โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

’จตุพร‘ มอง ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา สะท้อนความอ่อนแอของนายกฯ

The Reporters

อัพเดต 07 มิ.ย. 2568 เวลา 07.23 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2568 เวลา 07.23 น.

เชื่อ แม่ทัพภาคที่ 2 เตรียมประกาศกฎอัยการศึกบริเวณตะเข็บชายแดนเร็ว ๆ นี้ ชี้ การเรียกร้องปมชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่ใช่การกระหายสงคราม ท้า ‘ทักษิณ‘ ไปฟังศาลฎีกาไต่สวนชั้น 14 แต่ส่วนตัวเชื่อว่า ไม่ไป

วันนี้ (7 มิ.ย. 68) นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่าเป็นสถานการณ์ชี้ชะตากรรมของประเทศ ซึ่งเคยพูดหลายครั้งแล้วว่า ถ้าสองประเทศนี้มีปัญหากัน ต้องไม่ใช่วันที่ตระกูลชินวัตรเป็นรัฐบาลหรือผู้นำประเทศ เพราะผู้นำของทั้งสองประเทศมีความสนิทสนมกัน นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็มีบ้านอยู่ที่กรุงพนมเปญ ส่วนลูกสาวของน้องสาวนายทักษิณก็แต่งงานกับนักการเมืองกัมพูชา

นายจตุพร กล่าวว่า ส่วนตัวรู้จักกับสมเด็จฮุนเซน อดีตยากรัฐมนตรีกัมพูชา และ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แต่เรื่องชายแดนต้องแยกแยะระหว่างเรื่องส่วนตัวกับผลประโยชน์ มองว่าการทำหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและฝ่ายความมั่นคงสะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนแอ ลักษณะการพูดเสียเปรียบ อย่างกรณีลูกเรือชาวประมงไทยที่รุกล้ำหน้าน้ำเมียนมา มีการสารภาพจนสุดท้ายก็แพ้คดี

เช่นเดียวกับที่นายทักษิณบอกว่าพูดคุยกับสมเด็จฮุนเซน ที่จะเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามตะกร้อ เป็นเรื่องที่ไม่มีใครขำด้วยอีกทั้ง การบอกว่าพื้นที่ข้อพิพาทเป็น ‘โนแมนแลนด์’ ไม่มีใครถือสิทธิ์ ถือเป็นการรับสารภาพว่ามีการรุกล้ำพื้นที่ ทำให้กัมพูชาจะนำเรื่องเข้าสู่ศาลโลก

ส่วนท่าทีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีความอ่อนแอ ตอบคำถามไม่รู้เรื่อง ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ สุ่มเสี่ยงในเรื่องดินแดน ที่ผ่านมาไทยพยายามต่อสู้ไม่ขอเสียดินแดนแม้แต่ตารางนิ้วเดียว แต่การให้สัมภาษณ์ของรัฐบาลสะท้อนถึงความไม่เข้มแข็งของประเทศ ไม่ใช่แค่ตัวนายกรัฐมนตรี ยังรวมถึง นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และกองทัพบก ที่ออกแถลงการณ์เรื่องการปิดด่านชายแดนที่ไม่ชัดเจน

นายจตุพร เชื่อว่า อีกไม่กี่วันแม่ทัพภาคที่ 2 จะประกาศใช้กฎอัยการศึกบริเวณตะเข็บชายแดนต่าง ๆ ส่วนที่ก่อนหน้านี้นายภูมิธรรมไปพูดคุยกับรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ที่อรัญประเทศ จ.สระแก้ว นายกฯ บอกว่าทุกอย่างเรียบร้อย แต่ทางการกัมพูชากลับปฏิเสธทุกข้อเสนอ จึงมองว่ากัมพูชาเหมือนได้นักรบปกครองประเทศ แต่ฝั่งไทยไม่ได้เป็นแบบนั้น

นายจตุพร กล่าวอีกว่า เรื่องดินแดนเป็นเรื่องระหว่างรัฐกับรัฐ กองทัพกับกองทัพ การที่ออกมาเคลื่อนไหวไม่ได้ต้องการเรียกร้องให้เกิดการรัฐประหาร แต่ได้เวลาของคนไทยในการปกป้องประเทศ ใครที่เรียกร้องรัฐประหารก็เป็นเพราะความอ่อนแอของนายกฯ และการ สทร.ของพ่อนายกฯ ทุกเรื่อง และการไม่รู้เรื่องอะไรเลยของรัฐมนตรี

นายจตุพร เปิดเผยว่า วันที่ 10 มิ.ย.นี้ กลุ่มของตนเอง จะไปร่วมแสดงจุดยืนกับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล และ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ มองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างนี้มาจากนายทักษิณ ทำให้กลุ่มของตนเองจะไปเคลื่อนไหวที่แพทยสภา ในวันที่ 11 มิ.ย. เวลา 10:00 น. เรื่องนี้จะถือเป็นจุดเปลี่ยน ถ้าแหล่งข่าวในแพทยสภาไม่โกหก มีเสียงในคณะกรรมการเกิน 60 เสียงแล้วที่ยืนมติตามเดิม และจะวีโต้กลับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ส่วนวันที่ 13 มิ.ย. ที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่จะนัดไต่สวนคดีชั้น 14 ของนายทักษิณ ขอท้านายทักษิณให้แสดงความกล้าหาญเดินทางไปที่ศาลเพื่อรับฟังการไต่สวน และรับคำตัดสิน ไม่อยากฟังเหตุผลว่าป่วยอีก ถ้าศาลพิจารณาเสร็จก็รับตามคำสั่ง จึงถือว่าเป็นแบบอย่าง ไม่ใช่เก่งแค่ในงานวันเกิด หรืองานต่าง ๆ ควรมีความรับผิดชอบในฐานะที่เคยเป็นผู้นำประเทศ และเป็นรัฐมนตรีถึง 2 ครั้ง แต่ส่วนตัวเชื่อว่านายทักษิณไม่กล้าไป

ประเด็นเรื่องไทย-กัมพูชา ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) วันที่ 14 มิ.ย. ฝั่งกัมพูชาชัดเจนว่าจะไม่เอาเรื่องพื้นที่ที่มีข้อพิพาท 1 ช่อง 3 ตา เข้าประชุม แต่จะดำเนินการผ่านกระบวนการศาลโลก ขณะที่ฝั่งไทยยังคงดื้อจะนำเข้าประชุมทั้งที่ไม่มีวาระนี้แล้ว หากนายภูมิธรรมอยากไปเจรจาก็คงต้องปล่อยไป

ส่วนที่มีการวิเคราะห์ว่านายทักษิณปูทางข้ามไปฝั่งประเทศกัมพูชา มองว่ากัมพูชามีความมั่นคงภายในมากที่สุด มากกว่าท่าข้ามของประเทศมาเลเซีย และช่องทางตะเข็บชายแดนไทย-กัมพูชา ช่องทางที่จะสามารถออกนอกประเทศไปได้ ก็มีเพียงประเทศกัมพูชาเท่านั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...