โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์พบปะพันธมิตรนาโต พร้อมเขย่าการประชุมสุดยอดกรณีใช้จ่ายงบประมาณ

ไทยโพสต์

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 05.02 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 21.49 น.

โดนัลด์ ทรัมป์ประสบความสำเร็จในการประชุมสุดยอดนาโตที่กรุงเฮก โดยพันธมิตรต่างหวังว่าคำมั่นสัญญาที่จะเพิ่มการใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศจะทำให้ผู้นำสหรัฐฯไม่ถอนตัวจากองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ

บรรดาผู้นำจากประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ถ่ายรูปร่วมกับสมเด็จพระราชาธิบดี วิลเลม อเล็กซานเดอร์ แห่งเนเธอร์แลนด์ (กลาง-ซ้าย) และสมเด็จพระราชินีมักซิมา (กลาง-ขวา) ขณะเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อสังสรรค์ที่พระราชวัง 'Huis ten Bosch' ระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำที่กรุงเฮก เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน (Photo by Haiyun Jiang / POOL / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพุธที่ 25 มิถุนายน 2568 กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เดินทางมายังกรุงเฮก เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดนาโตกับผู้นำจากสมาชิกอีก 31 ประเทศ

กำหนดการประชุม 2 วันเริ่มต้นด้วยงานเลี้ยงอาหารค่ำที่จัดขึ้นโดยสมเด็จพระราชาธิบดี วิลเลม อเล็กซานเดอร์แห่งเนเธอร์แลนด์ ในห้องโถงออเรนจ์อันวิจิตรงดงามที่พระตำหนักของพระองค์

กลุ่มพันธมิตรหวังที่จะรักษาคำมั่นสัญญาร่วมกับทรัมป์ด้วยการสนองความต้องการของเขาในการกำหนดตัวเลขการใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศเป็น 5% ของจีดีพีแต่ละชาติสมาชิก

แต่ทรัมป์ปฏิเสธที่จะบอกว่าเขาให้คำมั่นสัญญาต่อมาตรา 5 ของนาโตและการปกป้องยุโรป ในความคิดเห็นที่น่าจะสร้างความหวั่นไหวให้กับสถานการณ์โลก

"ขึ้นอยู่กับคำจำกัดความของแต่ละผู้นำ เพราะมาตรา 5 มีคำจำกัดความมากมาย แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นเพื่อนกับพวกเขา" ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน

เพื่อให้ทรัมป์ยังคงอยู่กับองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ต่อไป ประเทศสมาชิกทั้งหมดได้หารือข้อตกลงประนีประนอมเพื่ออุทิศงบประมาณ 3.5% ให้กับความต้องการทางทหารหลักภายในปี 2035 และ 1.5% ให้กับด้านความมั่นคงที่กว้างขึ้น เช่น ความมั่นคงทางไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐาน

นาโตระบุว่าการเพิ่มกำลังทหารเป็นสิ่งสำคัญในการยับยั้งรัสเซียซึ่งหน่วยข่าวกรองเตือนว่ากำลังทหารที่สูญเสียไปจากสงครามในยูเครนกำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและอาจพร้อมที่จะโจมตีพันธมิตรในอีก 5 ปีข้างหน้า

และอีกประการหนึ่งที่มีความสำคัญพอๆ กันคือการทำให้ทรัมป์ยังคงมีส่วนร่วมต่อไป เนื่องจากรัฐบาลวอชิงตันเคยเปรยว่าอาจย้ายกำลังทหารจากยุโรปไปรับมือกับภัยคุกคามจากจีน

ทรัมป์กล่าวว่า "พวกเขาจะเพิ่มกำลังทหารเป็น 5% ซึ่งนั่นถือว่าดี เพราะจะทำให้พวกเขามีอำนาจมากขึ้น"

แม้คำสัญญาว่าจะเพิ่มการใช้จ่ายอาจชนะใจทรัมป์ได้ แต่ยังคงมีความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงเกี่ยวกับแนวทางในการจัดการกับปัญหาความมั่นคงที่สำคัญของยุโรป นั่นคือการทำสงครามของรัสเซีย

ทรัมป์กล่าวว่าเขาอาจจะพบกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนในกรุงเฮก ซึ่งรัฐบาลเคียฟเองก็หวังว่าการพบปะกันครั้งนี้จะช่วยลบเลือนการทะเลาะเบาะแว้งที่โด่งดังระหว่างทั้งสองผู้นำได้

เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวว่า คำมั่นสัญญาเรื่องการใช้จ่าย "ครั้งประวัติศาสตร์" ของนาโตแสดงให้เห็นว่าในที่สุดยุโรปก็ตื่นตัวด้านการป้องกันประเทศแล้ว

ในขณะเดียวกัน ผู้นำกลุ่มพันธมิตรซึ่งหลายคนกำลังดิ้นรนหางบอย่างทุลักทุเล ก็เรียงหน้าตอกย้ำว่าภัยคุกคามที่ทวีปยุโรปต้องเผชิญนั้นจำเป็นต้องเริ่มด้วยขั้นตอนที่กล้าหาญ

นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ของอังกฤษกล่าวว่า "เราต้องเดินหน้าในยุคแห่งความไม่แน่นอนอย่างรุนแรงนี้ด้วยความคล่องตัว" พร้อมประกาศความมุ่งมั่นของสหราชอาณาจักรในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว

เยอรมนีซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจเช่นกัน ได้ประกาศแผนการที่จะบรรลุเป้าหมายด้านการป้องกันประเทศพื้นฐานที่ 3.5% ภายในปี 2029 ซึ่งเร็วกว่ากรอบเวลาที่กำหนดไว้ถึง 6 ปี

ในอีกด้านหนึ่ง นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ของสเปนเสี่ยงที่จะทำให้ทรัมป์โกรธด้วยการยืนกรานว่าประเทศของเขาไม่จำเป็นต้องบรรลุเป้าหมาย 5%

นับตั้งแต่ทรัมป์กลับมามีอำนาจอีกครั้ง เขาได้พลิกโฉมแนวทางของชาติตะวันตกต่อความขัดแย้งที่ดำเนินมานาน 3 ปี ด้วยการหันหลังให้กับยูเครนและเปิดประตูความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับรัสเซียมากขึ้น

เซเลนสกีถูกกำหนดให้มีบทบาทสำคัญน้อยลงกว่าในการประชุมนาโตก่อนหน้านี้ และจะไม่เข้าร่วมการประชุมหลัก แม้ถูกเชิญให้มีส่วนร่วมก็ตาม

แต่ประธานาธิบดีของยูเครนกล่าวว่าเขาจะหารือกับทรัมป์เกี่ยวกับการซื้อชุดอาวุธที่ประกอบด้วยระบบป้องกันภัยทางอากาศเป็นหลัก

นอกจากนี้ เขายังเตรียมกดดันทรัมป์ให้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียครั้งใหม่ เนื่องจากรัฐบาลมอสโกได้ขัดขวางความพยายามในการสร้างสันติภาพที่รัฐบาลวอชิงตันเองเป็นคนกลางในการผลักดันอยู่

"ไม่มีสัญญาณใดๆ ที่บ่งชี้ว่าปูตินต้องการยุติสงครามนี้ รัสเซียปฏิเสธข้อเสนอสันติภาพทั้งหมดรวมถึงข้อเสนอจากสหรัฐฯ เพราะปูตินคิดถึงแต่เรื่องสงครามเท่านั้น" ผู้นำยูเครนกล่าวในฟอรัมกลาโหมที่จัดขึ้นพร้อมกับการประชุมสุดยอดครั้งนี้

มาร์ก รุตต์ เลขาธิการนาโตกล่าวว่า พันธมิตรจะส่งสารสำคัญต่อการสนับสนุนยูเครน ซึ่งจะคงอยู่และไม่เปลี่ยนแปลง

แม้เขายืนกรานว่าการเสนอตัวเป็นสมาชิกของยูเครนยังคงอยู่ในกระบวนการ แต่นาโตจะหลีกเลี่ยงการกล่าวถึงการผลักดันยูเครนเนื่องจากทรัมป์ยังไม่ตอบรับ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...