จีน กางแผนปั้นเศรษฐกิจ ตั้งเป้าเป็นมหาอำนาจด้านการบริโภคของโลก
จีน กางแผนปั้นเศรษฐกิจ ตั้งเป้าเป็นมหาอำนาจด้านการบริโภคของโลก
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -25 มิ.ย. 68 15:35 น.
นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียงของจีน แสดงความมั่นใจว่า จีนสามารถเปลี่ยนการบริโภคให้เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ พร้อมกำหนดบทบาทประเทศเป็นพลังขับเคลื่อนที่สร้างเสถียรภาพให้กับการค้าโลก
หลี่ เฉียง กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม World Economic Forum ที่เมืองเทียนจินว่า คณะผู้กำหนดนโยบายกำลังพัฒนาประเทศให้เป็น “มหาอำนาจด้านการบริโภคขนาดใหญ่ นอกเหนือจากการเป็นมหาอำนาจด้านการผลิต ซึ่งจะเปิดพื้นที่ตลาดขนาดใหญ่ให้กับบริษัทจากทุกประเทศ” พร้อมเสริมว่า ในขณะที่ทั่วโลกกำลังเผชิญกับความขัดแย้งทางการค้ามากมาย จีนมีความพร้อมที่จะก้าวข้ามวัฏจักรไปข้างหน้าอย่างมั่นคง และยังเดินหน้าสร้างเสถียรภาพและความแน่นอนให้กับเศรษฐกิจโลกมากขึ้น”
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีจีน ไม่ได้กล่าวถึงภาษีของรัฐบาลทรัมป์หรือมาตรการจำกัดเทคโนโลยีของสหรัฐฯ โดยตรง แต่เรียกร้องให้ “ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการทำให้ประเด็นทางเศรษฐกิจและการค้ากลายเป็นเรื่องการเมือง” โดยกล่าวว่าแนวทางของรัฐบาลจีน นำมาซึ่งผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อทั้ง 2 ฝ่าย
เจ้าหน้าที่จีนมักแสดงความเชื่อมั่นว่า สามารถเสริมสร้างภาคการบริโภคให้เป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจได้ แต่ภารกิจนี้ต้องใช้ความรวดเร็วมากขึ้น เนื่องจากรัฐบาลทั่วโลกต่างต่อต้านการส่งออกจำนวนมหาศาลของจีน ซึ่งความตึงเครียดเหล่านี้ถูกตอกย้ำด้วยสงครามการค้ากับสหรัฐฯ ที่ปัจจุบันอยู่ในภาวะสงบศึกชั่วคราว
จีน ซึ่งเป็นชาติเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ยังคงประสบปัญหาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่อ่อนแอและแรงกดดันด้านภาวะเงินฝืด แม้ว่ายอดค้าปลีกที่แข็งแกร่งในเดือนพ.ค. จะช่วยบรรเทาผลกระทบจากภาษีของสหรัฐฯ ได้บ้าง ขณะที่โครงการนำสินค้าเก่ามาแลกซื้อของใหม่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจนเงินอุดหนุนมาตรการจากรัฐบาลในหลายเมืองเริ่มหมดลงอย่างรวดเร็ว
สื่อของรัฐระบุว่า จีนจะจัดสรรเงินทุนในแผนที่เหลืออีก 138,000 ล้านหยวน (ประมาณ 19,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ให้กับเมืองต่าง ๆ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงเงินอุดหนุนได้ตลอดทั้งปีนี้ โดยผู้กำหนดนโยบาย อาจจำเป็นต้องเพิ่มการสนับสนุนเศรษฐกิจเพื่อให้บรรลุเป้าหมายประมาณจีดีพีที่ 5% สำหรับปีนี้ ซึ่งรัฐบาลได้เพิ่มการใช้จ่ายในอัตราที่เร็วที่สุดในรอบ 3 ปีเพื่อกระตุ้นการเติบโต ส่งผลให้การขาดดุลงบประมาณพุ่งสูงถึง 3.3 ล้านล้านหยวนภายในเดือนพ.ค.
ทั้งนี้ ผู้บริหารธุรกิจระดับโลกและผู้นำโลก รวมถึงนายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่อง ของสิงคโปร์ และนายกรัฐมนตรีฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์ ของเวียดนาม กำลังเข้าร่วมการประชุม Summer Davos ที่จัดขึ้นที่เมืองเทียนจินทางตอนเหนือของประเทศจีน
ที่มา Bloomberg
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี
อีเมล์. siripong@efinancethai.comอนุมัติ โดย Supak Hopuengju
ดูข่าวต้นฉบับ