โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

Nike ยืนยันสิ้นสุดแผนปรับตัว เปิดฉากทวงคืนตลาดค้าส่ง-นักช็อปหญิง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 07.00 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 07.00 น.

คอลัมน์ : Market Move

หลังไนกี้เพลี่ยงพล้ำในตลาดสินค้ากีฬาจากการหันมาพึ่งพาช่องทางขายตรง (Direct to Consumer) มากเกินไป จนสูญเสียช่องทางร้านสินค้ากีฬาและส่วนแบ่งตลาดให้กับคู่แข่ง โดยเฉพาะกลุ่มหน้าใหม่มาแรงอย่าง Hoka และ On เช่นเดียวกับการเสียแบรนด์แอมบาสซาเดอร์เด่นอย่าง สตีเฟน เคอร์รี (Stephen Curry) นักบาสเกตบอลชื่อดัง ให้กับอันเดอร์ อาร์เมอร์ จนยักษ์สินค้ากีฬาสัญชาติต้องประกาศปรับแผนธุรกิจครั้งใหญ่

ล่าสุด “เอลเลียต ฮิลล์” ซีอีโอของไนกี้ ยืนยันกับวิเคราะห์ของวอลล์สตรีตเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2025 ว่า ช่วยเวลาปรับแผนธุรกิจของบริษัทสิ้นสุดลงแล้วในไตรมาสล่าสุด และหลังจากนี้ธุรกิจจะเดินหน้าตามแนวทางใหม่

สำนักข่าวซีเอ็นบีซี รายงานว่า แม้ไตรมาสล่าสุด ยอดขายของไนกี้จะลดลง 12% และรายได้สุทธิลดลง 86% แต่ “เอลเลียต ฮิลล์” ซีอีโอของไนกี้ ยืนยันกับนักวิเคราะห์ของวอลล์สตรีตผ่านทางโทรศัพท์ว่า ผลประกอบการดังกล่าวเป็นจุดต่ำสุดของบริษัทแล้ว ซึ่งสะท้อนทั้งการอยู่ระหว่างปรับแผนธุรกิจและผลกระทบจากนโยบายกำแพงภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยหลังจากนี้การลดลงของผลประกอบการและกำไรจะเริ่มชะลอลง

“ผลประกอบการไตรมาส 4 และปีงบฯ 2025 นั้นต่ำกว่ามาตรฐานของไนกี้ แต่หลังจากนี้การปรับธุรกิจตามแผน Win Now จะเริ่มส่งผล ดังนั้นหลังจากนี้เป็นต้นไป บริษัทคาดว่าผลประกอบการจะเริ่มปรับตัวดีขึ้น”

นอกจากการสร้างความเชื่อมั่นกับนักวิเคราะห์เรื่องผลลัพธ์ของแผนปรับตัวแล้ว ซีอีโอของไนกี้ยังแย้มแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ และความพยายามทวงคืนพันธมิตรร้านค้าส่งสินค้ากีฬาที่เคยเสียไปคืนมา ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญนับตั้งแต่ “เอลเลียต ฮิลล์” เข้ามารับตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

รวมถึงแชร์รายละเอียดเบื้องหลังการตัดสินใจกลับมาวางขายสินค้าผ่านยักษ์ค้าปลีกออนไลน์อย่าง อเมซอน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2019 รวมถึงแนวทางที่จะชิงฐานผู้บริโภคหญิง เช่น การระดมเปิดตัวสินค้าสำหรับผู้หญิงไปมากกว่า 200 รายการในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา อาทิ Aritzia และคอลเล็กชั่นที่ร่วมมือกับ “อาเอจา วิลสัน” (A’ja Wilson) นักกีฬาดาวรุ่งของ WNBA-Women’s National Basketball Association หรือสมาคมบาสเกตบอลหญิงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ซึ่งแม่ทัพของไนกี้อ้างว่า คอลเล็กชั่นนี้ขายหมดในเวลาเพียง 3 นาทีเท่านั้น

ผลประกอบการและเหตุการณ์เหล่านี้ดูจะถูกใจนักวิเคราะห์สะท้อนจากบันทึกของ “เออวัน รัมเบิร์ก” หนึ่งในนักวิเคราะห์ของวอลล์สตรีตที่ระบุว่า เราคิดว่ามีหลักฐานที่เป็นรูปธรรมที่แสดงให้เห็นว่า ไนกี้มีแนวทางที่จะทำให้ยอดขายและอัตรากำไรของบริษัทฟื้นตัวในอนาคตอันใกล้นี้ แม้ว่าจะต้องเผชิญกับอุปสรรคจากนโยบายกำแพงภาษีนำเข้าก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ไนกี้คาดว่ายอดขายในไตรมาสปัจจุบันจะยังคงลดลงในระดับตัวเลขหนึ่งหลักกลาง ๆ ซึ่งสอดคล้องกับคาดการณ์ของลอนดอนสต๊อกเอ็กซ์เชนจ์ กรุ๊ป (LSEG-London Stock Exchange Group) บริษัทผู้ให้บริการข้อมูลการลงทุน ที่มองว่า ยอดขายของไนกี้ในไตรมาสนี้จะลดลงประมาณ 7%

ขณะเดียวกัน ยักษ์สินค้ากีฬายังมีภาระใหญ่ในการเคลียร์สต๊อกสินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ในไลน์ Dunks และ Jordan ที่ต่างมีผลตอบรับไม่ดีนัก ทำให้ต้องพึ่งพาการทำโปรโมชั่นราคาแบบหนักหน่วง และการขายในช่องทางเคลียแลนซ์ต่าง ๆ ซึ่งต่างกระทบต่อยอดขาย รวมถึงอัตรากำไรอย่างเลี่ยงไม่ได้

เห็นได้จากผลประกอบการปีงบฯ 2025 ซึ่งสิ้นสุดไปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2024 นั้น “แมตต์ เฟรนด์” หัวหน้าฝ่ายการเงินของไนกี้ ระบุว่า ยอดขายของไลน์สินค้าคลาสสิก อาทิ Air Force 1, Air Jordan 1 และ Dunks ลดลงมากกว่า 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และหากดูเฉพาะไตรมาสสุดท้ายยอดขายจะลดลงถึง 30% ส่งผลกระทบกับยอดขายรวมเป็นมูลค่ากว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดย “เอลเลียต ฮิลล์” อธิบายว่า ผลกำไรของไนกี้จะยังต้องเผชิญแรงกดดันต่อไปจนถึงช่วงครึ่งแรกของปีงบฯ 2026 เนื่องจากยังเป็นช่วงที่บริษัทใช้เคลียร์สินค้าคงค้าง และสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายกำแพงภาษี หลังจากนี้คาดว่าผลกำไรจะเริ่มฟื้นตัวอีกครั้งในช่วงครึ่งหลังของปีงบฯ 2026

ทั้งนี้ ต้องรอดูผลงานของไนกี้ในไตรมาสปัจจุบันว่า แผน Win Now ของไนกี้จะได้ผลตามที่หวังไว้หรือไม่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Nike ยืนยันสิ้นสุดแผนปรับตัว เปิดฉากทวงคืนตลาดค้าส่ง-นักช็อปหญิง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...