ญาติร้องพระทำสาวออทิสติกร้อง จ่าย 5 หมื่นแล้วย้ายวัด
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 04.23 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 04.23 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์(8 ก.ค. 68) นายโชคไชย สว่างรัตน์ นายอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้มอบหมายให้นายอัมรินทร์ ทิพย์อักษร ปลัดอำเภอนางรอง และนายอัษฎาวุธ เกตุผักแว่น กำนันตำบลชุมแสง และผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านใน ต.ชุมแสง อ.นางรอง ว่ามีพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่ง ประพฤติตัวไม่เหมาะสม มีเพศสัมพันธ์กับหญิงสาวป่วยออทิสติกจนตั้งท้องและคลอดออกมาได้ประมาณ 2 เดือน แล้วมีการเจรจาตกลงชดใช้เงินกัน 50,000 บาท แต่ไม่มีการดำเนินการเอาผิดทางวินัยสงฆ์ แล้วพระรูปที่ก่อเหตุก็ย้ายไปอยู่วัดอื่น ทำให้ชาวบ้านเกิดความไม่สบายใจ เพราะเกรงจะเสื่อมเสียพระพุทธศาสนา จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีการกระทำผิดก็ควรจะลงโทษตามวินัยสงฆ์ ไม่ใช่แค่ย้ายไปอยู่วัดอื่นแล้วเรื่องก็จบ
เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบกับ หลวงพ่อ ต. พระที่ถูกชาวบ้านกล่าวหา ยืนยันว่าตนเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่เคยล่วงเกินสีกาหญิงรายดังกล่าว เคยถูกเนื้อต้องตัวแค่ตอนที่ฝ่ายหญิงมาช่วยงานที่วัดแล้วเกิดอาการลมชักกำเริบเท่านั้น
ส่วนสาเหตุที่ย้ายวัดเพราะญาติของหญิงป่วยออทิสติก และชาวบ้านมากดดันว่าต้องจ่ายค่าเสียหาย 50,000 บาท ถ้าไม่ยอมจะเอานักข่าว และกันจอมพลังมา ซึ่งตอนนั้นตนตกใจและกลัว จึงจำเป็นต้องหาเงินไปจ่ายให้กับครอบครัวของหญิงป่วยออทิสติก เพราะอยากให้จบเรื่องไม่อยากมีปัญหา
ครั้งแรกจ่ายไป 10,000 บาท และไปหามาจ่ายเพิ่มอีก 40,000 บาท เมื่อช่วงเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา จากนั้นก็ย้ายจากวัดเดิมมาอยู่ที่วัดใหม่นี้ ยืนยันว่าไม่ได้ทำอะไรผู้หญิงออทิสติก พร้อมตรวจ DNA เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์
ด้านนาง ก. ป้าของหญิงป่วยออทิสติก บอกว่า ช่วงที่พระรูปดังกล่าวอยู่วัดเดิม หลานสาวที่ป่วนออทิสติกได้ไปล้างจานที่วัดเป็นประจำ กระทั่งหลานสาวมาเล่าให้ฟังถึงพฤติกรรมของพระ ต. ว่าชอบจับก้น และล่วงละเมิดทางเพศหลานหลายครั้ง เวลามีอะไรก็จะให้เงินครั้งละ 100 – 200 บาท ตนจึงไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น
ตอนนั้นพระ ต. ก็ยอมรับว่าทำจริง จึงมีการตกลงจ่ายเงินชดใช้กับสิ่งที่เกิดขึ้น 50,000 บาท ทางครอบครัวก็ไม่อยากให้มีเรื่องมีราวใหญ่โต และไม่อยากให้เด็กมีปม จึงยอมรับเงิน 50,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลเด็กที่คลอดออกมา และสงสารทั้งหลานทั้งเด็กก็เลยให้จบเรื่องไป จึงไม่ได้เอาเรื่องหรือแจ้งความกับพระ แต่ส่วนเรื่องวินัยสงฆ์ก็ขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการ แต่ครอบครัวไม่ขอยุ่งเกี่ยวแล้วแค่นี้ก็เสียใจมากแล้ว
ขณะที่นายอัษฎาวุธ เกตุผักแว่น กำนันตำบลชุมแสง เปิดเผยว่า วันนี้ได้เข้ามาตรวจสอบในเบื้องต้นก็ยังไม่พบข้อเท็จจริงยังไม่รู้ว่าใครพูดจริงและพูดไม่จริงแต่อย่างไรก็ตาม ก็จะต้องตรวจสอบในหลายมิติอีกครั้ง ซึ่งจะต้องมีหลายหน่วยงานเข้ามาร่วมกันตรวจสอบ การเข้ามาพูดคุยในวันนี้พระก็ยังไม่ยอมรับว่าทำจริง ก็ต้องดูว่าเด็กคลอดออกมาแล้วจะทำอย่างไรต่อไป อาจจะจบในเรื่องของการไม่เอาความ แต่ในเรื่องของวินัยสงฆ์ ก็จะต้องสอบสวนให้ได้ข้อเท็จจริง ซึ่งอาจจะต้องมีการเข้ามาตรวจสอบกันอีกครั้งจนกว่าจะชัดเจน ถ้าอย่างใดก็อาจจะต้องตรวจสอบ DNA เพื่อความเป็นธรรมทุกฝ่าย
(8 ก.ค. 68) นายโชคไชย สว่างรัตน์ นายอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้มอบหมายให้นายอัมรินทร์ ทิพย์อักษร ปลัดอำเภอนางรอง และนายอัษฎาวุธ เกตุผักแว่น กำนันตำบลชุมแสง และผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านใน ต.ชุมแสง อ.นางรอง ว่ามีพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่ง ประพฤติตัวไม่เหมาะสม มีเพศสัมพันธ์กับหญิงสาวป่วยออทิสติกจนตั้งท้องและคลอดออกมาได้ประมาณ 2 เดือน แล้วมีการเจรจาตกลงชดใช้เงินกัน 50,000 บาท แต่ไม่มีการดำเนินการเอาผิดทางวินัยสงฆ์ แล้วพระรูปที่ก่อเหตุก็ย้ายไปอยู่วัดอื่น ทำให้ชาวบ้านเกิดความไม่สบายใจ เพราะเกรงจะเสื่อมเสียพระพุทธศาสนา จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีการกระทำผิดก็ควรจะลงโทษตามวินัยสงฆ์ ไม่ใช่แค่ย้ายไปอยู่วัดอื่นแล้วเรื่องก็จบ
เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบกับ หลวงพ่อ ต. พระที่ถูกชาวบ้านกล่าวหา ยืนยันว่าตนเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่เคยล่วงเกินสีกาหญิงรายดังกล่าว เคยถูกเนื้อต้องตัวแค่ตอนที่ฝ่ายหญิงมาช่วยงานที่วัดแล้วเกิดอาการลมชักกำเริบเท่านั้น
ส่วนสาเหตุที่ย้ายวัดเพราะญาติของหญิงป่วยออทิสติก และชาวบ้านมากดดันว่าต้องจ่ายค่าเสียหาย 50,000 บาท ถ้าไม่ยอมจะเอานักข่าว และกันจอมพลังมา ซึ่งตอนนั้นตนตกใจและกลัว จึงจำเป็นต้องหาเงินไปจ่ายให้กับครอบครัวของหญิงป่วยออทิสติก เพราะอยากให้จบเรื่องไม่อยากมีปัญหา
ครั้งแรกจ่ายไป 10,000 บาท และไปหามาจ่ายเพิ่มอีก 40,000 บาท เมื่อช่วงเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา จากนั้นก็ย้ายจากวัดเดิมมาอยู่ที่วัดใหม่นี้ ยืนยันว่าไม่ได้ทำอะไรผู้หญิงออทิสติก พร้อมตรวจ DNA เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์
ด้านนาง ก. ป้าของหญิงป่วยออทิสติก บอกว่า ช่วงที่พระรูปดังกล่าวอยู่วัดเดิม หลานสาวที่ป่วนออทิสติกได้ไปล้างจานที่วัดเป็นประจำ กระทั่งหลานสาวมาเล่าให้ฟังถึงพฤติกรรมของพระ ต. ว่าชอบจับก้น และล่วงละเมิดทางเพศหลานหลายครั้ง เวลามีอะไรก็จะให้เงินครั้งละ 100 – 200 บาท ตนจึงไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น
ตอนนั้นพระ ต. ก็ยอมรับว่าทำจริง จึงมีการตกลงจ่ายเงินชดใช้กับสิ่งที่เกิดขึ้น 50,000 บาท ทางครอบครัวก็ไม่อยากให้มีเรื่องมีราวใหญ่โต และไม่อยากให้เด็กมีปม จึงยอมรับเงิน 50,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลเด็กที่คลอดออกมา และสงสารทั้งหลานทั้งเด็กก็เลยให้จบเรื่องไป จึงไม่ได้เอาเรื่องหรือแจ้งความกับพระ แต่ส่วนเรื่องวินัยสงฆ์ก็ขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการ แต่ครอบครัวไม่ขอยุ่งเกี่ยวแล้วแค่นี้ก็เสียใจมากแล้ว
ขณะที่นายอัษฎาวุธ เกตุผักแว่น กำนันตำบลชุมแสง เปิดเผยว่า วันนี้ได้เข้ามาตรวจสอบในเบื้องต้นก็ยังไม่พบข้อเท็จจริงยังไม่รู้ว่าใครพูดจริงและพูดไม่จริงแต่อย่างไรก็ตาม ก็จะต้องตรวจสอบในหลายมิติอีกครั้ง ซึ่งจะต้องมีหลายหน่วยงานเข้ามาร่วมกันตรวจสอบ การเข้ามาพูดคุยในวันนี้พระก็ยังไม่ยอมรับว่าทำจริง ก็ต้องดูว่าเด็กคลอดออกมาแล้วจะทำอย่างไรต่อไป อาจจะจบในเรื่องของการไม่เอาความ แต่ในเรื่องของวินัยสงฆ์ ก็จะต้องสอบสวนให้ได้ข้อเท็จจริง ซึ่งอาจจะต้องมีการเข้ามาตรวจสอบกันอีกครั้งจนกว่าจะชัดเจน ถ้าอย่างใดก็อาจจะต้องตรวจสอบ DNA เพื่อความเป็นธรรมทุกฝ่าย