‘สมศักดิ์’ หวิดโดนปารองเท้า ปัดขู่ ‘แพทยสภา’ ก่อนลงมติ
เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่อาคารมหิตลาธิเบศร กรรมการแพทยสภา มีการประชุมสำคัญคือการพิจารณาประเด็นที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ในฐานะสภานายกพิเศษแห่งแพทยสภา ยับยั้งหรือวีโต้มติแพทยสภา เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา ให้ลงโทษแพทย์จำนวน 3 คน ที่เกี่ยวข้องกับการส่งตัวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จาก รพ.ราชทัณฑ์ มารักษาตัวต่อที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจ โดยนายสมศักดิ์ ได้ขอเข้าร่วมชี้แจงในวันนี้ด้วย แต่แพทยสภาให้เข้าได้คนเดียว และให้เวลาในการชี้แจง 15 นาที ตั้งแต่เวลา 12.00-12.15 น.
จากนั้นเวลา 11.47 น. นายสมศักดิ์ พร้อมทีมผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและทนายความ เดินทางมาถึงยังที่ประชุมแพทยสภา โดยมีมวลชนยืนรอโห่ไล่ บางส่วนถึงขนาดนำภาพมาเหยียบลงกับพื้น จนทีมงานรัฐมนตรีต้องคอยกัน เพื่อป้องกันการประชิดตัว ก่อนจะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนสั้นๆ ว่า การได้เวลาชี้แจง 15 นาที ถือว่าน้อยเกินไป แต่จะพยายามชี้แจง พร้อมส่งเอกสารชี้แจงเพิ่มด้วยให้กรรมการได้อ่านและทำความเข้าใจ ส่วนผลตัดสินจะเป็นอย่างไร ก็เป็นอำนาจหน้าที่ของแพทยสภาในการพิจารณา ยืนยันว่า ตนจะทำเพื่อแพทย์คนหนุ่มคนสาว ทำให้คนที่อยู่ในวิชาชีพนี้ ไม่ได้เกิดจากความเกลียดชัง หรือเป็นอย่างอื่น เรื่องนี้ผมตัดสินใจด้วยตัวเอง ส่วนที่มีมวลชนมากดดันนั้น ตนเป็นห่วงการลงมติของแพทยสภามากกว่า ไม่ได้ห่วงตัวเอง
จากนั้นเวลา 12.20 น. นายสมศักดิ์ ให้สัมภาษณ์หลังการเข้าชี้แจงต่อแพทยสภา ว่า ตนได้ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ในการเอาเอกสารที่มีมา 10 หน้า และเอกสารจากฝ่ายกฎหมาย 2 หน้า เกี่ยวกับคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด กรณีผู้มีสิทธิในการเข้าประชุม ส่งให้กับคณะกรรมการแพทยสภา ทั้งนี้ ตนได้อธิบายต่อที่ประชุมในเรื่องที่ตนเคยได้พูดไป เรื่องของการลงโทษแพทย์ และเพิ่มเติมในส่วนของจริยธรรม ซึ่งหากการลงโทษครั้งนี้ เกิดเป็นบรรทัดฐานใหม่ แล้วลูกหลานของคนไทยที่เป็นแพทย์ จะขาดความมั่นใจในการรักษาผู้คนหรือไม่อย่างไร แล้วจะเป็นอันตรายที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย
“ผมได้ยกตัวอย่างกรณีโรงเรียนแพทย์ เมื่อมีการส่งคนไข้จากระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เมื่อส่งไป 1 โรค แต่เขาดู 3 โรค ค่ารักษาก็เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ยอมรับ นั่นเป็นเรื่องของการเอาใจใส่ดูแล ซึ่งก็ไม่ได้ผิดอะไรมาก เราก็ต้องจ่ายเงินไปตามที่เขารักษาด้วย ซึ่งในข้อเท็จจริงเป็นเช่นนี้ ผมก็ได้เน้นย้ำในคณะกรรมการสอบสวนจริยธรรม ที่มี ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร ลีลารัศมี กรรมการแพทยสภา เป็นประธาน ใช้เวลา 5 เดือนกว่า กับการส่งคำพิจารณาโทษ แต่อยู่ๆ คณะกรรมการกลั่นกรองฯ ก่อนประชุมบอร์ด 7 วัน มีการประชุมกันเพียงไม่ถึง 1 วัน มีคนบอกว่าใช้เวลาไม่ถึง 3 ชั่วโมง และมีการปรับแก้โทษหมด ไม่ได้อ่านรายละเอียด ก็ลงโทษไปตามแนวทางนี้ ย้ำว่าหากเกิดขึ้นกับลูกหลานเขาเอง หรือถ้าเขามีความรู้สึกผิดอยู่ในใจบ้างเล็กน้อย ก็ทบทวนเถอะ ผมก็ใช้เวลาเต็มที่เท่าที่ได้" นายสมศักดิ์ กล่าว
เมื่อถามว่าเพราะอะไรถึงแนบเอกสารคำสั่งศาลปกครองเข้าด้วย นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เพื่อให้ผู้มีสิทธิลงคะแนน หรือโหวตตรงนี้ จะเป็นปัญหาวันข้างหลัง เพราะอาจมีบุคคลที่สาม หรือผู้คนฟ้องร้องได้
ถามย้ำว่า ถูกมองว่านี่อาจเป็นการขู่ก่อนลงมติหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของกฎหมาย หากไม่บอก ไปบอกทีหลังจะไม่มีประโยชน์ การขึ้นศาลจะทำให้รัฐเสียเงินเสียทองไปเปล่าๆ
ถามย้ำอีกว่า ไม่ได้ขู่ใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ได้ขู่ ผู้สื่อข่าวถามว่าคณะกรรมการแพทยสภาได้สอบถามอะไรบ้างหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ได้สอบถามอะไร เป็นหน้าที่ตนไปชี้แจงในเวลา 15 นาที เมื่อหมดเวลาก็ต้องออกตามมารยาท นอกจากนี้ ตนก็ขอการเปิดผลสำรวจความเชื่อมั่นของแพทยสภา ว่าตกลงมีคนไม่เชื่อมั่นถึง 54% อันนี้คือของนิด้าโพล ซึ่งถ้าเราเดินไม่ดี องค์กรที่น่าเชื่อถืออย่างสูง อาจลดความน่าเชื่อถือลงไป
เมื่อถามถึงกรณีเห็นว่าเอกสารที่แนบให้แพทยสภา มีคำว่า “ตีวัวกระทบคราด” นายสมศักดิ์ กล่าวว่า หมายความเช่นนั้น ก็เหมือนโกรธอีกคนหนึ่ง แต่ไปตีอีกคนหนึ่ง แล้วคนที่ถูกตีก็เจ็บ และสะเทือนไปทั้งระบบ กับหมอที่เกิดมาใหม่ และเดี๋ยวจะไม่มีใครมาทำหน้าที่ตรงนี้ พวกเราก็เดือดร้อน ขณะนี้ยังขาด 3 หมื่นคน หมอทั่วประเทศ
“บรรยากาศวันนี้ ตอนที่ผมชี้แจงก็เงียบสงบดี มีเสียงครืดคราด น่าจะเป็นที่ระบบสื่อสารมั้ง” นายสมศักดิ์ กล่าว
เมื่อถามว่าหากมติแพทยสภาสรุปไม่เป็นไปตามที่ท่านวีโต้ จะทำอย่างไร นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของผู้อื่นแล้ว ตนทำหน้าที่ครบแล้ว และก็จะมีหมอที่ถูกสอบตามมาอีก ก็ต้องไปดูที่คนใหม่
เมื่อถามถึงกรณีที่มีการตั้งคำถามว่าสภานายกพิเศษ มีไว้ทำไม นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนมองว่าตำแหน่งนี้ ตนมาทำตามหน้าที่ เพราะถ้าตนไม่มา ก็จะถูกร้องเรียนได้ เพราะสมัยนี้คนที่ร้องเรียน เขาก็จ้องที่จะร้องเรียน การทำหน้าที่ก็ไม่ได้สบายนัก ต้องทำการบ้าน เราก็ทำให้ดีที่สุด มีงานมากก็เหนื่อยมาก หากจะมีการปรับเปลี่ยนยกเลิกตำแหน่ง ก็ต้องไปแก้กฎหมายใหม่ ซึ่งต้องใช้เวลา
ถามถึงกรณีสังคมตั้งคำถามว่า นายสมศักดิ์ กำลังอุ้มแพทย์ที่ช่วยเหลือ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่หรอก เพราะในเรื่องของท่านอดีตนายกฯ นั้น จบแล้ว ผ่านไปแล้ว แต่ว่าการลงโทษแพทย์ จะเป็นบรรทัดฐานใหม่ ลูกหลานคนเรียนแพทย์ก็จะสะดุ้ง กลัว หนาวสั่นกันไปเปล่าๆ เพราะการทำด้วยเจตนาดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายสมศักดิ์ ให้สัมภาษณ์นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งในและนอกเครื่องแบบ ยืนประกบจำนวนมาก ขณะที่บรรยากาศภายนอกอาคารอาคารมหิตลาธิเบศร ซึ่งมีกลุ่มมวลชนจำนวนหนึ่งที่ยังปักหลักอยู่ ได้ตะโกนต่อเนื่องขับไล่นายสมศักดิ์ และกล่าวย้ำๆ ว่า “สภานายกพิเศษมีไว้ทำไม” กระทั่งนายสมศักดิ์ให้สัมภาษณ์เสร็จ เดินขึ้นรถยนต์ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยออกจากพื้นที่ไป โดยมวลชนบางคนถอดรองเท้าทำท่าทางปาเข้าใส่รถยนต์ที่กำลังเคลื่อนตัวด้วย.