โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พ.ร.บ.สุราชุมชน มีผลบังคับใช้ ปลดล็อกเกษตรกร-รายย่อย หนุนซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่เวทีเศรษฐกิจ

THE STANDARD

อัพเดต 07 มิ.ย. 2568 เวลา 05.27 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2568 เวลา 05.27 น. • thestandard.co
พ.ร.บ.สุราชุมชน มีผลบังคับใช้ ปลดล็อกเกษตรกร-รายย่อย หนุนซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่เวทีเศรษฐกิจ

วันนี้ (7 มิถุนายน) ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมผู้ผลิตสุราชุมชนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ

ศศิกานต์ระบุว่า กฎหมายฉบับนี้ได้แก้ไขมาตรา 153 ของ พ.ร.บ. เดิม กำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะผลิตสุราหรือมีเครื่องกลั่น ต้องยื่นคำขออนุญาตต่ออธิบดีกรมสรรพสามิต และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด กฎกระทรวงที่จะตามมาจะมุ่งส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการรายย่อย สามารถขอใบอนุญาตผลิตสุราเพื่อการค้าได้ โดยใช้วัตถุดิบการเกษตรในประเทศ และอนุญาตให้สุราที่ผลิตมีสีหรือกลิ่นได้

กฎหมายยังระบุชัดว่า ห้ามกำหนดหลักเกณฑ์ที่เป็นการเลือกปฏิบัติ หรือก่อให้เกิดการผูกขาดทางเศรษฐกิจโดยไม่เป็นธรรม เว้นแต่กรณีที่เกี่ยวข้องกับการถือครองของชาวต่างชาติ หรือการผลิตสุราของรัฐวิสาหกิจเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อย ใบอนุญาตที่ออกจะมีอายุ 3 ปี

“การปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้เป็นการปลดล็อกข้อจำกัดเดิม ส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในระดับฐานราก โดยเฉพาะสุราชุมชน ซึ่งเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ Soft Power ของไทยที่มีศักยภาพต่อยอดทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสูง” ศศิกานต์กล่าว

ข้อมูลจากกรมสรรพสามิตเผยว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการในระบบภาษีสรรพสามิตกว่า 2,119 ราย โดยในปีงบประมาณ 2567 สามารถจัดเก็บภาษีจากการผลิตสุราชุมชนได้กว่า 1,200 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

“การผลักดัน พ.ร.บ.สุราชุมชนนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย ‘เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง SMEs เข้มแข็ง ประเทศไทยแข็งแรง’ ที่มุ่งให้คนตัวเล็กมีพื้นที่ยืนในระบบเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรม และทุกขั้นตอนหลังจากนี้จะโปร่งใส เปิดกว้าง และไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงโอกาสได้จริงอย่างเท่าเทียม” ศศิกานต์กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...