โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธงเหลืองจากโลกการเงิน : เมื่อ Moody’s เริ่มไม่แน่ใจในอนาคตไทย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 พ.ค. 2568 เวลา 15.04 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2568 เวลา 08.04 น.

เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2568 มูดี้ส์ เรทติ้งส์ (Moody’s Ratings) ปรับลดแนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศไทยจาก “มีเสถียรภาพ” (Stable) เป็น “เชิงลบ” (Negative) เป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี แม้จะยังคงอันดับเครดิตไว้ที่ระดับ Baa1 และตราสารหนี้ต่างประเทศที่ระดับ Prime-2 แต่การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่เพียงสัญญาณทางเทคนิค หากสะท้อน “ความกังวลเชิงโครงสร้าง” ที่กำลังสะสมลึกและกว้างขึ้นเรื่อย ๆ

บทความโดย : กรรวี วงษ์ศิริเลิศ Economist, Bnomics

มูดี้ส์เคยปรับมุมมองไทยเป็นเชิงลบมาแล้วในปี 2551 ช่วงวิกฤตซับไพรม์ และกลับมาเป็นเสถียรภาพในปี 2553 การเปลี่ยนแปลงรอบนี้จึงไม่ใช่เรื่องใหม่… แต่เป็นการตั้งคำถามซ้ำว่า ไทยยังสามารถรักษาศรัทธาจากนักลงทุนระหว่างประเทศไว้ได้หรือไม่?

อะไรคือสาเหตุเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้?

คำตอบไม่ได้อยู่แค่ในตัวเลขงบประมาณหรืออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ซ่อนอยู่ใน “โครงสร้าง” ของเศรษฐกิจ การคลัง และการเมืองไทย ที่กำลังถูกโลกประเมินใหม่ด้วยสายตาที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

1. สัญญาณเตือนกลางคลื่นใหม่ของความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง

การที่ Moody’s ปรับแนวโน้มเป็น “เชิงลบ” แม้ยังไม่ลดอันดับเครดิต เป็นสัญญาณเตือนกลางกระแสโลกที่เปลี่ยนเร็ว — เงินทุนไหลเร็ว ดอกเบี้ยสูง และการแข่งขันดึงดูด FDI เข้มข้น ประเทศอย่างมาเลเซีย (A3/Stable) และอินโดนีเซีย (Baa2/Stable) เริ่มถูกมองว่าน่าดึงดูดยิ่งกว่าไทย โดยเฉพาะเมื่อเศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่าศักยภาพ ปี 2567 โตเพียง 2.5% และปี 2568 IMF คาดโตเพียง 1.8% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอาเซียน
นี่คือคำเตือนล่วงหน้า ว่าไทยอาจหลุดจากกลุ่มประเทศที่โลก “ไว้ใจ” หากไม่เร่งปรับตัว

2. การคลังอ่อนแรงในวันที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้น

ดุลการคลังปี 2568 ขาดดุลกว่า 3.75 แสนล้านบาท - หากเงินนี้ถูกใช้เพื่อสร้างศักยภาพใหม่ของประเทศ อาจไม่ใช่ปัญหา แต่หนี้สาธารณะกลับเพิ่มเร็ว จาก 41.2% ของ GDP ในปี 2562 เป็น 63.8% ในปี 2567 ขณะเดียวกัน รายจ่ายประจำยังสูงกว่ารายจ่ายลงทุนอย่างต่อเนื่อง

“การขาดดุล” จึงกลายเป็น “ภาระสะสม” มากกว่าจะเป็นการลงทุนเพื่ออนาคต และสะท้อนวินัยการคลังที่อ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญ

3. เสถียรภาพทางการเมือง = เงื่อนไขสำคัญของการฟื้นความเชื่อมั่น

Moody’s ชี้ชัดถึง “ความไม่แน่นอนทางการเมือง” และ “การปฏิรูปเชิงโครงสร้างที่ยังไม่คืบหน้า” ว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันความเชื่อมั่นของตลาด แม้มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น ดิจิทัลวอลเล็ต แต่เมื่อไม่มีความชัดเจนเรื่องแหล่งงบประมาณหรือเป้าหมายระยะยาว ก็ยังไม่ได้รับความเชื่อถือจากนักลงทุน

โลกไม่ได้รอฟังแค่นโยบายใหม่ แต่ต้องการเห็นนโยบายที่ “ดำเนินได้จริง” อย่างต่อเนื่อง มีเอกภาพ และพาประเทศออกจากกับดักความไม่แน่นอนได้

4. จากเสถียรภาพสู่ความสามารถในการแข่งขัน

ผลกระทบจากมุมมองเชิงลบ ไม่ได้จบแค่ภาพลักษณ์หรือการเมืองเท่านั้น หากลามไปสู่ “ต้นทุนทุน” ของระบบเศรษฐกิจทั้งวงจร

อันดับเครดิตคือหนึ่งในปัจจัยหลักที่กำหนด “ต้นทุนทางการเงิน” ของทั้งรัฐบาลและเอกชน หากอันดับถูกลด ดอกเบี้ยพันธบัตรจะสูงขึ้น ต้นทุนกู้ยืมของธุรกิจเอกชนก็จะตามมา ขณะที่คู่แข่งในภูมิภาค เช่น มาเลเซียและอินโดนีเซีย ต่างเร่งสร้างจุดขายใหม่เพื่อดึงดูดการลงทุน ตั้งแต่ EV พลังงานหมุนเวียน ไปจนถึงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

ขณะที่ไทยยังไม่มีแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวที่สร้างความได้เปรียบใหม่ นี่คือความเสี่ยงในโลกที่แข่งขันด้วย “ความน่าเชื่อถือ” ไม่ใช่แค่ทรัพยากร

5. บททดสอบของความน่าเชื่อถือ: รัฐบาลต้องเดินหน้าอย่างมีวินัยและเชิงรุก

สิ่งที่โลกต้องการเห็นจากไทยไม่ใช่เพียง“งบกระตุ้นระยะสั้น” แต่คือ วินัยการคลังระยะยาว พร้อมการลงทุนในอนาคต เช่น พลังงานสะอาด โครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์ ระบบดิจิทัลและ AI รวมถึงการปฏิรูประบบภาษีให้เท่าทันเศรษฐกิจยุคใหม่

การรักษาอันดับ Baa1 ต้องเกิดจากการตัดสินใจที่กล้าหาญ มีทิศทางชัดเจน และไม่ผัดวันประกันพรุ่ง

หากไทยไม่สามารถใช้เงินที่กู้มาเพื่อสร้างศักยภาพระยะยาวได้… การถูกลดอันดับเครดิตจริงในรอบหน้า คงไม่ใช่แค่ “ความเป็นไปได้” แต่จะกลายเป็น “ความเป็นจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”

บทสรุป: เสียงสะท้อนจากภายนอก คือกระจกสะท้อนความจริงภายใน

การถูกปรับมุมมองเครดิตคือเสียงเตือนที่ดังพอสำหรับทุกฝ่าย ทั้งรัฐบาล นักการเมือง นักวางแผน และภาคเอกชน ว่าความน่าเชื่อถือของประเทศไม่ใช่สิ่งที่ได้มาฟรี ๆ แต่ต้องแลกมาด้วย การตัดสินใจที่กล้าหาญ การสื่อสารที่ชัดเจน และนโยบายที่เดินหน้าอย่างมีวินัยและต่อเนื่อง

ในโลกที่ความเสี่ยงไม่รอใคร เราอาจไม่มีโอกาสให้“สอบซ่อม” อีกครั้ง หากสอบตกในรอบหน้า

เพราะในโลกที่การแข่งขันสูงขึ้นทุกวัน “ความน่าเชื่อถือ” คือ ทุนสำคัญที่สุด ที่ไม่มีใครมอบให้… แต่เราต้องพิสูจน์ว่า ประเทศไทยยัง ‘น่าเชื่อถือ’ พอสำหรับโลกที่ไม่หยุดรอใคร

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...