โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เช็กสถานะ ‘นาโต’ อยากใช้จ่ายกลาโหม 5% ของ GDP ทำได้แค่ไหน?

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 00.13 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 04.00 น.

ก่อนการประชุมสุดองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (การประชุมนาโต) ในช่วงวันที่ 24-25 มิ.ย. นี้ บรรดาพันธมิตรนาโตให้คำมั่นเมื่อวันอาทิตย์ (22 มิ.ย.) ว่าจะเพิ่มการใช้จ่ายงบประมาณกลาโหมสู่ระดับ 5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ภายในปี 2025 แต่จะสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้หรือไม่นั้นยังไม่มีความแน่ชัด

ซีเอ็นบีซีระบุว่า ตัวเลข 5% นั้นประกอบไปด้วยการใช้จ่ายกลาโหมล้วนๆ 3.5% ของจีดีพี ซึ่งราว 1.5% ของจีดีพีจะเป็นการใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคง เช่น ความสามารถด้านสงครามไซเบอร์และช่าวกรอง

ความเคลื่อนไหวของชาติพันธมิตรทางทหารตะวันตกเมื่อวันอาทิตย์ แสดงให้เห็นว่า สมาชิกพร้อมให้คำมั่นต่อสาธารณะ และตอบสนองความต้องการของรัฐบาลสหรัฐที่เรียกร้องให้พันธมิตรช่วยแบ่งเบาภาระในด้านกลาโหมและความมั่นคง

แต่จากข้อมูลอ้างอิงจากคาดการณ์การใช้จ่ายกลาโหมของสมาชิกนาโตในปี 2024 แสดงให้เห็นว่า เป้าหมายใช้จ่ายทางทหาร 5% ของจีดีพี เป็นเป้าหมายที่สูงมาก สำหรับประเทศสมาชิก 32 ประเทศ ที่กำลังประสบปัญหาการใช้จ่ายกลาโหมให้ได้ตามเป้าที่ระดับ 2% ของจีดีพี

การใช้จ่ายกลาโหมเป็นเรื่องที่ยุ่งยากสำหรับสมาชิกนาโตมาช้านาน และเป็นเรื่องกวนใจเรื่อยมาสำหรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ที่ต้องการให้พันธมิตรเพิ่มเป้าหมายการใช้จ่ายจาก 2% สู่ระดับ 4% ของจีดีพีตั้งแต่ปี 2018

อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายกลาโหมของนาโตก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งปธน.ก่อนหน้านี้

ในช่วงนั้น มีสมาชิกเพียง 6 รัฐที่ใช้จ่ายกลาโหมถึง 2% ของจีดีพีถือเป็นช่วงที่สร้างความไม่พอใจต่อปธน.สหรัฐในขณะนั้นมากที่สุด แต่ในปี 2023 มีสมาชิกมากถึง 23 รายที่บรรลุเป้าหมายการใช้จ่ายกลาโหม 2% ของจีดีพี

ขณะที่บางประเทศมีการใช้จ่ายเกินเป้าหมายอย่างมาก เช่น โปแลนด์ เอสโตเนีย สหรัฐ ลัตเวีย และกรีก ส่วนประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เช่น แคนาดา สเปน และอิตาลี กลับใช้จ่ายต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนด

และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีสมาชิกนาโตรายใดที่บรรลุเป้าหมายการใช้จ่ายกลาโหม 5% ของจีดีพี และบางประเทศมีแนวโน้มสูงที่จะชะลอเป้าหมายดังกล่าวออกไป

สำรวจความพร้อมสมาชิกนาโต

สเปนได้คัดค้านการเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านกลาโหม โดยเปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน กล่าวว่า มาดริดจะไม่ใช้จ่ายกลาโหมถึง 5% ของจีดีพี และจะใช้จ่ายเพียง 2.1% ของจีดีพี ตามข้อกำหนดทางการทหารของนาโต

“เราเคารพความปรารถนาอันชอบธรรมของประเทศอื่นๆ ที่ต้องการเพิ่มการลงทุนด้านกลาโหมอย่างเต็มที่ แต่เราจะไม่ทำเช่นนั้น” ซานเชซให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์ของสเปน และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซานเชซกล่าวว่า การเพิ่มค่าใช้จ่ายทางทหารไม่เพียงแต่ “ไม่สมเหตุสมผลเท่านั้น แต่ยังส่งผลเสียอีกด้วย”

อิตาลี ก็เป็นอีกประเทศที่ประสบปัญหาให้การบรรลุเป้าหมายใช้จ่ายกลาโหม 5% ของจีดีพี โดยเมื่อเดือนพ.ค. อิตาลีเผยว่า เพิ่งบรรลุการใช้จ่ายกลาโหม 2% ของจีดีพี และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กีโด โครเซตโต รัฐมนตรีกลาโหมอิตาลี ได้ตั้งคำถามถึงความเกี่ยวข้องกันของพันธมิตร และกล่าวว่า NATO ในปัจจุบัน "ไม่มีเหตุผลที่จะดำรงอยู่ต่อไป”

ขณะที่แคนาดาเผยว่า ประเทศจะใช้จ่ายกลาโหมถึง 2% ภายในเดือนมี.ค. 2026 ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เลื่อนออกไปอีก ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เคยบอกไว้ว่าจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวภายในปี 2023

แม้หลายประเทศให้คำมั่นจะใช้จ่ายกลาโหมถึง 5% ของจีดีพีอย่างเช่น เยอรมนี และสหราชอาณาจักร แต่ก็อาจประสบปัญหาในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว เนื่องจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจในบ้าน

อังกฤษ ได้ประกาศจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวล่าช้าไปอีก 3 ปี ซีเอ็นบีซีได้ติดต่อขอความเห็นจากรัฐบาลอังกฤษแล้วแต่ยังไม่ได้ตอบกลับ

ขณะที่เอสโตเนีย ประเทศซึ่งมีพรมแดนติดกับรัสเซียได้อนุมัติการลงทุนในโครงการด้านกลาโหม ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มค่าใช้จ่ายกลาโหมประจำปีสู่ระดับเฉลี่ย 5.4% ของจีดีพี ตั้งแต่ปี 2026-2029

คาร์สเทน นิกเกิล รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย จากบริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงทีนีโอ (Teneo) แสดงความคิดเห็นผ่านอีเมลเมื่อวันจันทร์ (23 มิ.ย.) ว่า การกระจายการใช้จ่ายด้านการทหารที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่เท่าเทียมกันในแต่ละภูมิภาคของทวีปยุโรปอาจทำให้เกิดความขัดแย้งในการประชุมสุดยอดในสัปดาห์นี้

“อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศที่เพิ่มมากขึ้นสามารถรับมือความท้าทายต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น” นิกเกิลกล่าว และย้ำว่าความขัดแย้งในเรื่องการแบ่งเบาภาระด้านการทหาร การขาดดุลการค้า และนโยบายจีนยังคงคุกคามความสัมพันธ์ระหว่างพันธมิตรอีกด้วย

อ้างอิง: CNBC

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...