โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

6 กูรูหุ้นถอดรหัสหุ้นน้องใหม่ ATLAS เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 5.20 บาท

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 06 ก.ค. 2568 เวลา 22.43 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 05.43 น.

บริษัท แอตลาส เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ ATLAS ผู้เชี่ยวชาญด้านการจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ภายใต้แบรนด์ “PT” เดินหน้าระดมทุนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หลังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เริ่มนับหนึ่งไฟลิ่งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2568 ทำให้เป็นที่น่าสนใจว่าในสายตานักวิเคราะห์มอง ATLAS อย่างไรบ้าง

ปี 68-69 กำไรสุทธิโต32.3%

บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เผยแพร่บทวิเคราะห์หุ้น บริษัท แอตลาส เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ ATLAS ประเมินมูลค่าหุ้น ATLAS ไว้ที่ 5.20 บาท ณ สิ้นปี 2569 โดยชูจุดเด่นโมเดลธุรกิจหลากหลายที่ผสานโมเดลระหว่างธุรกิจก๊าซ LPG และต่อยอดสู่ ธุรกิจสื่อโฆษณา ซึ่งเป็นธุรกิจที่ไม่ควรมองข้าม

โดยคาดการณ์ในช่วงปี 2568 - 2569 กำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 32.3% ต่อปี (CAGR) โดยมีแรงหนุนจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่

  • รายได้จากโฆษณาที่เติบโตเร็วและมาพร้อมอัตรากำไรที่โดดเด่น
  • ยอดขายก๊าซหุงต้มที่ขยายตัวอย่างก้าวกระโดดจากการเร่งเดินหน้าขยายสาขาร้านจำหน่ายก๊าซหุงต้ม
  • การเติบโตอย่างต่อเนื่องของยอดขายในกลุ่มธุรกิจหลักอย่าง LPG ยานยนต์ และภาคอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ ในปี 2568 คาดว่า ATLAS สามารถสร้างรายได้จากธุรกิจโฆษณาได้สูงถึง 351.6 ล้านบาท ทำกำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) สูงถึง 305.1 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิจากธุรกิจโฆษณา 244.1 ล้านบาท โดยรายได้ส่วนนี้บันทึกในหมวดรายได้อื่น ซึ่งมีอัตรากำไรสุทธิสูงถึง 69.4% อันเป็นผลจากโมเดลธุรกิจที่มีการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายรถแท็กซี่ขนาดใหญ่

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีศักยภาพต่อยอดธุรกิจโฆษณาผ่านเครือข่ายสถานีบริการกว่า 243 แห่ง ที่กระจายอยู่ในพื้นที่ที่มีการจราจรและประชากรหนาแน่น เช่น กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งถือเป็นทำเลทองในการสื่อสารทางการตลาด ทำให้รายได้จากโฆษณามีโอกาสเติบโตต่อเนื่องในอนาคต

ฝ่ายวิจัยประเมินราคาเป้าหมายปี 2569 อยู่ที่ 5.20 บาท ด้วยวิธี "Sum-of-the-Parts" (SoTP) เพื่อสะท้อนศักยภาพการเติบโต ความเสี่ยง และความสามารถในการทำกำไร ของแต่ละธุรกิจที่บริษัทดำเนินอยู่ โดยอิงจาก P/E ที่ 16 เท่า สิ้นปี 2569

พิจารณาจาก P/E ที่แตกต่างกันตามลักษณะของแต่ละกลุ่มธุรกิจ โดยธุรกิจจำหน่ายก๊าซหุงต้ม (LPG ภาคครัวเรือน) ให้ P/E ที่ 14 เท่า เนื่องจากอยู่ในตลาดกึ่งผูกขาดและมีอัตรากำไรที่โดดเด่น รวมทั้งมีศักยภาพในการเติบโต และธุรกิจโฆษณา ให้ P/E สูงถึง 22 เท่า เพื่อสะท้อนอัตรากำไรสุทธิที่พุ่งแตะระดับ 66.7% และศักยภาพการเติบโตที่โดดเด่นในอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันจำกัด

ผู้นำอันดับ 1 LPG

สำหรับบริษัทหลักทรัพย์เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินมูลค่าเป้าหมายของ ATLAS ใน 12 เดือนข้างหน้า (ครึ่งแรกของปี 2569) อยู่ที่ 4.90 บาท อิงจาก P/E เฉลี่ยของหมวดค้าปลีก LPG และน้ำมัน และหมวดโฆษณาตามสัดส่วนกำไรที่ 17 เท่า

สะท้อนศักยภาพการเป็นผู้นำอันดับ 1 LPG ภาคขนส่ง และ การเติบโตของธุรกิจที่เดินเกมรุกแตกไลน์รายได้อย่างชัดเจน ทั้งจากธุรกิจก๊าซ LPG ภาคครัวเรือนที่จะเติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญ และธุรกิจโฆษณาที่มีอัตรากำไรสุทธิสูง

โดยคาดกำไรสุทธิปี 2568 จะเติบโต 31% จากปีก่อน (YoY) พุ่งแตะระดับ 373 ล้านบาท และในปี 2569 จะขยายตัวต่อเนื่องอีก 19% จากปีก่อน สู่ระดับ 444 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจก๊าซ LPG ทั้งในภาคขนส่งและภาคครัวเรือน

ขณะเดียวกันอัตรากำไรขั้นต้นรวมคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นจาก 10.9% ในปี 2567 เป็น 14.6% ในปี 2568 สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

รุกเข้าสู่ธุรกิจสื่อโฆษณาเคลื่อนที่

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เคาะราคาเป้าหมายเหมาะสมของ ATLAS อยู่ที่ 4.90 บาท ณ สิ้นปี 2569 โดยอ้างอิง EPS ที่ 0.24 บาท และ 0.29 บาท ตามลำดับ และใช้ P/E โดยเฉลี่ยที่ประมาณ 17.0 เท่า สะท้อนศักยภาพการเติบโตของผลประกอบการในทุกกลุ่มธุรกิจ

โดยเฉพาะจุดแข็งจากการเป็นผู้นำตลาดอันดับ 1 ในกลุ่ม LPG ภาคขนส่ง ด้วยส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 29.5% ในปี 2567 ขณะเดียวกันยังสามารถขยายส่วนแบ่งตลาดในกลุ่ม LPG ภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรมขึ้นมาอยู่ในอันดับ 4 ของอุตสาหกรรมที่ 3.7% และ 4.9% ตามลำดับ

นอกจากนี้ บริษัทฯ มีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจภายใต้โมเดล COCO ซึ่งช่วยให้ควบคุมการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมต่อยอดการเติบโตผ่านแบรนด์และ Ecosystem ของกลุ่ม PTG โดยเฉพาะการรุกเข้าสู่ธุรกิจสื่อโฆษณาเคลื่อนที่ ที่มีอัตรากำไรสูง ซึ่งถูกวางให้เป็น โอกาสทางธุรกิจที่สำคัญในการสร้างฐานกำไรระยะยาว

ฝ่ายวิจัยประเมินว่ากำไรคาดการณ์จะเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปีข้างหน้า โดยในปี 2568 คาดการณ์กำไรสุทธิอยู่ที่ 341.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.6% จากปีก่อน ขณะที่ปี 2569 และ 2570 คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องที่ 410.4 ล้านบาท (+20.2% จากปีก่อน) และ 477.3 ล้านบาท (+16.6% จากปีก่อน)

ตามลำดับ เนื่องจากรายได้รวมที่คาดว่าจะขยายตัวในอัตรา 16.0% จากปีก่อน ในปี 2569 และ 12.5% จากปีก่อน ในปี 2570 แตะระดับ 15,000 ล้านบาท และ 16,000 ล้านบาท ตามลำดับ

2 เครื่องยนต์หนุนการเติบโต

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ประเมินมูลค่าเหมาะสมของหุ้น ATLAS ที่ 4.80 บาท ในปี 2568 อิงค่าเฉลี่ย P/E ที่ 16.5 เท่า จากธุรกิจจำหน่ายก๊าซ LPG และสื่อนอกบ้านอย่างละครึ่ง คาด EPS ปี 2568 ที่ 0.29 บาท

สะท้อนภาพการเติบโตที่โดดเด่นจากทั้งธุรกิจจำหน่ายก๊าซ LPG และธุรกิจสื่อนอกบ้าน โดยคาดกำไรสุทธิเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง ปี 2568 อยู่ที่ 412 ล้านบาท (+44% จากปีก่อน), ปี 2569 ที่ 446 ล้านบาท (+8% จากปีก่อน) และปี 2570 ที่ 482 ล้านบาท (+8% จากปีก่อน)

โดยหัวใจของการเติบโตที่ยั่งยืนของ ATLAS ขับเคลื่อนด้วย 2 แรงหนุนหลัก ได้แก่

  • เครือข่าย Ecosystem แข็งแกร่งของ PTG ผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งช่วยผลักดันการขยายสถานีบริการ ร้านจำหน่ายก๊าซหุงต้ม และการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าทั่วประเทศ
  • กำไรจากธุรกิจโฆษณาเป็นกุญแจสำคัญของการทำ Asset Monetization โดยในปี 2567 เพียงธุรกิจนี้สร้างผลประกอบการได้ถึง 62.8% ของกำไรสุทธิทั้งบริษัท พร้อมปลดล็อกการเติบโตจากการเพิ่มจำนวนแท็กซี่ในเครือข่ายและการบุกตลาดลูกค้านอก PTG ซึ่งจะกลายเป็นฐานรายได้เสริมที่ทรงพลังในอนาคต

ชู Ecosystem แข็งแกร่ง

พร้อมกันนี้ บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) ประเมินมูลค่าหุ้น ATLAS ที่ราคาเหมาะสม 4.80 บาท อิงค่า P/E ปี 2568 ที่ 18 เท่า คาดกำไรสุทธิโตเฉลี่ย 28.7% ต่อปี (CAGR) ช่วงปี 2568–2569 สะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพการบุกตลาดและเร่งขยายส่วนแบ่งตลาดในธุรกิจก๊าซ LPG ภาคครัวเรือน ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าภาคขนส่งถึง 3.6 เท่า

พร้อมอานิสงค์จากการครองเกมในการเป็นผู้นำตลาดขนส่งและการมี Ecosystem แข็งแกร่งร่วมกับกลุ่ม PTG โดยคาดกำไรสุทธิอยู่ที่ 378 ล้านบาทในปี 2568 , 439 ล้านบาทในปี 2569

ATLAS ตอกย้ำจุดแข็งผ่านการบริหารสถานี LPG ด้วยตนเอง แทนการพึ่งพิงตัวแทนจำหน่ายเหมือนกับคู่แข่งในอุตสาหกรรม ช่วยควบคุมต้นทุนและหนุนอัตรากำไรให้โดดเด่นกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม อีกทั้งยังได้รับแรงหนุน Power of Network จากการใช้แบรนด์ “PT” และ Ecosystem ที่แข็งแกร่ง เพื่อเป็นแต้มต่อการดึงดูดความเชื่อมั่นจากลูกค้า และปูทางสู่การเติบโตในระยะยาว
หลัง IPO ATLAS เดินหน้าเต็มสูบด้วยแผนกลยุทธ์เติบโตที่ชัดเจน ครอบคลุมผ่าน

  • การเจาะกลุ่มผู้ใช้รถทั่วไปเพื่อขยายฐานลูกค้า
  • การรุกตลาด LPG ภาคครัวเรือน
  • การต่อยอดสินทรัพย์เดิมสู่ธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูงอย่างสื่อโฆษณาบนรถแท็กซี่
  • การรับจ้างบริหารจำหน่ายน้ำมันและปล่อยเช่าพื้นที่ในสถานีบริการ ที่เติบโตตามการขยายสาขา ขณะเดียวกัน เงินลงทุนที่ได้รับจาก IPO จะถูกอัดฉีดเพื่อเสริมโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โรงบรรจุก๊าซ ถังก๊าซ สถานีบริการ และร้านจำหน่ายก๊าซหุงต้ม เพื่อเร่งขยายฐานลูกค้าและสร้างรายได้ระยะยาว

ไม่สะเทือนต่อการมาของ EV

ขณะเดียวกันบริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินราคาเหมาะสมที่ 4.72 บาทต่อหุ้น อ้างอิง EPS เฉลี่ยสำหรับปี 2568 – 2569 ที่ 0.27 บาทต่อหุ้น ใน12 เดือนข้างหน้า สะท้อนถึงศักยภาพในการขยายธุรกิจในเชิงรุก

โดยเฉพาะการเร่งขยายสถานีบริการก๊าซ LPG และสถานีบริการจำหน่ายก๊าซและน้ำมันในภาคขนส่งซึ่งเป็นจุดแข็งหลักของบริษัท ควบคู่กับการเดินเกมรุกขยายโรงบรรจุก๊าซ และการขยายร้านค้าปลีกก๊าซ (Gas Shop) ในภาคครัวเรือนเพื่อครอบคลุมตลาดให้มากขึ้น

นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยเชื่อว่าการเข้ามาของธุรกิจรถยนต์รถไฟฟ้า (EV) จะไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจก๊าซ LPG ของ ATLAS อย่างมีนัยยะในระยะกลาง เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายของ ATLAS ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Mid-low เช่น แท็กซี่ ซึ่งยังไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายหลักของรถยนต์ EV

ประกอบกับต้นทุนในการเปลี่ยนระบบเชื้อเพลิงไปเป็น EV ยังคงสูง และเทคโนโลยี EV ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น โดยนักวิเคราะห์ ประเมินกำไรสุทธิอยู่ที่ 353 ล้านบาท (+33.1% จากปีก่อน), 408 ล้านบาท (+15.4% จากปีก่อน) และ 454 ล้านบาท (+11.4% จากปีก่อน) ปี 2568 – 2570 ตามลำดับ และ ให้ P/E เฉลี่ย ที่ 17.6 เท่า

อนึ่ง บริษัท แอตลาส เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ ATLAS เสนอขายหุ้น IPO จำนวน 418.42 ล้านหุ้น คิดเป็น 29.50% ของจำนวนหุ้นสามัญที่จำหน่ายและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO โดยมีมูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น คาดว่าจะระดมทุนและเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายในปี 2568 นี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...