อดีตผู้ว่าททท.ชี้ปัญหา ถึงเวลาหยุดวิกฤตท่องเที่ยวไทยเผชิญพิษความปลอดภัยฉุดจีนหาย 31%
อดีตผู้ว่าททท.ชี้ปัญหา ถึงเวลาหยุดวิกฤตท่องเที่ยวไทยเผชิญพิษความปลอดภัยฉุดจีนหาย 31%
นายยุทธศักดิ์ สุภสร อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญภาวะ Freefall หรือการตกลงอย่างอิสระ จากการลดลงรวดเร็วของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวจีนต่ำกว่าระดับ 10,000 คน ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม ข้อมูลวันที่ 13 พฤษภาคม อยู่ที่ 8,379 คนเท่านั้น โดยการหดหายไปของนักท่องเที่ยวจีน ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติภาพรวมลดลง ต่ำกว่า 60,000 คนต่อวัน ซึ่งการปรับลดลงของนักท่องเที่ยวในภาพรวมเกิดจากการหดตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียเป็นหลัก เพราะมีสัดส่วนกว่า 60% เทียบกับภาพรวม โดยเฉพาะจีนที่เป็นตลาดหลักของการท่องเที่ยวไทย นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 11 พฤษภาคม 2568 มีนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยสะสม 1,766,870 คน ลดลงกว่า 31.15% เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปี 2567 หากย้อนไปปี 2562 มีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวไทยกว่า 10.8 ล้านคน สัดส่วน 27% ของต่างชาติทั้งหมด เฉลี่ยเดือนละ 900,000 คน วันละ 30,000 คน
นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า การท่องเที่ยวถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แม้เผชิญวิกฤตหลายครั้งแต่สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วเหมือนช่วงหลังโควิด-19 ถือเป็นการฟื้นตัวที่รวดเร็วในอันดับต้นๆ ของโลก โดยมีตลาดหลักคือจีนและประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนเป็นแรงขับเคลื่อนการฟื้นตัว การหดหายไปของตลาดจีน ทำให้ความสำคัญของตลาดจีนเหลือเพียง 14% ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด เทียบกับสัดส่วน 27% เมื่อปี 2562 ที่จีนถือเป็นแหล่งรายได้ท่องเที่ยวสำคัญที่สุดของไทย โดยสาเหตุที่นักท่องเที่ยวจีนหายไป เป็นปัญหาภาพลักษณ์ที่สั่งสมมานาน สอดคล้องกับผลสำรวจของ Dragon Trail International บริษัทด้านการท่องเที่ยวในประเทศจีนที่พบว่า คนจีนกังวลการเดินทางมาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจาก 28% ในปี 2565 เป็น 51% ในปี 2566 ทั้งภาพลักษณ์เชิงลบผ่านภาพยนตร์ อาทิ No More Bets ที่สื่อถึงวงจรฉ้อโกง การค้ามนุษย์ การค้าอวัยวะในตลาดมืด แก๊งคอลเซ็นเตอร์ กรณีนักแสดงจีนที่หายไปบริเวณชายแดนไทย ตอกย้ำภาพดังกล่าว และข่าวร้ายที่นำเสนอผ่านสื่อโซเชียลในจีนอย่างต่อเนื่อง
นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า Tongcheng Travel ผู้ให้บริการทัวร์ท่องเที่ยวรายใหญ่และมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในประเทศจีน เผยว่าญี่ปุ่นกลายเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของชาวจีน ตามด้วย มาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ส่วนไทยหล่นมาอยู่อันดับที่ 5 สอดคล้องกับข้อมูลของทริปดอทคอม ธุรกิจบริการทัวร์ท่องเที่ยวออนไลน์ชื่อดังในจีนที่ออกมาระบุว่า ในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวหรือตรุษจีนที่ผ่านมา ปริมาณการเดินทางเข้าและออกประเทศจีนพุ่งสูงขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับช่วงเทศกาลเดียวกันในปี 2567 โดยญี่ปุ่นกลายเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งของคนจีนจากแผ่นดินใหญ่ ซึ่งการฟื้นตัวของอัตราเที่ยวบินจากจีนภาพรวมอยู่ที่ 79% แต่ไทยมีการฟื้นตัวเที่ยวบินขาออกจากจีนเพียง 58% เท่านั้น อยู่อันดับที่ 21 น้อยกว่าและเป็นรองจากลาว 137% มาเลเซีย 115% สิงคโปร์ 103% เวียดนาม 97% ส่วนญี่ปุ่นมีเที่ยวบินจากจีนเข้าไปกว่า 108% สอดคล้องกับยอดจองที่พักในญี่ปุ่นโตแรงถึง 300% ช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา
“สาเหตุที่จีนไม่มาเที่ยวไทยแต่ไปเที่ยวญี่ปุ่น เพราะเศรษฐกิจจีนเข้าสู่ช่วงตกต่ำ มีนโยบายให้เที่ยวในประเทศ รวมถึงตั้งแต่ปี 2565 ค่าเงินเยนต่อเงินหยวนอ่อนค่าลงกว่า 25% ราคาสินค้าและบริการในญี่ปุ่น มีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น แต่ไทยแม้ค่าเงินบาทต่อหยวนจะคงที่ แต่ต้นทุนการบริโภคในไทยช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งค่าที่พัก ค่าอาหาร ปรับตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ความได้เปรียบด้านราคาในฐานะจุดหมายปลายทางที่ค่าใช้จ่ายไม่สูงของไทยร่วงลง รวมถึงญี่ปุ่นถูกมองว่า เป็นประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในโลกมาเป็นเวลานาน แต่ไทยมีข่าวลบเกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจีนลดลง สอดคล้องกับข้อมูลดัชนี Travel & Tourism Development (TTDI) ที่ระบุว่า ความปลอดภัยของไทยล่าสุดปรับแย่ลงจากอันดับที่ 88 เป็นอันดับที่ 92 จาก 117 ประเทศ” นายยุทธศักดิ์กล่าว
นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า Stop the Freefall หยุดวิกฤตท่องเที่ยวไทย ดึงนักท่องเที่ยวกลับมา และถือโอกาสนี้ปรับโครงสร้าง นักท่องเที่ยวไปสู่กลุ่มคุณภาพเพิ่มขึ้น Rebrand เพื่อ Rebuild ความเชื่อมั่น ทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในฐานะประเทศแห่งรอยยิ้มของคุณภาพและความปลอดภัย ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงสร้างภาพลักษณ์ใหม่ แต่ต้องเน้นสร้างความมั่นใจ ความรู้สึกปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว โดยพัฒนาปัจจัยสนับสนุนการท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐานบริการนักท่องเที่ยวเพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการอย่างไทย ไม่ใช่แค่ฟรีวีซ่าเท่านั้น แต่รวมถึงปัจจัยที่เอื้อต่อการเดินทางอย่างสะดวกและปลอดภัย (Ease & Safe of Traveling) เพื่อสร้างความทรงจำที่ประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึงและตลอดระยะเวลาที่เดินทางท่องเที่ยว สร้างความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวในทุกมิติ อาทิ ด้านคุณภาพการบริการ รถแท็กซี่ ต้องพัฒนาระบบเตือนอุบัติเหตุ/อุบัติภัย มีหลากหลายภาษา ชูซอฟต์พาวเวอร์และเมืองรอง (เมืองน่าเที่ยว) เป็นจุดขายใหม่ สร้างภาพจำใหม่ โดยให้สะท้อนถึงความเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและเป็นส่วนตัว ลบภาพเดิม และแบบแผนเดิมๆ ทิ้งไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อดีตผู้ว่าททท.ชี้ปัญหา ถึงเวลาหยุดวิกฤตท่องเที่ยวไทยเผชิญพิษความปลอดภัยฉุดจีนหาย 31%
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th