โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กินหัวจรดหางแบบ “Nose to Tail” ปรัชญาการกินเพื่อโลก เพื่อสุขภาพ เพื่อชีวิต

นิตยสารคิด

อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 00.07 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 00.07 น.
nose-to-tail-eating-cover

การรับประทานอาหารที่สมดุลในปัจจุบัน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเลือกเนื้อสัตว์คุณภาพอีกต่อไป หากแต่ขยายความไปสู่การบริโภคที่ยั่งยืนและเคารพต่อทรัพยากรทุกส่วนของชีวิต แนวคิดการรับประทานอาหารแบบ “Nose to Tail” หรือการ “กินหัวจรดหาง” จึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้ที่รับประทานเนื้อสัตว์ แต่ใส่ใจผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม “คิด” ชวนสำรวจที่มารากฐานของแนวคิดนี้ ซึ่งไม่เพียงช่วยลดของเสียจากอาหาร แต่ยังสะท้อนจิตสำนึกในการกินอย่างรู้คุณค่า เพื่อให้ทุกส่วนของสัตว์ได้ถูกใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าและยั่งยืนที่สุด

แนวคิดหลักของ “Nose to Tail”
การกินแบบ Nose to Tail คือปรัชญาการทำอาหารที่เน้นการใช้ประโยชน์จากทุกส่วนที่กินได้ของสัตว์ ตั้งแต่จมูกไปจนถึงหาง โดยไม่ให้มีส่วนใดต้องเสียไปอย่างเปล่าประโยชน์ ซึ่งแตกต่างจากการบริโภคเฉพาะเนื้อสัตว์เฉพาะบางส่วน เช่น สเต็ก อกไก่ หรือหมูสับ แนวคิดนี้จึงส่งเสริมให้ใช้ประโยชน์จากสัตว์ทั้งตัว ตั้งแต่เครื่องใน กระดูก หนัง ไปจนถึงส่วนที่คนทั่วไปไม่คุ้นเคย

แนวคิดนี้ได้รับความสนใจมากขึ้นตั้งแต่ปี 2004 โดยเชฟและผู้จัดการร้านอาหารชาวอังกฤษ เฟอร์กัส เฮนเดอร์สัน (Fergus Henderson) ซึ่งได้ตีพิมพ์หนังสือ The Whole Beast: Nose to Tail Eating และ Nose to Tail Eating: A Kind of British Cooking โดยเล่มแรกอธิบายถึงแนวคิดและหลักการ ส่วนเล่มที่สองนำเสนอสูตรอาหารจากชิ้นส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ที่คนไม่ค่อยนิยมใช้

เฮนเดอร์สันอาจไม่ใช่ผู้คิดค้นแนวทางนี้ แต่ก็ถือเป็นผู้ปลุกกระแสให้กลับมาอยู่แถวหน้าของวงการอาหารอังกฤษ โดยแนวคิดของเขาสอดคล้องกับกระแส Slow Food Movement ที่เริ่มขึ้นในอิตาลีช่วงปี 1980s และจุดประกายการเปลี่ยนแปลงในระดับนานาชาติไปสู่การทำอาหารแบบ farm-to-table หรือ จากฟาร์มถึงโต๊ะอาหาร เพื่อสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่น และเลือกเนื้อสัตว์จากแหล่งที่เลี้ยงอย่างธรรมชาติ

(Alex Ruggieri / Unsplash)

แนวคิดจากหนังสือของเฮนเดอร์สันคือการทำให้การรับประทานชิ้นส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ที่มักถูกมองข้าม เช่น หัวหมู หัวใจวัว ผ้าขี้ริ้ว และอวัยวะภายอื่น ๆ กลายเป็นเรื่องน่าสนใจและเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับคนทั่วไป ทั้งยังจุดกระแสการกินที่ยั่งยืน ประหยัด และมีคุณค่าทางโภชนาการ จนทำให้แนวคิดนี้แพร่หลายไปทั่วโลก

ในขณะที่วัฒนธรรมตะวันตกเพิ่งกลับมาให้คุณค่ากับการกินหัวจรดหาง วัฒนธรรมพื้นเมืองหลายแห่งทั่วโลก เช่น ชนเผ่าพื้นเมืองในอเมริกา หรืออาหารจีนดั้งเดิม ยังคงใช้ทุกส่วนของสัตว์ในการปรุงอาหารมาโดยตลอด สะท้อนถึงความเข้าใจในคุณค่าของชีวิตและทรัพยากรตั้งแต่ต้น แม้จะก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่แล้วก็ตาม โดยนักชิมชื่อดังอย่าง แอนโทนี บูร์แดง (Anthony Bourdain) ก็มีบทบาทสำคัญในการนำแนวคิดนี้กลับเข้าสู่กระแสหลักอีกครั้ง

กินแบบ “Nose to Tail” เติมคุณค่าซูเปอร์ฟู้ดจากสัตว์
เมื่อพุดถึง “ซูเปอร์ฟู้ด” หลายคนมักนึกถึงผักและผลไม้สีสดที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ แต่ในความเป็นจริง เครื่องในสัตว์ โดยเฉพาะจากสัตว์ที่เลี้ยงด้วยหญ้า เช่น วัว กวาง แพะ และลูกแกะ กลับมีสารอาหารหนาแน่นยิ่งกว่าอาหารเสริมเพื่อสุขภาพหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน A และ B ธาตุเหล็ก ทองแดง ซิลีเนียม และสังกะสี โดยเฉพาะในตับวัวที่อุดมไปด้วยโคลีน (Choline) สารอาหารที่จำเป็นต่อสุขภาพสมองและพัฒนาการด้านความทรงจำของทารกในครรภ์ และยังมีประโยชน์ต่อผู้ใหญ่ในการฟื้นฟูตับไขมันและกล้ามเนื้ออีกด้วย

นอกจากนี้ ในสมัยโบราณยังมีความเชื่อว่า “กินส่วนไหน บำรุงส่วนนั้น” เช่น กินหัวใจเพื่อบำรุงหัวใจ กินไตเพื่อบำรุงไต กินสมองเพื่อบำรุงสมอง ถึงแม้ว่าแนวคิดนี้จะไม่ได้รับการยืนยันทางวิทยาศาสตร์โดยตรง แต่ก็สอดคล้องกับหลักโภชนาการหลายประการ เพราะอวัยวะของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีโครงสร้างคล้ายกับของมนุษย์ จึงอาจช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารจำเป็นต่อการบำรุงอวัยวะเหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในปัจจุบันคนส่วนใหญ่มักจะเลือกกินเฉพาะเนื้อกล้ามเนื้อ เช่น สเต็กหรืออกไก่ ซึ่งหมายความว่าเรากำลังละทิ้งพลังงานและสารอาหารดี ๆ จากครึ่งหนึ่งของสัตว์ไปโดยเปล่าประโยชน์ ทั้งที่ส่วนอื่น ๆ ของสัตว์ก็อุดมไปด้วยสารอาหารคุณภาพสูงเช่นเดียวกัน

(André Bjørkhaug / Unsplash)

การบริโภคเนื้อสัตว์อย่างคุ้มค่า ไม่เพียงเพิ่มคุณค่าด้านโภชนาการเท่านั้น แต่ยังเป็นวิธีการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะการผลิตเนื้อสัตว์เป็นกระบวนการที่ใช้ทรัพยากรและปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณสูง การกินเฉพาะบางส่วนอย่างที่เคยคุ้นชินในประเทศตะวันตก จึงสร้างความสูญเสียมากมาย

ด้วยความตระหนักถึงเรื่องนี้กันมากขึ้น หลายคนจึงหันมาเปลี่ยนพฤติกรรม ลดการบริโภคเนื้อสัตว์ลง หรือเปลี่ยนไปใช้ชีวิตแบบมังสวิรัติแทน ในขณะที่อีกหลายคนให้ความสำคัญกับการลด Food Waste มากขึ้น ซึ่งรวมถึงการเทรนด์การกินแบบ Nose to Tail เพื่อใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าและเป็นมิตรกับโลกมากขึ้น การกินแบบนี้จึงไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นการเคารพชีวิตสัตว์ทุกตัว และแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกคำที่เรารับประทาน

(Wesual Click / Unsplash)

เริ่มต้นกินแบบ “Nose to Tail” อย่างไรดี?
การเริ่มต้นการกินแบบหัวจรดหางอาจดูท้าทายสำหรับหลาย ๆ คนที่เพิ่งจะเริ่มต้น เนื่องจากเป็นการลองกินส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ที่ไม่คุ้นเคย เช่น หัวใจ ตับ สมอง ผ้าขี้ริ้ว หรือกระดูก แล้วเราควรเริ่มจากตรงไหนก่อนดี

หากยังไม่พร้อมหรือรู้สึกว่าเครื่องใน หนัง หรือเอ็น ยังคงยากเกินไปสำหรับการเริ่มต้น อาจลองเป็นการรับประทาน “น้ำต้มกระดูก” ที่อุดมไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ และกรดอะมิโนถึง 17 ชนิด ซึ่งแตกต่างจากซุปก้อนหรือซุปไก่สำเร็จรูปทั่วไป เรียกได้ว่าน้ำต้มกระดูกเปรียบเสมือนขุมทรัพย์ทางโภชนาการชั้นเลิศทีเดียว

ในน้ำต้มกระดูกยังมีคอลลาเจน ซึ่งคิดเป็น 30% ของโปรตีนทั้งหมดในร่างกายของเรา ที่ผ่านการเคี่ยวจนแตกตัวเป็นเจลาตินและมีสารที่มีคุณสมบัติส่งเสริมสุขภาพอย่าง กลูตามีน (Glutamine) โพรลีน (Proline) ไฮดรอกซีโพลีน (Hydroxyproline) และไกลซีน (Glycine) ซึ่งช่วยบำรุงสุขภาพผิว กระดูก ข้อต่อ ระบบสมอง ลำไส้ รวมถึงหัวใจและหลอดเลือด ด้วยรสชาติที่อร่อยและคุณค่าทางโภชนาการที่ครบถ้วน น้ำต้มกระดูกจึงเป็นทางเลือกที่ง่ายและดีสำหรับผู้ที่อยากเริ่มต้นการกินแบบ Nose to Tail อย่างแท้จริง

การกินแบบ Nose to Tail ไม่ใช่เพียงแค่เทรนด์ที่ดีต่อโลกหรือเพื่อสุขภาพเท่านั้น แต่เป็นการกลับคืนสู่ภูมิปัญญาดั้งเดิมที่เคารพชีวิตสัตว์และทรัพยากร ด้วยการใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของสัตว์อย่างรู้คุณค่า ไม่ปล่อยให้สิ่งใดถูกทิ้งอย่างสูญเปล่า นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้เราได้สัมผัสประสบการณ์การกินใหม่ ๆ พร้อมกับส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืนในระยะยาว

ที่มา : บทความ “Nose-To-Tail Eating: Nutrition Benefits and How To Get Started” จาก hunterandgatherfoods.com
บทความ “Nose To Tail Eating: Paying Animals The Highest Respect” จาก jimajackson.com
บทความ “What does nose-to-tail mean?” จาก sloanes.co.th
บทความ “Why Eat Nose to Tail?” จาก nosetotail.org
บทความ “What is nose to tail eating? Why is it relevant now?” จาก nutritics.com
บทความ “Nose to Tail” กินหัวจรดหาง ช่วยเรา ช่วยโลกได้ยังไง?" จาก wongnai.com
บทความ “A beginner’s guide to eating Nose to Tail” จาก lovefoodhatewaste.co.nz
บทความ “Nose-to-Tail Eating: Everything You Need to Know” โดย Chris Kresser

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

ประกาศผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ตรวจหวย 1 มี.ค. 2569 เช็กทุกรางวัลที่นี่

The Bangkok Insight

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดประจำวันที่ 16 มีนาคม 2569

JS100 - Post&Share

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด บีจี ปทุม พบ สุโขทัย เอฟซี ไทยลีก วันนี้ 1 มี.ค.69

PostToday

GDH เปิดตัวโปสเตอร์แรก ‘โกฮัง..หัวใจโกโฮม’

ประชาชาติธุรกิจ

Netflix เนรมิตสวนลุมฯ เป็น “แกรนด์ไลน์” บุกไทย 8-15 มี.ค. นี้ แฟน One Piece ห้ามพลาด

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

แลนด์มาร์คใหม่ลำปาง 'บึงเจ็ทสกี' สวรรค์ของสายสปีดท่ามกลางธรรมชาติ

คมชัดลึกออนไลน์
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...