โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กต.ยันไทยไม่ตอบโต้โซเชียล ใช้ช่องทางทูตแก้ปัญหากัมพูชา

Thai PBS

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 05.55 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 05.55 น. • Thai PBS
รมว.ต่างประเทศ ย้ำไทยใช้ช่องทางการทูตแก้ปัญหาความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่ตอบโต้ผ่านโซเชียลมีเดีย พร้อมยืนยันปกป้องอธิปไตย ใช้กลไก JBC และ MOU43 เป็นกรอบเจรจา ขอประชาชนมั่นใจรัฐบาลป้องกันผลประโยชน์ชาติ

วันนี้ (3 ก.ค.2568) นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า ขณะนี้ความตึงเครียดลดลงในระดับหนึ่ง โดยไม่มีการปะทะทางทหาร แต่ยังมีการคงกำลังทหารและอาวุธบริเวณชายแดน รัฐบาลไทยต้องการให้ทั้ง 2 ฝ่ายลดกำลังลงสู่ระดับปกติเหมือนในปี 2567 เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ และหลีกเลี่ยงผลกระทบจากความตึงเครียด

นายมาริษย้ำว่า กระทรวงการต่างประเทศยึดมั่นในช่องทางการทูตในการสื่อสารและเจรจากับกัมพูชา ไม่ตอบโต้ผ่านโซเชียลมีเดีย เนื่องจากไม่ใช่ช่องทางทางการและอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิด การสื่อสารผ่านช่องทางที่ไม่เป็นทางการอาจก่อให้เกิดผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ จึงต้องใช้ช่องทางทางการเท่านั้น หากมีประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทูต หน่วยงานอื่นจะเป็นผู้ดำเนินการ นายมาริษยังขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย ซึ่งอาจมีทั้งข้อมูลที่ถูกต้องและไม่ถูกต้อง

พร้อมปฏิเสธข้อกังวลที่ว่าฝ่ายไทยสื่อสารกับประชาคมโลกน้อยเกินไป โดยยืนยันว่ากระทรวงการต่างประเทศและโฆษกกระทรวงได้สื่อสารอย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางการทูตถึงจุดยืนของไทย ความประสงค์ และความถูกต้องตามพันธกรณีระหว่าง 2 ประเทศ ไทยเรียกร้องให้กัมพูชาให้ความสำคัญกับการเจรจาทวิภาคีโดยเร็ว เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างสันติ การใช้โซเชียลมีเดียเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่ผู้ที่ก่อให้เกิดผลกระทบต้องรับผิดชอบ

ย้ำสันติภาพ ใช้ JBC แก้ปัญหา ไม่ขึ้นศาลโลก

นายมาริษยังย้ำว่า การเจรจาเรื่องเส้นเขตแดนไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องใช้เวลา แต่ไทยยืนยันปกป้องอธิปไตยอย่างแน่นอน โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่ต้องการให้เกิดการสูญเสียใด ๆ และมุ่งให้ประชาชนชายแดนอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ไทยไม่ยอมรับเขตอำนาจของศาลโลกในข้อพิพาทนี้ตั้งแต่ปี 2503 และไม่กังวลต่อการที่กัมพูชาพยายามนำเรื่องขึ้นสู่ศาลโลก เนื่องจากศาลไม่มีอำนาจพิจารณา

นายเบญจมินทร์ สุกาญจนัจที อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) เมื่อวันที่ 14-15 มิ.ย.2568 ประสบความสำเร็จในการวางกรอบการทำงานด้านเทคนิคเพื่อจัดทำหลักเขตแดน ทั้ง 2 ฝ่ายทราบตำแหน่งของหลักเขตแดน 73 หลักที่มีการดำเนินการมากว่า 100 ปี รวมถึงจุดที่เห็นพ้องและขัดแย้งกัน ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงใช้โดรนเพื่อจัดทำแผนที่ให้แม่นยำยิ่งขึ้น และงดเว้นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประเทศ รวมถึงระงับข้อพิพาทอย่างสันติผ่านการเจรจาทวิภาคี

MOU43 มีผลแก้ปมชายแดน

นายเบญจมินทร์ย้ำว่า MOU43 เป็นกลไกทวิภาคีที่มีผลผูกพันทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ทำให้ไทยเสียดินแดน และเป็นกรอบสำหรับการเจรจาเพื่อจัดทำแผนที่ร่วม ซึ่งต้องผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่าไทยยอมรับแผนที่ 1:200,000 ของกัมพูชานั้นไม่เป็นความจริง และไม่มีประเด็นนี้ในการประชุม JBC ฝ่ายไทยมองว่าเป็นเทคนิคของอีกฝ่ายที่สื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจผิด

นายมาริษระบุว่า การที่ผู้นำกัมพูชาแสดงความเห็นผ่านโซเชียลมีเดียถึงการเปลี่ยนผู้นำรัฐบาลไทย เป็นการแทรกแซงกิจการภายในของไทย ซึ่งขัดต่อกฎบัตรอาเซียน กฎบัตรสหประชาชาติ และกฎหมายระหว่างประเทศ การกระทำนี้ไม่เป็นผลดีต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี กระทรวงการต่างประเทศได้สื่อสารกับประชาคมโลกในช่องทางที่เหมาะสมถึงการกระทำที่ไม่ถูกต้องนี้ และยืนยันไม่ตอบโต้ผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อรักษาการเจรจาในอนาคต

อ่านข่าวอื่น :

ผนึกกำลังเสริมความเข้มแข็ง สู่ผู้พิการ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ภาคประชาชน ยื่นหนังสือ "วิปรัฐบาล" ผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

"สุริยะ" เผยซาอุดีฯ ไฟเขียวขยายเวลาบังคับใช้ "Saudi GAP" ถึง 17 มี.ค.70

40 นาทีที่แล้ว

รวบสาวเบลเยียมคาสนามบินภูเก็ต ซุกกัญชา 31 กก.กว่า 5 ล้านบาท จะไปปารีส

46 นาทีที่แล้ว

รง.น้ำแข็งสารแอมโมเนียรั่ว อพยพนักเรียน-ชาวบ้าน จ.สุพรรณบุรี

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายกฯ โต้ข่าวลือปมค้างเงินเยียวยาน้ำท่วมสงขลา ชี้ใครเข้าเกณฑ์ได้ครบหมด

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว การเมือง อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...