โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

กรมหม่อนไหม ปั้นคอลเลกชัน “Banan Grove Paradise”ดัน “ผ้าไหมไทย” สู่แฟชั่นไลฟ์สไตล์ระดับสากล

สยามรัฐ

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 07.08 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 07.08 น.

ในยุคที่อัตลักษณ์ท้องถิ่นกลายเป็นจุดขายสำคัญของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ “ผ้าไหมไทย” ไม่เพียงเป็นงานหัตถกรรมดั้งเดิม หากแต่เป็นมรดกวัฒนธรรมที่มีศักยภาพจะก้าวไกลสู่ตลาดแฟชั่นระดับโลก

ด้วยเหตุนี้ กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงเดินหน้าผลักดันการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไหมไทยเชิงสร้างสรรค์ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา และกลุ่มเกษตรกรท้องถิ่น ผ่าน “โครงการความร่วมมือพัฒนางานออกแบบผลิตภัณฑ์ไหมไทยเชิงสร้างสรรค์ ประจำปี 2567” หวังยกระดับผ้าไหมจากผืนผ้าแบบเดิม สู่คอลเลกชันแฟชั่นไลฟ์สไตล์ที่ผสมผสานศิลปะร่วมสมัยและภูมิปัญญาพื้นถิ่นอย่างลงตัว

นายนวนิตย์ พลเคน

นายนวนิตย์ พลเคน อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า กรมหม่อนไหม ได้ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการความร่วมมือพัฒนางานออกแบบผลิตภัณฑ์ไหมไทยเชิงสร้างสรรค์ ประจำปี 2567 ภายใต้ความร่วมมือระหว่างศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ขอนแก่น สำนักวิจัยและพัฒนาหม่อนไหม กรมหม่อนไหม และวิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในยุคปัจจุบัน พร้อมส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาต่อยอดจากกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตผ้าไหมไทย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจหม่อนไหมของประเทศ รวมทั้งเผยแพร่และสร้างภาพลักษณ์ผ้าไหมไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

หนึ่งในต้นแบบความสำเร็จ คือ “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านสวนกล้วย” ตำบลบ้านเรือ อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นเครือข่ายของศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ขอนแก่น กลุ่มเกษตรกรนี้มีความเชี่ยวชาญตั้งแต่การปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ทอผ้าไหม ไปจนถึงการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อาทิ ผ้าไหมผืน ผ้ามัดหมี่ ผ้าไหมขิด ผ้าถุง ผ้าคลุมไหล่ รวมถึงสบู่โปรตีนไหมและชาใบหม่อน โดยเฉพาะผ้ามัดหมี่ ผ้าพื้น และผ้าคลุมไหล่ ซึ่งเป็นสินค้าที่โดดเด่นของกลุ่ม ทั้งยังมีจุดแข็งในการใช้สีธรรมชาติในการย้อมเส้นไหม

ภายใต้การดำเนินงานของโครงการฯ ทีมงานได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูล ศึกษาและวิเคราะห์กระบวนการผลิตของกลุ่มเกษตรกร เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไหมไทยให้ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดควบคู่กับความถนัดของชุมชนในกรอบแนวคิดที่ผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ ความยั่งยืน และอัตลักษณ์พื้นถิ่น โดยเน้นการอนุรักษ์งานหัตถกรรมเชิงวัฒนธรรมผ่านการเคารพคุณค่าศิลปะดั้งเดิม และนำมาประยุกต์ให้เข้ากับวิถีชีวิตร่วมสมัยของคนรุ่นใหม่

แนวทางการออกแบบใช้ศิลปะแนว Pop Art เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างลวดลายผ้าไหมใหม่จากลายดั้งเดิม เช่น ลายใบกล้วย ลายไดโนเสาร์ และลายเรือ นำไปสู่การพัฒนาเป็นคอลเลกชันแฟชั่นไลฟ์สไตล์ภายใต้ชื่อ “Banan Grove Paradise” โดยมีต้นแบบผลิตภัณฑ์ 4 รายการ ได้แก่ เสื้อผ้าผู้หญิง เสื้อผ้าผู้ชาย กระเป๋า และหมวก ซึ่งพัฒนาขึ้นจากการให้ความรู้และคำแนะนำแก่กลุ่มเกษตรกรในการออกแบบผลิตภัณฑ์

นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อหาช่องทางต่อยอดสู่ตลาดจริง โดยได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ต่อแบรนด์ “GOOD GOODS” ซึ่งเป็นแบรนด์ในเครือกลุ่มเซ็นทรัล ที่มุ่งเน้นการยกระดับสินค้าจากภูมิปัญญาไทยสู่ผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยที่ตอบโจทย์ตลาด โดยได้รับการตอบรับที่ดีในแง่ของรูปแบบสินค้าและแนวคิด แต่มีข้อเสนอแนะในการพัฒนาเพิ่มเติม เช่น การปรับลวดลายผ้าให้ลงตัวมากยิ่งขึ้น และลดต้นทุนจากผ้าผืน เพื่อให้สามารถแข่งขันในเชิงพาณิชย์ได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

โครงการพัฒนางานออกแบบผลิตภัณฑ์ไหมไทยเชิงสร้างสรรค์ฯ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับผ้าไหมไทยจากมรดกทางวัฒนธรรมสู่ผลิตภัณฑ์แฟชั่นที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ ด้วยการผสมผสานแนวคิดสร้างสรรค์และอัตลักษณ์พื้นถิ่นให้ตอบโจทย์ตลาดยุคใหม่อย่างแท้จริง โดยความสำเร็จเบื้องต้นของคอลเลกชัน Banan Grove Paradise ได้สะท้อนถึงความเป็นไปได้ในการต่อยอดสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ ถือเป็นต้นแบบของการนำผ้าไหมไทยเข้าสู่เส้นทางของแฟชั่นไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยได้อย่างน่าจับตา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...