาณขาย ลดเสี่ยงเบี้ยวเงิน

นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ในอุตสาหกรรมการค้าข้าว การให้เครดิตเทอมหรือการให้ระยะเวลาผ่อนชำระเงินหลังส่งมอบสินค้า เป็นเรื่องปกติที่ใช้แทนการเปิดแอล/ซี (L/C) ซึ่งต้องชำระเงินล่วงหน้า หรือชำระทันทีเมื่อสินค้าขึ้นเรือ ปัจจุบันผู้ส่งออกส่วนใหญ่แข่งขันกันไม่เพียงแต่เรื่องราคา แต่รวมถึงเงื่อนไขเครดิตเทอมด้วย เช่น ให้ระยะเวลาชำระเงิน 45 วัน บางรายให้ถึง 60 หรือแม้แต่ 90 วัน ทั้งนี้เงื่อนไขเครดิตจะพิจารณาตามความน่าเชื่อถือของลูกค้าแต่ละราย

อย่างไรก็ตาม ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนในปัจจุบัน ทั้งจากจีน สหรัฐฯ และประเทศผู้นำเข้าอื่นๆ ผู้ส่งออกเริ่มมีความกังวลว่าจะมีลูกค้าบางรายที่ไม่สามารถชำระเงินตามเครดิตเทอมได้ เช่น บางรายครบกำหนด 30 หรือ 60 วันแล้วก็ยังไม่จ่าย หรืออาจขอทยอยจ่ายบางส่วน ทำให้ผู้ส่งออกเริ่ม “ตั้งการ์ด” มากขึ้น โดยการรับออร์เดอร์ในปริมาณที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงจากหนี้สูญที่อาจส่งผลกระทบต่อทั้งกำไรและสภาพคล่อง

วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา

“อาหาร”ลูกค้าใหม่จ่ายสด

ขณะที่นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และนายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย กล่าวว่า การให้เครดิตเทอมแก่ลูกค้าในธุรกิจอาหาร ปัจจุบันหากเป็นลูกค้าใหม่ เดี๋ยวนี้ไม่ให้เครดิตแล้ว เพราะกังวลว่าขายของแล้วไม่ได้เงินซึ่งจะหนักกว่าที่เราขายไม่ได้ ส่วนลูกค้าเก่าที่ค้ากันมานาน 20-30 ปียังให้เครดิตต่อ 30-60 วัน ซึ่งก็ต้องดูเครดิตลูกค้าด้วยว่า ที่ผ่านมาเขาชำระอย่างไร มีการติดขัดหรือไม่ ถ้าไม่ติดขัดอะไรก็ไปต่อได้

หรือลูกค้าอีกประเภทหนึ่งที่เรียกว่ากลาง ๆ ใช้วิธีจ่ายเงินก่อน พอมีใบสั่งซื้อ (PO) ให้จ่ายมาก่อน 30% เพื่อโรงงานได้เริ่มการผลิตได้ อย่างน้อยเรื่องแพ็กเกจจิ้ง เรื่องวัตถุดิบและอื่นๆ ก็มีการผ่อนเบาได้ว่าผลิตแล้วมีคนเอาสินค้า โดยเฉพาะสินค้า Custom-made หรือสินค้าสั่งผลิตพิเศษไม่เหมือนคนอื่น หรือสินค้าที่มีความแตกต่าง จะเก็บมัดจำสินค้า 100% เพราะหากผลิตแล้วลูกค้าไม่รับของ สินค้าก็จะขายให้คนอื่นไม่ได้

เก็บเงินสด ลดเสี่ยง ลดหนี้

ด้านนายสรเทพ โรจน์พจนารัช เจ้าของร้านอาหารในเครือสตีฟ คาเฟ่ และประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร กล่าวว่า ร้านอาหารแบบสตรีทฟู้ดส่วนใหญ่จะซื้อของสดจากตลาดในตอนเช้าตรู่และต้องจ่ายเงินสดทันที ซึ่งเป็นวิธีซื้อ-ขายแบบไม่ใชเครดิต ส่วนร้านอาหารขนาดกลาง (SMEs) จะมีการแบ่งจ่ายเป็น 2 ประเภท

คือของที่ซื้อจากซูเปอร์มาร์เก็ต (ซึ่งไม่มีเครดิต) และของสดที่สามารถขอเครดิตเทอมได้ โดยจากการสอบถามในชมรมธุรกิจร้านอาหาร บางแห่งปัจจุบันซัพพลายเออร์ของสินค้าสดให้เครดิตเทอมยาวขึ้นจาก 30-45 วัน เป็น 60 วัน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเก็บกระแสเงินสดไว้

ในเรื่องของเครดิตเทอม ร้านอาหารในระดับนี้มักจะขอขยายเครดิตเทอมออกไปเพื่อเก็บกระแสเงินสด โดยบางร้านขยายจาก 30 วันเป็น 40 วัน หรือจาก 45 วันเป็น 60 วัน โดยการขยายเครดิตเทอมนี้ช่วยให้ร้านสามารถประคองกระแสเงินสดในช่วงที่ยอดขายลดลง 40% จากผลกระทบเศรษฐกิจ

ด้านนายสุภัค หมื่นนิกร ผู้ก่อตั้งสถาบันธุรกิจแฟรนไชส์อาหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีซี่ส์ อินเตอร์เนชั่นแนล แฟรนไชส์ จำกัด กล่าวว่า ในระบบแฟรนไชส์จะต้องเก็บเงินก่อนการเริ่มงาน ทั้งเงินค่าสินค้าและการก่อสร้างก่อนดำเนินการ เช่น ร้านอีซี่ส์ จะเก็บเงินสด 100% ตั้งแต่ก่อนการลงมือทำ เช่น หากเป็นคีออสที่มูลค่าน้อยๆ จะเก็บเงิน 100% แต่หากเป็นช้อปที่มูลค่าสูงเป็นหลักล้าน อาจแบ่งการเก็บเงินเป็น 2 หรือ 3 งวด อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี โดยเฉพาะในกลุ่มเอสเอ็มอี บางรายอาจขอขยายระยะเวลาเครดิตเทอม แต่ทางบริษัทยังคงใช้ระบบเดิมในการให้เครดิต โดยเน้นที่การชำระเงินสดก่อนและตรวจสอบข้อมูลทางการเงินของลูกค้าให้ชัดเจนก่อนทุกครั้ง

อสังหาฯอ่วม ยี่ปั๊วเล็งลดเครดิตเทอม

นางอาภา อรรถบูรณ์วงศ์ ประธานกรรมการ บริษัท ริชี่เพลช 2002 จำกัด (มหาชน) หรือ RICHY ฐานะนายกกิตติมศักดิ์สมาคมอาคารชุดไทย ประเมินว่า ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ประกอบการรายเล็กประเภทธุรกิจเอสเอ็มอี สายป่านสั้น สถาบันการเงินเข้มงวดสินเชื่อ หากซื้อวัสดุอุปกรณ์ และมีการผิดนัดชำระ

ตัวแทนจำหน่ายหรือเจ้าของธุรกิจจะค่อนข้างเข้มงวดและอาจถูกปรับเวลาลงเช่นเคยให้เครดิต 90 วันอาจเหลือ 30 วัน มัดจำมากขึ้น เป็นต้น หรือตัวแทนจำหน่ายอาจไม่ไว้วางใจ แม้ว่าเครดิตดี อาจจะเข้มงวดไว้ก่อน โดยปรับลดเวลาให้สั้นลง เพื่อตรวจดูสุขภาพการเงิน แต่หาก มีความตรงต่อเวลาไม่ผิดนัดชำระก็จะกลับไปใช้สูตรเดิมที่ 90 วัน

“การสั่งจ่ายสินค้า โดยเฉพาะวัสดุก่อสร้าง วัสดุตกแต่ง กระเบื้อง กระจก ฯลฯ มีหลายรูปแบบ ทั้งเงินสด การวางมัดจำ เพื่อผลิตที่เหลือจ่ายตามช่วงงานวันเวลาที่กำหนด แต่หากรายใดมีสภาพคล่องลดลง เคยให้เครดิต 1-2 เดือนอาจลดลงเหลือเพียง 1 เดือน ซึ่งส่วนใหญ่จะพบมากสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือโครงการอสังหาริมทรัพย์รายเล็ก ส่วนบริษัทรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์มักสั่งสินค้ากับผู้ผลิตรายเดิม ที่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน ไม่ให้เสียเครดิต ที่สำคัญหากมองว่าตลาดไม่ดีส่วนใหญ่จะชะลอโครงการออกไป”

เช่นเดียวกับ นายกฤษดา จันทร์จำรัสแสง อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ระบุว่า ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างได้รับผลกระทบจากสถาบันการเงินไม่ปล่อยกู้ มีผลต่อสภาพคล่อง ดังนั้นการทำงานภาครัฐต้องมีมาตรการสนับสนุน รวมถึงค้ำประกันค่าใช้จ่ายล่วงหน้าให้ก่อน โดยเฉพาะผู้รับเหมารายเล็กหรือ ธุรกิจเอสเอ็มอี ไม่เช่นนั้นอาจล้มหายตายจากและผลที่ตามมาภาครัฐได้รับความเสียหายจากความล่าช้าของโครงการ

ดุสิต สุขุมวิทยา

กลุ่มสมาร์ทโฟน หั่นเหลือ 7 วัน

นายดุสิต สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด กล่าวว่า เจมาร์ท มีการจำหน่ายสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ ให้กับร้านค้ามือถือรายย่อย หรือลูกตู้ ผ่านเจมาร์ท ดิสทริบิวชัน โดยที่ผ่านมามีการติดตาม หรือ มอนิเตอร์เรื่องเครดิทเทอมกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด ซึ่งต้นปีที่ผ่านมามีการทบทวนเวลาในการให้เครดิตเทอมแล้ว โดยมีระยะเวลาไม่เท่ากันแล้วแต่ประเภทสินค้าและประวัติของลูกค้า โดยมีตั้งแต่ 7 วัน 14 วัน จากเดิมเคยให้นานสุด 30 วัน ซึ่งถือเป็นระยะเวลาสั้น (short term) เนื่องจากลักษณะของสินค้าไอทีที่มีการเคลื่อนไหวเร็ว

ด้านนายธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ กรรมการผู้จัดการ บริษัทบราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าการทำตลาดของบราเดอร์ นั้นขายผ่านดิสบิวเตอร์ 2 ราย คือ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SIS และ บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งถือเป็นดิสบิวเตอร์รายใหญ่ของไทย โดยให้เครดิตเทอม 30 วัน ซึ่งถือว่าไม่เครดิตเทอม ที่ไม่ยาว และสอดคล้องกับสต็อกสินค้าที่ให้กับดิสบิวเตอร์อยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่มีแผนลดระยะเวลาการให้เครดิตกับลูกค้า โดยลูก

โรงงาน-โรงแรม เครดิตเทอมคงเดิม

นายอัครวิทย์ สุกใส นายกสมาคมไทยผู้ประกอบธุรกิจแฟคตอริ่งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอร่าแฟคตอริ่ง จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า สัญญาเครดิตการค้าหรือเทอมการชำระเงินปัจจุบัน ภาพรวมยังไม่เปลี่ยนแปลงมาก ส่วนใหญ่การรับซื้อลูกหนี้การค้ายังชำระได้ตามปกติตั้งแต่ 60-180 วัน ตอนนี้เฉลี่ยไม่เกิน 90 วัน โดยยังไม่มีปัญหาเครดิตเทอม แต่การใช้วงเงินไม่แน่นอน คือบางเดือนมียอดใช้วงเงินมาก/น้อย อย่างไรก็ตามยังเห็นสัญญาณหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ยังไม่มีนัยสำคัญ

“มองว่าช่วงสุญญากาศทางการเมือง เป็นสภาวะที่อาจจะสร้างความไม่มั่นใจต่อนักลงทุน โดยเฉพาะความต่อเนื่องนโยบายระยะกลางหรือระยะยาวหรือจะมีการปรับเปลี่ยนอย่างไรซึ่งอาจส่งผลเชิงลบต่อมูลค่าการลงทุนหรือยอดการผลิต หากไม่มีความชัดเจนเรื่องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหรือนโยบายของภาครัฐอาจจะส่งผลระยะยาวทั้งเรื่องออร์เดอร์/ปริมาณของการผลิตอาจชะลอออกไป ซึ่งอยู่ในขั้นตอนมอนิเตอร์อย่างใกล้ชิด รวมถึงเครดิตเทอมปัจจุบันยังอยู่ในระดับปกติเฉลี่ย 90 วัน”

เช่นเดียวกับนายเทียนประสิทธิ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า ปกติเครดิตเทอม ของธุรกิจโรงแรมจะอยู่ที่ 1-3 เดือน ซึ่งก็แล้วแต่โรงแรม ซึ่งในขณะนี้แม้เศรษฐกิจจะไม่ดี แต่โรงแรม ก็คงไม่ได้มีการเลื่อนการจ่ายเงิน เพราะคงไม่อยากมีใครเสียเครดิต ยกเว้นว่าโรงแรมเล็กๆที่อาจจะมีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง ซึ่ง น่าจะเป็นโรงแรมในต่างจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวไม่มาก เนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซัน ที่ล่าสุดมีต้นทุนสูงขึ้น จากกรณีรัฐบาลสั่งให้ปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ 500 บาท

ดังนั้นสิ่งที่ผู้ประกอบการโรงแรมต้องการในการช่วยเหลือธุรกิจที่ขาดสภาพคล่อง คือ ในช่วงนี้ผู้ประกอบการต้องจ่ายภาษีที่ดิน จึงอยากให้ทางรัฐบาลออกมาตรการที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการเลื่อนจ่ายเงินต้น และดอกเบี้ยออกไปก่อน 3-4 เดือน

เพ็ทช้อป จำกัดเครดิต-วงเงิน

ด้านผู้ประกอบการค้าปลีก-ค้าส่ง อาหารสัตว์ อุปกรณ์ของเล่นของสัตว์เลี้ยงรายหนึ่ง กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนส่งผลกระทบต่อทุกธุรกิจ รวมถึงธุรกิจอาหารและอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง ซึ่งวันนี้มีหลายร้านที่ต้องปิดกิจการแบบถาวร ทำให้บริษัทผลิตอาหารสัตว์ สแน็ค ของเล่นสัตว์เลี้ยงได้รับผลกระทบไปด้วย

ทำให้บริษัทต่างๆ ต้องปรับเครดิตการค้ากับร้านค้า เช่น หากเป็นร้านใหญ่ออร์เดอร์ต่อเนื่อง ปรับลดเครดิตเหลือ 30 วัน จากเดิม 45-60 วัน และบางร้านจะจำกัดวงเงินการทำธุรกิจตั้งแต่ 1-3 ล้านบาทด้วย ส่วนร้านค้าที่สั่งออร์เดอร์ไม่ต่อเนื่อง หรือมีความเสี่ยงว่าจะปิดกิจการ จะซื้อ-ขายเป็นเงินสดเท่านั้น จากเดิมที่เคยให้เครดิต 30 วัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...