สหรัฐ เปลี่ยนคำแนะนำวัคซีนโควิด ห่วงกลุ่มเสี่ยงเข้าถึงวัคซีนน้อยลง
The Bangkok Insight
อัพเดต 08 มิ.ย. 2568 เวลา 06.36 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2568 เวลา 06.36 น. • The Bangkok Insightการปรับเปลี่ยนคำแนะนำเกี่ยวกับวัคซีนโควิดครั้งใหม่ของสหรัฐ กำลังสร้างความกังวลให้กับแพทย์และผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก
บรรดาผู้เชี่ยวชาญเตือนว่ามาตรการที่รัฐมนตรีสาธารณสุขของสหรัฐฯ เป็นผู้ผลักดัน ซึ่งรวมถึงการถอดวัคซีนโควิดออกจากตารางวัคซีนที่แนะนำสำหรับผู้มีสุขภาพดี เช่น เด็กและหญิงตั้งครรภ์ อาจทำให้ประชากรกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เข้าถึงวัคซีนน้อยลง และมีโอกาสป้องกันโรคลดลงอย่างน่ากังวล
ทำไมการถอดวัคซีนออกจากตารางแนะนำจึงส่งผลต่อพฤติกรรมการเข้ารับวัคซีนของประชาชน?
การถอดวัคซีนออกจากตารางวัคซีนแนะนำอาจส่งผลให้ประชาชนเข้าใจว่าวัคซีนนั้นไม่จำเป็น หรือไม่มีประสิทธิภาพ ลดแรงจูงใจในการฉีด ขณะเดียวกันหน่วยงานรัฐอาจไม่จัดซื้อและกระจายวัคซีนอย่างเป็นระบบ ทำให้ประชาชนต้องจ่ายเอง ส่งผลต่อการเข้าถึงโดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อย
นอกจากนี้ แพทย์ โรงเรียน และสถานพยาบาลมักใช้ตารางนี้เป็นแนวทางในการแนะนำประชาชน หากวัคซีนถูกถอดออก บทบาทในการรณรงค์จะลดลง และสื่อสารได้ยากขึ้น ท้ายที่สุด การเปลี่ยนสถานะวัคซีนยังส่งผลเชิงจิตวิทยา ทำให้คนรู้สึกว่าวัคซีนไม่จำเป็นเร่งด่วน ทั้งที่ยังมีความเสี่ยง
กลุ่มเสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบมากที่สุด
กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากนโยบายถอดวัคซีนโควิดออกจากคำแนะนำ ได้แก่ ผู้สูงอายุ ซึ่งมีภูมิคุ้มกันลดลงตามวัย และมีความเสี่ยงป่วยรุนแรงสูง ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน หัวใจ หรือโรคปอด ที่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนเมื่อรับเชื้อ หญิงตั้งครรภ์ ซึ่งโควิดอาจกระทบต่อสุขภาพแม่และทารก และเด็กเล็กที่แม้อาการรุนแรงพบได้น้อย แต่ยังเสี่ยงภาวะอักเสบรุนแรง (MIS-C) หากกลุ่มเหล่านี้เข้าใจผิดว่าวัคซีนไม่จำเป็น อัตราการฉีดจะลดลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการระบาดและอาการรุนแรงในระดับประชากร
เปิดหลักฐานคัดค้านการถอดคำแนะนำวัคซีน
1. The Lancet Infectious Diseases (2023):
วิเคราะห์ข้อมูลในกลุ่มผู้สูงอายุ พบว่าวัคซีนบูสเตอร์ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากโควิด-19 ได้มากกว่า 80% โดยเฉพาะในช่วงที่สายพันธุ์ Omicron แพร่ระบาด
https://doi.org/10.1016/S1473-3099(23)00130-2
2. CDC Morbidity and Mortality Weekly Report (MMWR, 2023):
รายงานว่าการรณรงค์ฉีดวัคซีนในหญิงตั้งครรภ์ช่วยลดความเสี่ยงการคลอดก่อนกำหนดและการเสียชีวิตของทารกแรกเกิด
https://www.cdc.gov/mmwr/volumes/72/wr/mm7215a3.htm
หลักฐานที่สนับสนุนความระมัดระวังในการแนะนำวัคซีน
1. JAMA (2022):
ชี้ให้เห็นว่าอัตราภาวะแทรกซ้อน เช่น myocarditis จาก mRNA vaccine พบได้มากขึ้นในชายหนุ่มอายุ 16–24 ปี หลังฉีดเข็มที่สอง แม้จะพบไม่บ่อยและส่วนใหญ่หายได้เอง
https://jamanetwork.com/journals/jama/fullarticle/2788346
2. BMJ (2023):
เสนอให้ปรับแนวทางการให้วัคซีนในกลุ่มสุขภาพดีโดยใช้การประเมินความเสี่ยงเฉพาะบุคคลแทนแนวทางแบบครอบคลุมทั่วไป เพื่อคงความสมดุลระหว่างประโยชน์และความเสี่ยง
ที่มา: ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ รพ.รามาธิบดี
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- นายกฯ ห่วง 'โควิด-ไข้หวัดใหญ่' ระบาด หนุนกลุ่มเปราะบางรับวัคซีน ‘ฉีดวันนี้ ป้องกันพรุ่งนี้’
- สธ. แจง 'โควิดพุ่ง' เป็นไปตามฤดูกาล ฝนตก-เปิดเทอม แนะตั้งการ์ดสกัดแพร่เชื้อ
- โควิดระบาด ความต้องการสูง ‘พิชัย’ สั่งคุมขาย ‘ชุดตรวจ ATK’ ย้ำ ห้ามขาด ห้ามแพง
ติดตามเราได้ที่