โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อวสานสายกินอาหารแช่ข้ามคืน สาวเตือนภัย ต้องเข้า รพ. แอดมิตหลายรอบ เล่าอาการทรมาน

Khaosod

อัพเดต 06 มิ.ย. 2568 เวลา 11.08 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 11.08 น.

อยู่ในตู้เย็นยังไม่ปลอดภัย อวสานสายกินอาหารแช่ข้ามคืน สาวโพสต์เตือนภัย ต้องเข้าโรงพยาบาล ถึงขั้นแอดมิตหลายรอบ เล่าอาการสุดทรมาน วนลูปอยู่อย่างนั้น สัญญากับตัวเอง ชีวิตนี้จะไม่งกอีกแล้ว

วันที่ 6 มิ.ย.68 สมาชิก TikTok @i.penguinice โพสต์คลิปเตือนภัยคนที่ชอบกินอาหารแช่ค้างคืน ถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาล โดยระบุข้อความว่า "เจอกับตัวเองถึงรู้ อวสานสายห่อกลับบ้าน กินอาหารแช่ข้ามคืน"

โดยเธอเล่าว่า ใครที่ชอบกินอาหารค้างคืน สายประหยัด ห่อกลับบ้าน ฟังทางนี้ค่ะ คือเราเป็นคนขี้งก เสียดายของเหลือ บางทีไปกินตามร้านอาหาร กินอะไรไม่หมดก็ห่อกลับบ้านไปกิน ทำกับข้าวเอง กินไม่หมดก็แช่ตู้เย็น เวฟกินต่อวันพรุ่งนี้ ตามร้านสะดวกซื้อที่มีของเซลล์ กินไม่หมดก็แช่ตู้เย็นเวฟกินวันพรุ่งนี้เหมือนกัน บางทีก็ค้างไว้วัน สองวันบ้าง จะเป็นอย่างนี้ตลอด แล้วที่ผ่านมาก็ไม่เป็นอะไรเลย

แต่ในช่วงไม่ถึง 1 เดือนที่ผ่านมา เราเข้าโรงพยาบาลถึง 2 รอบ แอดมิตหลายคืน เพราะว่าท้องเสีย ท้องร่วงหนักมาก ที่เราเข้าโรงพยาบาลมาจากติดเชื้อในลำไส้ ติดเชื้อแบคทีเรีย มาจากอาหารที่เราทำเอง ที่เรากิน ที่เราแช่เย็นไว้แล้วก็เอามาเวฟต่อ

ล่าสุดป่วยอีกแล้วจากเหตุการณ์เดิมเช่นกัน จากการที่เราเสียดายของ หลักๆ คืออยากบอกทุกคนว่าอย่าเสียดายของ บางทีมันไม่คุ้มกับสุขภาพที่เสียไป แล้วมันท้องร่วง เสียเวลา เสียการเสียงาน คือเข้าใจว่าประหยัด เสียดายของ แต่ถ้าแลกกับอาการป่วย ท้องร่วง นอนไม่ได้ เข้าห้องน้ำหลายรอบทุก 1 นาที ทุก 2 นาที ปวดแบบอั้นไม่ได้ เป็นแบบวนลูป

รู้สึกกับตัวเองว่าชีวิตนี้จะไม่งก จะไม่เสียดายอะไรแล้ว สมมติว่าอะไรที่กินไม่หมดจะทิ้ง ทางแก้ที่ดีที่สุดคือสั่งมาแต่พอดี อย่าสั่งตาลีตาเหลือกเพราะความหิว ตอนนี้ป่วยไม่หายสักที อยู่โรงพยาบาลมาหลายวันแล้ว ทรมานมาก กินก็ไม่อร่อย ฝากไว้ อย่าเสียดายของเหลือ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อวสานสายกินอาหารแช่ข้ามคืน สาวเตือนภัย ต้องเข้า รพ. แอดมิตหลายรอบ เล่าอาการทรมาน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...