โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

"พิพัฒน์-กอบศักดิ์" ชี้เลวร้ายสุด ภาษี "ทรัมป์" 36% ไทยเสียเปรียบเพื่อนบ้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 07.56 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 01.22 น.

“ดร.พิพัฒน์” ชี้จดหมาย “ทรัมป์” ประกาศเก็บภาษีไทย 36% เป็นกรณีเลวร้ายสุด ถูกเรียกเจรจาเปิดตลาดเพิ่ม ขณะที่ “ดร.กอบศักดิ์” มองสหรัฐส่งคำเตือน “ไม่พอใจ” ข้อเสนอไทย ต้องเจรจาอีกรอบ หวั่นเจรจาไม่สำเร็จเสียเปรียบประเทศเพื่อนบ้าน “เวียดนาม-มาเลเซีย”

ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) โพสต์เฟซบุ๊ก “Pipat Luengnaruemitchai” เช้านี้ (8 ก.ค.) ว่า worst case scenario มาแล้ว ไทยโดนสหรัฐเก็บภาษี “แค่” 36% ก่อน deadline จะหมด มีผล 1 สิงหาคมนี้ พร้อมบอกด้วยว่านี่น้อยกว่าอัตราภาษีที่ทำให้การขาดดุลการค้าหมดไป พร้อมขู่ด้วยว่าถ้าไทยขึ้นภาษีสหรัฐจะตอบโต้ แต่ถ้าไทยพร้อม “เปิด” ตลาดที่ปิดอยู่ สหรัฐก็พร้อมปรับอัตราภาษีนี้

“ภาษีจะขึ้นหรือลงก็แล้วแต่เราแล้ว พร้อมจบจดหมายว่า ‘You will never never be disappointed with The United States of America’ แย่แน่ เพราะอัตราภาษีเราสูงกว่าคู่แข่งอย่างเวียดนาม และแม้แต่จีน (ถ้าไม่นับภาษีรอบแรก) จริง ๆ นี่คงเป็นสัญญาณว่าเขา reject offer ที่เราให้ไป และเรียกเราไปเจรจาเพิ่ม คงต้องคิดแล้วว่าเราเอาอะไรไปเสนอเขาได้อีก เมื่อไพ่เขาเหนือกว่า เขาเล่นแบบโหดจริง ๆ แบบนี้แหละ the art of the deal เตรียมตัวรับแรงกระแทกกันได้เลย”

ดร.พิพัฒน์ระบุอีกว่า จดหมายสไตล์ art of the deal ที่เหมือนเรียก “ค่าคุ้มครอง” บังคับไทยกลับโต๊ะเจรจา หลังจากขู่มา 3 เดือน สหรัฐส่งจดหมายมาบอกว่า ไทยจะโดนภาษี 36% กับสินค้าทุกชนิดภายใน 1 สิงหาฯ แต่ก็เปิดช่องไว้ว่า ถ้าตัดสินใจเปิดตลาดก็อาจจะพิจารณาลดภาษีลงมาได้ “เหมือนบอกว่า เขายังไม่พอใจกับการเจรจา และเครื่องราชบรรณาการที่เอามาให้ยังไม่ดีพอ นี่คือจดหมายปฏิเสธข้อเสนออย่างเป็นทางการ แต่ยังเปิดให้เจรจากันได้ต่อ นี่คงเป็นสิ่งที่โดนัลด์ ทรัมป์ เรียกว่า the art of the deal”

1. เจ็บมากกว่ายอดส่งออกหาย

ปัญหาคือสหรัฐอยู่ในสถานะที่ดีกว่าเราในการเจรจา เพราะเราพึ่งพาสหรัฐมากกว่าสหรัฐพึ่งพาเรา • ส่งออก – สหรัฐ รับราว 18% ของมูลค่าส่งออกไทย (กว่า 55 พันล้านดอลลาร์) ถ้าโดนภาษี 36% คู่แข่งอย่างเวียดนาม-เม็กซิโกพร้อมเสียบ คำสั่งซื้ออาจหายทันที โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร ผลิตภัณฑ์ยาง • ภาคการผลิต ที่มีปัญหาความสามารถในการแข่งขันอยู่แล้วอาจโดนซ้ำเติม แรงงานเสี่ยงโดนเลิกจ้าง หรือต้องย้ายสายการผลิตไปประเทศภาษีต่ำ • เสน่ห์ FDI หาย – นักลงทุนคงถามตรง ๆ ว่า “ตั้งโรงงานไทยแล้วต้องโดนภาษี 36% ทำไมไม่ไปเวียดนาม ?” เงินลงทุนเทคโนโลยี EV-AI อาจไหลออกตั้งแต่ยังไม่เปิดสายการผลิต

2. Trade off ที่ไม่ง่ายเลย

เรากำลังโดนบังคับให้เลือก (trade off) ระหว่างภาคส่งออกซึ่งสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย กับเปิดตลาดให้สหรัฐเพิ่ม ซึ่งอุตสาหกรรมที่เราปกป้องมากที่สุดทั้งภาษีและมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี (เช่น quota และ import bans) คือภาคเกษตร แม้มีสัดส่วนต่อเศรษฐกิจไม่มาก แต่จ้างงานจำนวนมาก และมีผลต่อธุรกิจใหญ่เล็กมหาศาล การเปิดตลาดคงกระทบต่อชีวิตคนจำนวนมากแน่ ๆ ส่วนอีกเงื่อนไขสำคัญ คือการป้องกันสินค้าจีนสวมสิทธิ ซึ่งอาจจะทำให้กระทบความสัมพันธ์กับจีน

3. การเมืองในบ้าน-ยากกว่าเจรจานอกบ้าน

ในภาวะที่การเมืองขาดเอกภาพและเสถียรภาพ การทำงาน 3 กระทรวงหลักอยู่คนละพรรค คำถามคือใครจะเป็นคนเคาะ และจะเคาะได้หรือไม่ ยังไม่นับว่าบางข้อเสนออาจจะผ่านสภาอีก internal negotiations อาจจะยากกว่า external negotiation เสียอีก เราจึงมีกลไกในการพิจารณาพูดคุยโดยมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและประชาชน ไม่งั้นมีปัญหาแน่นอน

4. แล้วเราควรต้องทำอย่างไร

ในเมื่อการเจรจาแบบ win-win น่าจะเป็นไปได้ยากในกรณีนี้ เราอาจจะต้องหาทาง give and take และพิจารณาถึงผลกระทบในแต่ละทางเลือกอย่างรอบด้าน และหาทางชดเชยผลกระทบ

-เข้าใจสิ่งที่สหรัฐต้องการก่อน ถ้าดูสิ่งที่เขาได้จากเวียดนาม เข้าใจว่าสหรัฐต้องการให้เราเปิดตลาดให้สินค้าสหรัฐ ลดภาษีนำเข้า ยกเลิก nontariff barrier และจัดการกับเรื่องสินค้าสวมสิทธิ ซึ่งเราคงต้องพิจารณาผลกระทบของแต่ละเรื่องอย่างเข้าใจจริง ๆ และเปรียบเทียบต้นทุนแต่ละทางเลือก และคงต้องหาทางออกเรื่อง transshipment แบบเอาจริง เงื่อนไขคืออะไร ทำได้จริงหรือไม่

-พิจารณาหาทางเปิดเสรีด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะภาคเกษตรซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด อย่างค่อยเป็นค่อยไป และมีมาตรการลดผลกระทบ อย่างน้อยในระยะสั้น แต่ต้องหาวิธีชดเชยความเสียหายแบบเข้าใจจริง ๆ โดยต้องสื่อสารให้สาธารณชนเข้าใจประเด็น และเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการพิจารณาทางเลือก และพูดคุย

เรายังคงต้องพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน ดึงลงทุนเทคโนโลยี-มูลค่าสูง

  • สิทธิประโยชน์ R&D, เครดิตภาษี ให้ EV parts, AI hardware, data center มาตั้งฐานในไทย
  • Upskill แรงงานสู่ทักษะดิจิทัล-หุ่นยนต์ เพิ่มค่าแรงเฉลี่ยและผลิตภาพ

War-Room เสียงเดียว

  • รวมคลัง-พาณิชย์-เกษตร-เอกชน ตัดสินรวดเร็ว ส่งสัญญาณชัดแก่สหรัฐ และนักลงทุนว่าประเทศ “เอาจริง”

เร่งกระจายตลาดส่งออก

  • ใช้ RCEP, CPTPP, GCC เร่งทำ FTA กับกลุ่มประเทศใหญ่อย่าง EU เพื่อกระจายตลาดจากสหรัฐ

บทสรุป

จดหมายฉบับนี้คือ the art of the deal เวอร์ชั่นเรียกค่าคุ้มครอง-บีบให้ไทยต้องเลือก จะยอมเสียบางอย่างตอนนี้ เพื่อไม่ให้เสียอนาคตทั้งหมด หากเราเดินเกม give-and-take ค่อย ๆ เปิดตลาดเกษตร พร้อมกันชน‐ชดเชย และเร่ง “ยกระดับศักยภาพแข่งขัน”-ไม่เพียงแค่รอดภาษี 36% แต่ยังอาจใช้จังหวะนี้เร่งเครื่องเศรษฐกิจไทยสู่มูลค่าสูงกว่าเดิมให้ได้

ขณะที่ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ และประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์เฟซบุ๊ก “DR.KOB” ว่า ประเทศไทย 36% !!! เท่ากับรอบแรก เป็นคำเตือนว่าที่เสนอมายังไม่พอ ไม่โดนใจ ยังไม่ใช่ good deal กรุณาทำการบ้านเพิ่ม แล้วกลับมาต่อรองอีกรอบ ไม่เช่นนั้น “จบที่เดิม” ที่เคยประกาศไว้ที่ 2 เมษายน ซึ่งในรอบนี้ สหรัฐอาจจะไม่ถอย เพราะตลาดได้รับรู้ตัวเลขเหล่านี้ไปแล้วครั้งหนึ่ง ผู้ประกอบการสหรัฐมีเวลาปรับตัวมา 90 วัน ถ้าตลาดหุ้นสหรัฐลงไม่มาก ในช่วง 2-3 วันข้างหน้า ลงไม่ถล่มทลายเหมือนต้นเมษายน ก็ยากที่จะมีใครมาเปลี่ยนใจท่านประธานาธิบดี Trump ได้

“ทั้งนี้ สำหรับไทยถ้าเวียดนาม 20% มาเลเซีย 25% เราจะอยู่ในฐานะที่เสียเปรียบ 10-16% จะมีนัยอย่างยิ่งกับผู้ส่งออก ทำไมจะซื้อจากไทย ถ้าซื้อจากคู่แข่งถูกกว่า ยิ่งไปกว่านั้น มีนัยกับคนที่คิดจะมาลงทุน จะมาสร้างโรงงานทำไม เพราะถ้าสร้างเสร็จแล้ว ต้นทุนภาษีแพงกว่าคู่แข่ง ส่งไปก็สู้ไม่ได้ ไปสร้างที่เวียดนามเลยดีกว่าไหม เราคงต้องคิดเพิ่มว่า ในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า ประเทศไทยจะเสนออะไรกลับไปอีกรอบ เพื่อให้พ้นจากจุดนี้ เพราะจากที่เวียดนามเจรจาลดลงมาได้ 46% เหลือ 20% แสดงว่าต้องมีหนทาง ?”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “พิพัฒน์-กอบศักดิ์” ชี้เลวร้ายสุด ภาษี “ทรัมป์” 36% ไทยเสียเปรียบเพื่อนบ้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...