โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

MEGA ราคานี้คุ้มไหม? จากต้นปีรูดแล้วกว่า 16% กูรูเสียงแตก แนะทั้ง “ซื้อ” และ “Neutral” มอง Q2 ไม่สดใส แต่โรงงานใหม่หนุนระยะยาว

Wealthy Thai

อัพเดต 22 ม.ค. เวลา 05.17 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 10.22 น.

ราคาหุ้น บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MEGA ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน โดยวันที่ 18 ก.ค.68 ราคาหุ้นปิดตลาดที่ระดับ 28.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.89% จากวันก่อนหน้า ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 21.22 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากนับจากต้นปีราคาหุ้นปรับตัวลดลงไปแล้ว 16.30% จากระดับ 33.75 บาท ณ วันที่ 2 ม.ค. 68
โดยคาดว่าปัจจัยที่กดดันราคาหุ้น มาจากกำไรไตรมาส 1/68 ที่ต่ำกว่าคาดการณ์ของตลาด ขณะที่แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 2/68 ยังคงถูกกดดันจากยอดขายที่ยังชะลอในตลาดหลัก (เมียนมา, เวียดนาม) อีกทั้งและเงินบาทแข็งค่าเป็นตัวกดดันรายได้ส่งออก
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มีคำแนะนำที่หลากหลายต่อหุ้น MEGA โดย บล.ทิสโก้แนะนำ “ซื้อ” โดยมองกำไรปีนี้โต 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ไตรมาส 2/68 จะชะลอจากผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยนและภาษีที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจแบรนด์นอกเมียนมายังเติบโตดี ขณะที่ บล.กรุงศรี แนะ “Neutral” โดยคาดว่ากำไรปี 2568 จะหดตัว 8% จากรายได้จัดจำหน่ายที่อ่อนแอ โดยเฉพาะในเมียนมา แม้มีแผนลงทุนโรงงานใหม่รองรับการเติบโตระยะยาว
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด แนะนำ “ซื้อ” หุ้น MEGA ด้วยราคาเป้าหมาย 37.00 บาท อิงจาก PER ปี 2568 ที่ 11.9 เท่า (มาจาก -1 ส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐานต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลังห้าปีของหุ้น) ยังคงอยู่ ด้วยโอกาสการเติบโต 23% จากราคาหุ้นปัจจุบัน
ส่วนแนวโน้มธุรกิจนอกประเทศเมียนมายังคงเป็นบวก ดังนั้น รายได้จากธุรกิจแบรนด์ไม่รวมในเมียนมาควรยังคงเติบโตในระดับสูงเป็นตัวเลขหลักเดียว ทั้งนี้ บล.ทิสโก้ ยังคงการคาดการณ์ ซึ่งคาดว่ารายได้จะเติบโต 4% จากธุรกิจแบรนด์ อย่างไรก็ตาม ความต้องการที่อ่อนแอจากเมียนมายังคงเป็นความท้าทายและอาจส่งผลกระทบต่อรายได้รวม
นอกจากนี้ อัตราภาษีที่มีผลในปีนี้จะเพิ่มขึ้นจากการหมดอายุของสิทธิประโยชน์ทางภาษี การคาดการณ์การเติบโตของกำไรสุทธิของ บล.ทิสโก้ อาจดูแข็งแกร่ง โดยเติบโต 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่หากไม่รวมผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน การคาดการณ์กำไรปกติสำหรับไตรมาส 2/68 ลดลง 12% โดยส่วนใหญ่มาจากรายได้ที่อ่อนตัวจากธุรกิจในเมียนมาและอัตราภาษีที่มีผลที่สูงขึ้น
ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) แนะนำ “Neutral” หุ้น MEGA ด้วยราคาเป้าหมาย 26.00 บาท ทั้งนี้ กรณีที่ MEGA จะสร้างโรงงานเพิ่มเติมในเวียดนาม อินโดนีเซีย และเมียนมา เพื่อรองรับความต้องการในธุรกิจแบรนด์ในเมียนมา เพื่อผลิตยาสำหรับตลาดเมียนมา นอกเหนือไปจากธุรกิจการจัดจำหน่ายที่มีอยู่แล้ว บล.กรุงศรี มองว่าการสร้างโรงงานเป็นทางออกที่มีประสิทธิภาพสำหรับตลาดเมียนมาที่มีความเสี่ยง
เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของ MEGA สามารถทดแทนผลิตภัณฑ์แบรนด์สินค้าต่างประเทศที่ส่งออกนอกประเทศได้ CAPEX สำหรับสามปีข้างหน้าอาจมีมูลค่ารวม 250 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 8 พันล้านบาท) ซึ่งสามารถระดมทุนด้วยเงินสดภายใน เพราะ MEGA มี EBITDA ประมาณ 3 พันล้านบาทต่อปี สิ่งนี้ยืนยันถึงแนวโน้มระยะยาวที่ดีของ MEGA แม้ว่าในระยะสั้น แนวโน้มอาจอ่อนแอลงจากสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายในเมียนมา
ทั้งนี้ มองว่ายอดขายในไตรมาส 2/68 อาจยังคงอ่อนแอ คล้ายกับการลดลง -14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในไตรมาส 1/68 (เหลือ 3.2 พันล้านบาท) เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจในเมียนมายังคงท้าทาย สำหรับปี 2568 คงกำไรหลักไว้ที่ 2 พันล้านบาท -8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากยอดขายจากการจัดจำหน่ายที่ลดลง 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (เหลือ 6.1 พันล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม บล.กรุงศรี กำหนดราคาเป้าหมายไว้ที่ 10.9 เท่า ของ P/E ปี 2568 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ -1.5SD ปัจจุบันหุ้นมีการซื้อขายอยู่ที่ 12.8 เท่า ของ P/E ปี 2568 แม้ว่าเมียนมาจะเป็นความเสี่ยงหลัก แต่คิดว่าสภาพเศรษฐกิจดูจะมั่นคง ดังนั้น แนวโน้มขาลงจึงสะท้อนให้เห็นได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...