เปิดข้อตกลง 2 ฝ่าย ขนม ศศิกานต์-ครูเต้ย อภิวัฒน์ อดีตคนเคยรักกัน
The Bangkok Insight
อัพเดต 06 มิ.ย. 2568 เวลา 09.44 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 09.43 น. • The Bangkok Insightเปิดข้อตกลง 2 ฝ่าย ขนม ศศิกานต์-ครูเต้ย อภิวัฒน์ อดีตคนเคยรักกัน เคลียร์ใจกันผ่านรายการ โหนกระแส
เป็นอีกประเด็นในฝั่งข่าวคนบันเทิงสำหรับ ครูเต้ย อภิวัฒน์ และ ขนม ศศิกานต์ ที่ตอนนี้ออกมาเปิดศึกเดือดทางโซเชียล หลังจากที่แยกย้าย ยุติบทบาทสามีภรรยา เหลือเพียงบทบาทพ่อของลูก ๆ
- ตลกดังชีวิตต้องสู้! พบเนื้องอกในสมอง โกนหัวบวชพระแก้เคล็ด
- ณเดชน์ คูกิมิยะ ช็อตเดียวทำฮือฮา แซ่บจนต้องปิดท่อนล่าง
- อาม ชุติมา ยอมรับ! ตัดสินใจลงประกวดมิสแกรนด์ เพราะอยากเกาะกระแส
เปิดข้อตกลง 2 ฝ่าย ขนม ศศิกานต์-ครูเต้ย อภิวัฒน์ อดีตคนเคยรักกัน
ล่าสุด (6 มิ.ย.) ขนม และ ครูเต้ย ได้มานั่งเคลียร์ใจกันผ่านรายการ โหนกระแส ซึ่งทางด้านของ ครูเต้ยบอกว่า ตอนที่มีน้องตั้งใจ ลูกคนแรก ครูเต้ยเป็นห่วงเรื่องว่า ถ้าเปิดเผยว่ามีลูก จะมีแฟนคลับ มีคนไม่หวังดี ออกมาด่าลูกหรือไม่ เชื่อว่ามีแฟนคลับบางส่วนรู้แล้ว และเขาก็เข้าใจเรา ว่าเรามีลูกแล้ว แต่คนที่ไม่เข้าใจเขาอาจจะมาว่าร้ายเด็ก ทำให้ครูเต้ยคุยกับขนมว่า จะขอปิดเรื่องลูกเอาไว้ก่อนสัก 1 ปี แล้วค่อยออกมาเปิดเผย
ฝั่งของขนมบอกว่า ตั้งแต่เรื่องน้องตั้งใจ ครูเต้ยเข้าใจว่าเราตกลงกันแล้ว แต่สิ่งที่เขาไม่เคยรู้ คือเราเสียใจ เราร้องไห้ ที่เรื่องของลูกต้องปิดเป็นความลับ สิ่งที่ทำให้เธอเสียใจที่สุดคือ คนในครอบครัวของครูเต้ย พูดกับเราว่า ไม่ต้องเปิดหรอก เดี๋ยวความนิยมตก นักร้องบางคนยังปิดไว้เป็น 10-20 ปี เราเสียใจเรื่องนี้ แต่พี่เต้ยไม่เคยซัปพอร์ตความรู้สึกเราเลย เขาบอกว่า ทำไมเราคิดแบบนี้ คิดลบ คิดว่าคนอื่นจะมองเราไม่ดี
ทั้งสองคนเล่าเหตุการณ์แตกหักที่ทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจแยกทางกัน โดยทั้งคู่บอกว่าทะเลาะกันมาต่อเนื่องยาวนาน ด้วยเรื่องที่ต่างฝ่ายต่างปรับตัวเข้าหากัน อยู่กันแบบชีวิตคู่ไม่ไหว ถึงขั้นขอให้แม่ของขนมมานั่งคุยด้วยกัน หลังจากมีลูกคนที่ 2 ได้ไม่นาน คุยกันว่าคงอยู่ด้วยกันไม่ไหวแล้ว
ขนมบอกว่า เรื่องที่ทะเลาะกันถี่ ๆ เป็นเรื่องอารมณ์ของครูเต้ย เพราะเขาป่วยเป็นซึมเศร้า อารมณ์บางทีก็ขึ้นๆ ลงๆ อย่างเหตุการณ์ที่เคยเล่าในไลฟ์ ว่าต้องเอานมไปส่งให้ลูก แล้วรถติดมาก กลัวจะไปไม่ทัน ขนมเลยขอร้องว่า ขอเลื่อนนัดกินข้าวกับครอบครัวของครูเต้ยออกไปก่อนได้ไหม ครูเต้ยก็ด่าว่า “โง่ ทำไมไม่รู้จักวางแผนอะไรเลย โง่!” แล้วยังมีบางครั้งที่เขาพูดเรื่องแฟนเก่าว่าดีแบบนั้นแบบนี้ ต่อหน้าเรา
ขณะที่ ภูผา เพื่อนและผู้จัดการของขนม เล่าว่า มีอยู่วันหนึ่งที่ไปเที่ยวกับขนม ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เอฟซีของครูเต้ย มาด่าขนมในโซเชียลบ่อยมาก จนทำให้ภูผาตัดสินใจโพสต์ว่า “สงสารเพื่อนจังเลย มันไม่เคยทำอะไรผิดเลย ทำไมมันต้องมาโดนด่าขนาดนี้”
หลังจากภูผาโพสต์ไปแบบนั้น เอฟซีของครูเต้ยก็เข้ามาถล่มทันที ทำให้ภูผาคอมเมนต์ตอบกลับไปกลับมากันทั้งคืน ยาวเลย ซึ่งครูเต้ยบอกว่า ตนกับขนมเลิกกันไปแล้ว ไม่ได้มีอะไรที่ติดค้างคาใจกันเลย มีแต่คนรอบตัวของขนมนั่นแหละที่ออกมาโพสต์ไม่หยุด เช่นพูดว่า “พวกคุณไม่รู้เรื่องอะไรหรอก เดี๋ยวจะแฉ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง” แล้วสุดท้ายขนมก็ออกมาไลฟ์พูดเรื่องราวในอดีต ที่มันจบไปนานแล้ว และพูดเรื่องที่ไม่ควรพูด เพราะมันจะกระทบต่อลูก
ขนม ศศิกานต์ บอกว่า สิ่งที่ทำให้ตนต้องออกมาไลฟ์ มาพูด เพราะครูเต้ยโทษคนรอบตัวของตน ขู่จะฟ้องคนรอบตัวของเรา ทั้งๆ ที่เพื่อนๆ ทุกคนอยู่เคียงข้างขนมมาตลอด อยากให้เข้าใจว่าหลายคนเขาต้องโกรธแค้นแทนเราอยู่แล้ว เพราะเขาเพิ่งมารู้เรื่องราวทั้งหมด หลังจากทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว เพราะตอนมีเรื่องเราไม่เคยเล่าใครเลย
ขณะที่ครูเต้ยบอกว่า นั่นไม่สำคัญ เพราะปัญหาทั้งหมดมันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ทะเลาะกัน จะตีกัน ก็ขอให้เป็นแค่เรื่องของผู้ใหญ่ได้ไหม เพราะขนมก็รู้ว่าตนรักลูกทั้งสองคนแค่ไหน การที่ขนมไปขุดเรื่องไม่ดีที่เราเคยทำต่อกัน ที่มันอาจจะมีผลไปถึงลูก ถ้าเขาโตขึ้นมาแล้วมาเห็น ลูกจะรู้สึกอย่างไร
พูดมาถึงตรงนี้ ทำให้ครูเต้ยเริ่มร้องไห้ ขณะที่ขนมก็ตอบโต้ว่า เพราะว่าครูเต้ยไม่เคยสำนึกเลยว่า ที่ผ่านมาทำร้ายจิตใจตนแค่ไหน ไม่เคยขอโทษ ไม่เคยรู้เลยว่าคำพูดคำไหนที่มันไม่ดี อยากให้โฟกัสที่สาเหตุว่าทำไมตนต้องออกมาพูด แล้วขนมก็ร้องไห้เช่นกัน
ต่อมาทั้งสองฝ่ายเถียงกันเรื่องการดูแลลูก ขนมบอกว่า ไม่เถียงว่าก่อนหน้านี้ ครูเต้ยดูแลซัปพอร์ตค่าใช้จ่ายลูกดี มีเรื่องเงิน 2 แสน ที่เขาบอกว่าเขาโอนมาให้ลูก แต่เราก็บอกเขาไปแล้วว่า เราต้องขอเพิ่มเพราะถ้าอยากให้คุณภาพชีวิตลูกดีเหมือนเดิม มันมีส่วนที่ต้องเพิ่มเติมค่าเลี้ยงดู แต่พี่เต้ยก็ไม่ให้ เพราะเขาคงคิดว่า จะมีคนอื่นมาได้ใช้เงินก้อนนี้กับลูก
ขนม ศศิกานต์ บอกอีกว่า โกรธที่หลัง ๆ มาเขาไม่เอาใจใส่สนใจลูกเหมือนเดิม น้องเข้าโรงพยาบาล 7 วัน ครูเต้ยโทรมาหาวันที่ 7 ก่อนหน้านั้นไปไหน ทำไมไม่ติดต่อลูกมาเลย ครูเต้ย โต้แย้งว่าลูกป่วยตนก็ไปหา แม้ไม่ได้โทรหาทุกวัน แต่ก็โทรตลอด ไม่ได้หายไปนานๆ แม้แต่ตอนที่ “อากง” (พ่อของขนม) สูบบุหรี่จนทำให้ลูกอาเจียน ตนก็รู้
พูดมาถึงตรงนี้ พ่อของขนมที่นั่งอยู่หลังกล้อง ถึงกับลุกขึ้นมาโต้ทันที บอกว่า ตนนั่งฟังมานานแล้ว ไม่อยากจะทนอีกแล้ว ตนเคยรักลูกเขยคนนี้มาก กางเกงในครูเต้ย ตนก็ซักมาแล้ว แต่วันนี้สิ่งที่ครูเต้ยออกมาพูด พ่อรับไม่ได้ ถึงกับต้องขอติดไมค์พูด
โดยพ่อของขนมบอกว่า ติดค้างคาใจครูเต้ยมาตั้งแต่วันแรกที่เขามาขอลูกสาวตนไปแต่งงาน ตนเคยบอกเขาไปแล้วว่า ลูกผมทำอะไรไม่เป็นเลย อย่าเอาลูกผมไปอยู่ด้วยเลย ขนมกำลังจะได้งานการบินไทย แต่เขาก็ขอลูกผมไป วันแต่งงานมีคนมา 56 คน ลูกสาวแต่งไปต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ ไปต่างจังหวัดกับเขา ต้องนอนหลังรถ เอาผ้าคลุมไว้ ออกไปไหนก็ไม่ได้ เพราะกลัวคนเห็น
ทะเลาะกันทีก็ไล่ขนมเป็นหมูเป็นหมา ไล่ให้นอนที่พื้น ตนเป็นพ่อ ยังไม่เคยทำกับลูกแบบนี้ ตนลาออกจากงาน ไปอยู่กับลูกสาว เพราะรู้ว่าลูกอยู่คนเดียวไม่ได้ ลูกตนทำอะไรไม่เป็น ตนไปทำให้ทุกอย่าง งานบ้าน ซักผ้าทุกชิ้น บ้านหลังที่สร้าง ตนเขียนแบบ คุมงานให้ทุกอย่าง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนทำ เพราะว่าตนรักลูก รักหลาน ระหว่างที่พูดไป พ่อของขนมก็เสียงสั่นไปด้วย
สุดท้ายถ้าโต้กันไปกันมาแล้วหาข้อสรุปไม่ได้ มันก็จะยิ่งเป็นการเปิดแผลกันไปกันมาไม่จบ จึงต้องมาทำข้อตกลงตามธงของแต่ละฝ่าย ว่าใครต้องการอะไรยังไง ขนม ศศิกานต์ เสนอว่า ต้องการแค่ 4 ประเด็นคือ
- ขอให้ครูเต้ย โทรมาหาลูกทุกวัน เอาใจใส่ลูก ดูแลลูกเหมือนที่เคยเป็นก่อนจะเลิกกันได้ไหม
- ค่าใช้จ่าย ค่าเลี้ยงดู เราหารครึ่งกันตามที่ตกลง ครูเต้ยบอกว่าไม่สะดวกจะให้เป็นก้อน ถ้าจะให้เราสำรองจ่ายไปก่อน แล้วเอาบิลมาเบิก เหมือนที่ทำอยู่ตอนนี้ ก็ว่ามา
- ขอให้คนรอบตัวของเราทั้งสองฝ่าย ไม่มายุ่งเกี่ยว ไม่มาหาเรื่อง ไม่โพสต์แซะ ไม่พาดพิงกันอีก
- สิ่งที่เคยทำมาหาได้ตอนที่อยู่ด้วยกัน บ้าน ทรัพย์สินต่างๆ ที่เคยบอกว่าจะยกให้ลูก ขอให้เป็นไปตามเดิม
สุดท้ายครูเต้ย ตอบว่า เรื่องโทรหาลูกเป็นเรื่องปัญหาเรื่องเวลา ที่เราทำงานแบบนี้ เวลาว่างเราก็ไม่ได้ตรงกับคนอื่น ๆ แต่ยืนยันว่า จะโทรหาลูกให้เป็นกิจวัตร โดยจะโทรหาน้องเบนซ์ น้องที่อยู่กับลูก ๆ ตลอด
ส่วนเรื่องจ่ายเงิน ที่จะบอกว่าเป็นเงินก้อน หรือเป็นบิลเบิก ครูเต้ยบอกว่าสะดวกที่จะเป็นการเอาใบเสร็จมาเบิกเหมือนเดิม เพราะในอนาคตถ้างานตนหดหาย ไม่ได้หารายได้เท่านี้ ก็คงให้เป็นเงินก้อนไม่ไหว ขอทำตามเดิม ส่วนขนมก็บอกว่าไม่มีปัญหาเลย ตนทำงาน ตนก็สำรองจ่ายก่อนได้ แต่ขอให้ครูเต้ยแสดงความใส่ใจหน่อยว่า ค่าใช้จ่ายพอไหม ไปหาหมอมาเท่าไหร่ ขอแค่แสดงความห่วงใยตรงนี้บ้างก็พอ
เรื่องคนรอบตัว FC ต่างๆ ต่างฝ่ายต่างยืนยันว่า จะห้ามปรามไม่ให้เติมเชื้อไฟใส่กันอีก หลังจากวันนี้ไป ขอให้เลิกแล้วต่อกัน ส่วนเรื่องทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ที่บอกว่ายกให้ลูก ตนให้หมด ไม่มีปัญหาเลย แต่ขอให้เป็นของลูกเท่านั้น คนอื่นไม่เกี่ยว ส่วนครูเต้ยบอกว่า สิ่งที่อยากจะขอฝ่ายขนมมีเพียง 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ ขอเรื่องการสูบบุหรี่ สูบกัญชาในบ้านที่มีเด็ก ขอให้เลิก เพราะมันอันตรายต่อเด็ก อีกเรื่องคือ เวลาที่ตนเข้าไปหาลูกๆ ที่บ้าน ไม่ต้องพูดคุยกับผมก็ได้ แต่ขอแค่อย่ากีดกันไม่ให้ตนอุ้มลูกก็เท่านั้น
เรื่องสุดท้ายคือ ถ้าในอนาคต ลูก ๆ โตขึ้นมา มาเห็นข่าว แล้วเขาจะคิดว่าพ่อไม่รักเขา อยากให้รู้ว่า พ่อรักลูกทั้งสองคนไม่แพ้กันเลย ไม่ว่ารักตั้งใจอย่างไร พ่อก็รักเติมเต็มไม่แพ้กันเลย
ส่วนตอนท้าย ครูเต้ย ขอร้อง ภูผา ว่าหลังจากนี้ เรื่องที่เป็นเรื่องส่วนตัว ขอว่าไม่ออกมาโพสต์อีกได้ไหม เพราะทุกครั้งที่ภูผาโพสต์ ขนมก็ต้องออกมาปกป้อง แล้วมันก็ไม่จบอยู่ดี ขอให้จบแยกย้ายกันไปได้ไหม ซึ่งทุกฝ่ายก็ยอมขอโทษกัน และรับปากว่าจะไม่เปิดประเด็นพิพาทกันและกันอีก
ขอบคุณข้อมูลจาก : โหนกระแส
- แกงอีกแล้ว! ‘บอย’ ลงคลิปแซว ‘เจี๊ยบ พิจิตตรา’ อีกฝ่ายสวนกลับอย่างไว
- เปิดคอมเมนต์ แอฟ ทักษอร หลัง นนกุล ลงคลิปถึงแม่ผู้เป็นที่รัก
- ภณ ณวัสน์ เปิดใจสัมพันธ์ คุกกี้ ญดา ที่เลื่อนขั้นจากเพื่อนวิ่งสู่คนรู้ใจ
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- นักแสดงหนุ่มหวาน ไม่ธรรมดา! โชว์สกิลสุดจึ้ง พากย์เสียงซีรีส์ครั้งแรก
- สมิธ-เดนิส ชวนม่วนโจ๊ะ ล้วงลึกเบื้องหลัง ผู้บ่าวสุดซ่าส์กะอีหล่าขาซิ่ง
- พ่อรอง เค้ามูลคดี ขออายุยืน 108 ปี งานลดไม่กระทบ อยู่ได้สบายเพราะเหตุนี้
ติดตามเราได้ที่